โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นาซาสั่งพักงานกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ชั่วคราว ลดแรงต้านอากาศ หวั่นร่วงสู่โลกก่อนภารกิจกู้ชีพกลางปีนี้

SPACEMAN

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 03.31 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

องค์การนาซา (NASA) ตัดสินใจระงับการปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ของ "กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์" (Neil Gehrels Swift Observatory) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศเก่าแก่อายุ 21 ปี เป็นการชั่วคราว เพื่อชะลอการลดระดับวงโคจรและป้องกันไม่ให้ยานถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลก ก่อนที่ภารกิจกู้ชีพเพื่อดันวงโคจรจะเดินทางไปถึงในช่วงกลางปีนี้

กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์ส่งขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 โดยมีภารกิจหลักในการศึกษาปรากฏการณ์การระเบิดที่รุนแรงที่สุดในจักรวาล หรือที่เรียกว่า "การระเบิดของรังสีแกมมา" (Gamma-ray bursts) โดยอาศัยกล้องโทรทรรศน์ 3 ตัวบนยานที่ทำงานประสานกันในการเก็บข้อมูลทั้งในช่วงคลื่นแสงที่มองเห็นได้ รังสีอัลตราไวโอเลต รังสีเอกซ์ และรังสีแกมมา แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่าสองทศวรรษ ยานอวกาศได้ค่อย ๆ ลดระดับความสูงลงตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับดาวเทียมทุกดวง แต่ในช่วงที่ผ่านมา กิจกรรมของดวงอาทิตย์ที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ชั้นบรรยากาศโลกขยายตัวและสร้าง "แรงต้านอากาศ" (Atmospheric drag) ปะทะกับตัวยานมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแก้ไข มีโอกาสสูงถึง 50% ที่กล้องโทรทรรศน์นี้จะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกแบบควบคุมไม่ได้ภายในกลางปี พ.ศ. 2569

เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตดังกล่าว นาซาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของยานเพื่อลดผลกระทบจากแรงต้านอากาศให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยการจัดวางระเบียบตัวยานให้อยู่ในทิศทางที่ลู่ลม ส่งผลให้กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์บางส่วนต้องหยุดชะงักลง เอส. แบรดลีย์ เซนโก (S. Bradley Cenko) หัวหน้าภารกิจสวิฟต์จากศูนย์การบินอวกาศกอดดาร์ดของนาซา อธิบายว่า โดยปกติแล้วเมื่อสวิฟต์ตรวจพบสัญญาณการระเบิดของรังสีแกมมา ซึ่งเกิดขึ้นแทบทุกวันและหายไปอย่างรวดเร็ว ตัวยานจะทำการหมุนปรับทิศทาง (Slew) อย่างรวดเร็วเพื่อให้กล้องโทรทรรศน์ตัวอื่น ๆ จับภาพเป้าหมายนั้น แต่ในขณะนี้ แม้ว่าอุปกรณ์ตรวจจับการระเบิด (Burst Alert Telescope) จะยังคงทำงานอยู่ แต่ยานจะไม่ทำการหมุนเพื่อหันกล้องอื่นไปส่องเป้าหมายอีกต่อไป เพื่อรักษาเสถียรภาพและชะลอการตกของยาน

ความหวังในการต่อลมหายใจให้กับกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นเก๋านี้อยู่ที่ภารกิจกู้ภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น นาซาได้ว่าจ้างบริษัทสตาร์ตอัปชื่อ "Katalyst Space Technologies" ด้วยงบประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนายานอวกาศในภารกิจชื่อ "LINK" ซึ่งมีกำหนดเส้นตายในการปล่อยยานภายในเดือนมิถุนายนนี้ ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเดินทางไปเชื่อมต่อกับสวิฟต์และดันวงโคจรให้สูงขึ้นไปอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยานออกไปได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ภารกิจกู้ภัยประสบความสำเร็จ นาซาระบุว่าระดับความสูงเฉลี่ยของสวิฟต์จะต้องอยู่เหนือ 300 กิโลเมตร ซึ่งสถานะล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ยานได้ลดระดับลงมาต่ำกว่า ประมาณ 400 กิโลเมตร แล้ว

การตัดสินใจระงับปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการซื้อเวลาที่สำคัญที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่ายานสวิฟต์จะยังคงลอยลำอยู่ในระดับความสูงที่ปลอดภัยเพียงพอ จนกว่ายานกู้ภัย LINK จะเดินทางไปถึงและปฏิบัติภารกิจผลักดันสวิฟต์กลับขึ้นสู่วงโคจรที่มั่นคงได้สำเร็จ ซึ่งจะช่วยให้มนุษยชาติยังคงมีเครื่องมือสำคัญในการไขปริศนาแห่งจักรวาลอันลี้ลับต่อไปในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง: Gizmodo

  • NASA Puts 21-Year-Old Spacecraft on Pause to Keep It From Crashing Into Earth
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...