โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศัพท์สามคำในปีขวาสุดโต่ง : ราชาธิปไตย (2)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 22 ก.พ. เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. เวลา 05.53 น.

คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ

แนวคิด Neocameralism ที่นิยมระบอบราชาธิปไตยของเคอร์ติส ยาร์วิน นักคิดปฏิกิริยาขวาจัดใหม่ชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพลต่อซีอีโอไฮเทคแห่งซิลิคอนแวลลีย์หลายคน (https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_87837) หาใช่สิ่งที่เขาประดิษฐ์คิดขึ้นเองไม่ หากเก็บเล็กผสมน้อยและปะติดปะต่อเข้าด้วยกันจากความคิดเก่าแก่ที่นำมาเวียนใช้แล้วปรับแต่งให้เข้ากับยุคใหม่

ดังที่แหล่งอ้างอิงในงานเขียนของเขามีทั้งเซอร์ โรเบิร์ต ฟิลเมอร์ (1588-1623) นักทฤษฎีสมบูรณาญาสิทธิราชย์แบบเทวสิทธิ์ชาวอังกฤษ ผู้ถูกจอห์น ล็อก (1632-1704) นักทฤษฎีการเมืองเสรีนิยมชาวอังกฤษโต้แย้งไว้เต็ม เหยียดในความเรียงที่หนึ่งว่าด้วยการปกครอง (ดู สมบัติ จันทรวงศ์, “บทนำ : The Second Treatise of Government ของจอห์น ล็อก กับคติเสรีนิยม”, ใน จอห์น ล็อก, ความเรียงที่สองว่าด้วยการปกครอง, 2564, น. 23- 25)

แล้วยังมีอีริค ฟอน คูเน็ต-เลดดิห์น (1909-1999) สัพพัญญูเชื้อสายขุนนางชาวออสเตรีย-อเมริกันผู้ถูก กล่าวขวัญถึงว่าเป็นอัศวินเสรีนิยมปฏิกิริยาที่คัดค้านการปฏิวัติฝรั่งเศส ลัทธิคอมมิวนิสต์รวมทั้งลัทธินาซี หากแต่ปลาบปลื้มชื่นชมจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีในอดีตและเสนอทฤษฎีว่าระบอบราชาธิปไตยเหนือกว่าประชาธิปไตยอย่างไร (https://habsburgottoalapitvany.hu/en/a-reactionary-liberal-knight-of-the-20th-century/)

(ฮันส์-แฮร์มาน ฮอพเพอ นักเศรษฐศาสตร์อิสรเสรีนิยมปีกขวาชาวเยอรมัน-อเมริกันผู้สนับสนุนทุนนิยม-อนาธิปัตย์ และคัดค้านประชาธิปไตย & หนังสือของเขาเรื่อง ประชาธิปไตย : พระเจ้าผู้ล้มเหลว)

ทว่าอิทธิพลทางความคิดเหนือยาร์วินแรงกล้าที่สุดในเรื่องนี้มาจากผู้ประพันธ์หนังสือ ประชาธิปไตย : พระเจ้าผู้ล้มเหลว (2001, ซึ่งยาร์วินน่าจะเจอตัวเล่มเข้าที่บ้านของปีเตอร์ เธียล) อันได้แก่ ฮันส์-แฮร์มาน ฮอพเพอ (1949-ปัจจุบัน) นักอิสรเสรีนิยมแบบเก่า ลูกศิษย์ของเมอรี รอธเบิด (1926-1995) นักเศรษฐศาสตร์การเมืองสำนักออสเตรีย ชาวอเมริกันผู้เป็นแกนนำของขบวนการอิสรเสรีนิยมปีกขวาและนักทฤษฎีผู้ก่อตั้งแนวคิดทุนนิยม-อนาธิปัตย์ในสหรัฐฯ

โดยราวกลางทศวรรษ 1980 รอธเบิดเป็นผู้ช่วยหาทุนวิจัยและตำแหน่งอาจารย์ให้ฮอพเพอที่มหาวิทยาลัย เนวาดา ณ เมืองลาสเวกัสในสหรัฐ และดึงอดีตนักศึกษาของเยอร์เกน ฮาร์เบอมาส นักปรัชญาทฤษฎีวิพากษ์ชาวเยอรมันคนนี้ให้ละเลิกแนวคิดเอียงซ้ายแล้วหันมาเอียงขวาตามเขาแทน

กระนั้นแล้ว อะไรคือแนวคิดของฮอพเพอเกี่ยวกับประชาธิปไตยกับราชาธิปไตยเล่า?

