วสท.ผุดมาตรฐาน 4 ด้านโครงการยักษ์ แนะขึ้นทะเบียนคานเลื่อน-Launcher
“ความสูญเสีย”ครั้งนี้จะเปลี่ยนเป็น“ความปลอดภัย” ที่มากขึ้นในอนาคตได้หรือไม่ รศ.เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผยมุมมองพร้อมข้อเสนอแนะน่าสนใจกับ“ทีมข่าวอาชญากรรม” โดยฉายภาพถึงก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ว่า ส่วนใหญ่เป็นงานก่อสร้างสะพาน ทางยกระดับ อย่าง 2 โครงการที่เกิดอุบัติเหตุทั้งที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และที่ถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร ใช้ลักษณะคานหิ้ว เพื่อนำชิ้นส่วนประกอบเข้ากันทำเป็นคานสะพานใหญ่เหมือนกัน
สำหรับอุบัติเหตุถนนพระราม 2 ครั้งล่าสุดจะคล้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 67 สัญญาที่ 1 ที่มีการนำอุปกรณ์ขึ้นไปติดตั้งไว้หมดแล้ว โดยฝั่ง“ขาเข้า”มีการดึงลวดอัดแรงเรียบร้อย ส่วนฝั่ง“ขาออก”เพียงแค่ทำลอยไว้ ยังไม่ได้ทำอะไรแล้วก็หมดเวลาทำงานในแต่ละวัน ปล่อยเครื่องมือทิ้งไว้ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องพูดคุยกันว่าแม้ไม่ได้ทำงานอยู่ก็อาจต้องมีคนมาดูแลหรือไม่ เพราะโดยหลักหากทิ้งร้างอุปกรณ์ไว้จะอันตรายมาก หากมีอะไรขยับ
สำหรับคำถามจะเพิ่มความปลอดภัยอย่างไรกับงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ดำเนินอยู่ รศ.เอนก ระบุ ล่าสุด วสท.มีมาตรฐานการก่อสร้างทางยกระดับ 4 ฉบับ ที่ทำแล้วเสร็จไว้ช่วงปลายปี 68 และอยู่ระหว่างกระบวนการตีพิมพ์ เอกสารฉบับนี้กำหนดมาตรฐานสำคัญในแต่ละด้าน
ยกตัวอย่าง มาตรฐานการตรวจสอบ การทดสอบน้ำหนักบรรทุก และการประเมินผลของแกนทรีลำเลียงสำหรับงานติดตั้ง GIRDER (คานโครงสร้างขนาดใหญ่ ทำหน้าที่รับน้ำหนัก) รูปกล่องแบบชิ้นส่วน สำหรับทางยกระดับในงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง , มาตรฐานงานก่อสร้างและติดตั้ง GIRDER รูปกล่องแบบชิ้นส่วนสำหรับทางยกระดับในงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง
ขณะนี้ วสท.มีมาตรฐานครบแล้ว 4 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ตอม่อ ฐานราก ด้านที่ 2 ตัวคานคอนกรีต ด้านที่ 3 คือตัว Launcher (อุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างที่ใช้คานคอนกรีตสำเร็จรูปแบบกล่อง) จะมีการตรวจอย่างไร ทดสอบอย่างไร จะมีรายละเอียดอยู่ในมาตรฐานนั้น สุดท้ายนำเสนอ ด้านที่ 4 เรื่องของการติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อติดตามสุขภาพของโครงสร้าง
“หมายความว่าโครงสร้างที่ดี จะต้องไม่เสียรูปมาก และใน Launcher ที่เดินไปจะต้องตรง ไม่ล้มดิ่ง และจะมีเซ็นเซอร์ไปติดในทุกโหมดที่เราสนใจ ซึ่งตัวนี้หลังเกิดเหตุคานถล่มถนนพระราม2 ในสัญญาที่ 1 เราให้ผู้รับจ้างเดิมมาดำเนินการก่อสร้างต่อ โดยติดตั้งและทดลองจนกระทั่งสัญญาที่ 1 จบแล้วก็ไม่ได้มีประเด็นอะไร”
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ รศ.เอนก เผยว่าต้องการให้มาตรฐานการก่อสร้างที่วสท.มีอยู่ ถูกกำหนดในสัญญา หรือในรายการประกอบแบบของการก่อสร้าง ที่กระทรวงคมนาคมสามารถมีคำสั่งให้เจ้าของโครงการ ไม่ว่าจะกรมทางหลวง ทางหลวงชนบท หรือการทางพิเศษ ไปใช้เพื่อควบคุมงานก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
พร้อมย้ำประเด็นที่ควรต้องทบทวนในงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เช่น 2 เหตุใหญ่ที่เกิดขึ้นล่าสุด เรื่องของตัวคานเลื่อน และ Launcher ตนขอเสนอว่าควรมีการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ โดยให้มี Serial number กำกับ และควรมีการรวบรวมข้อมูลว่า คานเลื่อน และ Launcher ตัวนั้นๆ เคยใช้ที่ไหนบ้าง ผลิตเมื่อไหร่ ทำเหมือนขึ้นทะเบียนรถยนต์
จุดนี้หากเพิ่มการกำกับตรวจสอบได้จะเป็นประโยชน์กับงานก่อสร้าง เพราะอายุการใช้งานอุปกรณ์แต่ละชนิดขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษา และนี่จะเป็นอีกประเด็นที่วสท. จะนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมด้วย.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน