“เศรษฐกิจอาเซียน” ปี 2568 สองขั้ว เวียดนาม-สิงคโปร์นำโต ฟิลิปปินส์-ไทยสะดุด
ADB ชี้เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวเฉลี่ย 4.5% ในปี 2568 แต่ภาพรวมแตกต่างชัด เวียดนาม-สิงคโปร์นำโต ฟิลิปปินส์-ไทยสะดุด แนวโน้มปี 2569 ยังเผชิญทั้งโอกาสและความเสี่ยง
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.46 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2568 เผชิญภาพเศรษฐกิจแบบสองขั้ว โดยบางประเทศ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย สามารถขยายตัวได้แข็งแกร่งจากแรงหนุนภาคส่งออกและอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่ฟิลิปปินส์และไทยได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันเชิงโครงสร้าง
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ระบุว่า เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวเฉลี่ย 4.5% ในปี 2568 ลดลงจาก 4.8% ในปี 2567 โดยนักเศรษฐศาสตร์มีมุมมองแตกต่างกันต่อแนวโน้มปีถัดไป ท่ามกลางทั้งปัจจัยบวกและความเสี่ยงจากภายนอก เช่น การบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ และการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากจีนซึ่งมีลักษณะส่งออกเชิงเงินฝืด
เวียดนาม โดดเด่นที่สุดด้วยอัตราการเติบโต 8% ในปีที่ผ่านมา มูลค่าส่งออกโทรศัพท์ เสื้อผ้า และสินค้าอื่น ๆ รวมกว่า 4.75 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน แม้จะเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากการประกาศภาษีตอบโต้ของสหรัฐในช่วงต้นปี แต่รัฐบาลฮานอยสามารถเจรจาลดอัตราภาษีลงได้ ทำให้ความกังวลของนักลงทุนคลี่คลายลงบางส่วน อย่างไรก็ตามเป้าหมายเติบโต 10% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้ายังถูกมองว่าสูงเกินจริง
มาเลเซีย เป็นอีกประเทศที่ทำผลงานดี เศรษฐกิจขยายตัว 5.2% สูงกว่าเป้าหมายรัฐบาล โดยไตรมาสสุดท้ายของปีโตถึง 6.3% จากแรงหนุนการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ แม้นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าการเติบโตระดับสูงอาจยั่งยืนได้ยาก
สิงคโปร์ เติบโต 5% ในปี 2568 จากการฟื้นตัวของภาคการผลิตและความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่รัฐบาลคาดว่าอัตราการขยายตัวในปี 2569 จะชะลอลงมาอยู่ที่ 2-4%
ตรงกันข้าม ฟิลิปปินส์ โตเพียง 4.4% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังเผชิญคดีคอร์รัปชันด้านโครงการควบคุมน้ำท่วม ไต้ฝุ่นหลายลูก และแรงกดดันจากการค้า ขณะที่ไทยขยายตัวเพียง 2.4% จากปัญหาการเมืองในประเทศ ความตึงเครียดชายแดน และการท่องเที่ยวซบเซา รวมถึงภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง
อินโดนีเซีย เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โต 5.11% ต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาลเล็กน้อย และยังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของตลาดและความกังวลด้านเสถียรภาพนโยบาย
ADB มองภาพรวมภูมิภาคยังเป็นบวกในปี 2569 จากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และคำสั่งซื้อส่งออกใหม่ที่ฟื้นตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ประเทศอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตแตกต่างกันมากขึ้น ตามระดับการพึ่งพาปัจจัยภายนอกและกรอบนโยบายภายในของแต่ละประเทศ
อ้างอิง : asia.nikkei.com