(เคอร์ติส ยาร์วิน กับนิค แลนด์ สองนักอุดมการณ์ตัวเอ้ของขบวนการยุครู้แจ้งสนธยา)

เขาเห็นว่า ประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ย่อมจะต้องล้มเหลวในความพยายามของมันที่จะขจัดปัดเป่าความไม่เสมอภาคของมนุษย์ให้หมดสิ้นไป ค่าที่มันมีอคติลำเอียงเข้าข้างสิทธิ์เลือกตั้งถ้วนหน้าสากล ประชาธิปไตยย่อมจะเบียดขับเข้าแทนที่การปกครองของชนชั้นนำตามธรรมชาติ ดังที่ฮอพเพอถกเถียงไว้ในหนังสือ ประชาธิปไตย : พระเจ้าผู้ล้มเหลว ของเขาว่า :

“สิ่งที่จริงแท้ ยุติธรรม และงดงามหาได้ถูกกำหนดโดยเสียงโหวตของประชาชนไม่ มวลชนทุกหนแห่งล้วนแล้วแต่โง่เขลา สายตาสั้น ถูกจูงใจด้วยแรงริษยาและหลอกง่ายด้วยกันทั้งสิ้น ก็แลเหล่านักการเมืองประชาธิปไตยนั้น ย่อมออดอ้อนเอาใจมวลชนเหล่านี้เพื่อให้ตนได้รับเลือกตั้ง ใครหน้าไหนเป็นนักกวนเมืองที่เก่งที่สุดย่อมจะชนะ ฉะนั้นประชาธิปไตยย่อมแทบว่าจำจะต้องนำไปสู่การบิดพลิ้วสัจธรรม ความยุติธรรม และความงามเลยทีเดียว”

ตรงกันข้าม เขาเถียงว่า ระบอบที่เข้าใกล้ระเบียบธรรมชาติมากที่สุดได้แก่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ต่างหาก เนื่องจากกษัตริย์ครอบครองราชอาณาจักรอย่างเด็ดขาดสัมบูรณ์และสามารถใช้สิทธิอำนาจของตนเช่นเดียวกับผู้ครอบครองทรัพย์สินเอกชนได้ กษัตริย์จึงมีผลประโยชน์ผูกพันที่จะเพิ่มพูนมูลค่าแห่งราชอาณาจักรของตน โดยประยุกต์ใช้นโยบายขับไล่ไพร่บ้านพลเมืองผู้ไม่ก่อผลผลิตออกไปเสียหรือแม้กระทั่งขจัดกวาดล้างพวกที่พยายามปกป้องวิถีชีวิต ทางเลือกของตัวให้หมดสิ้นไปในทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นพวกคอมมิวนิสต์ พวกนิยมประชาธิปไตย หรือพวกรักร่วมเพศก็ตาม

โดยเริ่มจากข้อตั้งแบบทุนนิยม-อนาธิปัตย์ ฮอพเพอถือว่าระบอบราชาธิปไตยใหม่ที่เขาเสนอซึ่งเนื้อแท้แล้วคือ “ระบอบการปกครองของทรัพย์สินเอกชน” นั้นเสมือนหนึ่งสังคมอธิปไตยขนาดจิ๋วที่ซึ่งคณะกรรมการลับจะเป็นผู้คัดเลือกกษัตริย์ซีอีโอนั่นเอง

ดูจากปีตีพิมพ์ นับว่าฮอพเพอนำเสนอเรื่องระบอบราชาธิปไตยดีกว่าประชาธิปไตยมาร่วมเสี้ยวศตวรรษแล้ว และในช่วงเวลาดังกล่าวมันก็ค่อยๆ ซึมซับสืบสายผ่านเคอร์ติส ยาร์วิน มายังปีเตอร์ เธียล และนิค แลนด์

ดังปรากฏว่าปีเตอร์ เธียล มหาเศรษฐีไฮเทคผู้ก่อตั้งบริษัท PayPal และ Palantir และนายทุนหนุนหลังยาร์วิน รวมทั้งการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์กับแวนซ์ ได้ตีพิมพ์บทความในวารสาร Cato Unbound ของสถาบัน Cato อันเป็นคลังสมองพวกอิสรเสรีนิยมในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เรื่อง “The Education of a Libertarian” ว่าเสรีภาพกับประชาธิปไตยนั้นไปด้วยกันไม่ได้ (https://www.cato-unbound.org/2009/04/13/peter-thiel/education-libertarian/)

ต่อมาในปี 2014 เธียลก็เขียนหนังสือร่วมกับ Blake Masters เรื่อง Zero to One : Notes on Startups, or How to Build the Future ยืนยันว่าหลังทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ระบอบเสรีประชาธิปไตยทั้งหลายได้แสดงให้เห็นว่าเป็นอริกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี พร้อมกันนั้นเธียลก็ยกย่องเฉลิมฉลองคนประเภทที่เขาเรียกว่า “ผู้ก่อตั้ง” (the founder) ซึ่งหมายถึงอภิมนุษย์ผู้พลิกเปลี่ยนโลกด้วยความห้าวหาญและการหยั่งรู้เองของตน

หนึ่งในประดาบุคคลต้นแบบของ “ผู้ก่อตั้ง” ในสายตาเธียลย่อมเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากเหล่านายทุนผู้ประกอบการซึ่งถูกนำไปเทียบเคียงกับกษัตริย์ศักดินาแต่ก่อน

การประเมินที่ว่านี้ สอดรับคล้องจองกับความคิดเห็นของพวกที่ถูกขนานนามว่า “ราชาปราชญ์” แห่งซิลิคอนแวลลีย์ (จำพวกเดียวกับปีเตอร์ เธียล เองนั่นแหละ) อาทิ อีลอน มัสก์ @Tesla & X, อเล็กซ์ คาร์พ @Palantir, มาร์ค แอนดรีสเซน @Andreessen Horowitz, บาลาจี ศรีนิวาสัน @Counsyl เป็นต้นอันถือเป็นเหล่า “คณาธิปัตย์ปัญญาชน” เผ่าพันธุ์ใหม่ผู้เคลิ้มฝันว่าวันหนึ่งพวกตนจะได้ครองฐานะบทบาท “นักนิติบัญญัติ” ที่ตรากฎหมายให้แก่สังคม โลก (https://www.theideasletter.org/essay/silicon-valleys-new-legislators/)

ส่วนนิค แลนด์ เป็นอดีตนักวิจัยซ้ายอนาธิปัตย์และมองโลกแง่ร้ายแห่งมหาวิทยาลัยวอร์ริกของอังกฤษ เจ้าทฤษฎีแนวหน้าว่าด้วยไซเบอร์พังก์ ไซเบอร์เนติกส์ ประเด็นเพี้ยนพิลึกหลุดโลกและยาเสพติด กระทั่งตัวเองติดยาบ้า ต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วหายตัวไปหลายปี จนโผล่ใหม่ที่เซี่ยงไฮ้กลายเป็นนักคิดเจ้าสำนักฝ่ายขวาคอยเผยแพร่โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย X จนได้ฉายา “บิดาแห่ง Accelerationism”

ทั้งนี้ Accelerationism สกุลนิค แลนด์ เสนอว่า ทุนนิยมที่มีปัญญาฉลาดล้ำไฮเปอร์จะข้ามพ้นมนุษยชาติไป และเราควรต้อนรับการนี้….

หากขยายความก็คือ แลนด์เชื่อว่า ทุนนิยมคือภูมิปัญญาต่างดาวจากอนาคตที่กำลังใช้มนุษยชาติเป็นประหนึ่งจรวดเร่งเครื่องเพื่อขับดันตัวมันให้บังเกิดขึ้นมา ดังนั้น แทนที่เราจะพยายามต่อต้านหรือกำกับควบคุมสภาพอภิมหาโกลาหลของโลกยุคใหม่ เขาเสนอว่า เราควรเร่งเครื่อง (accelerate) กระบวนการนี้จนกว่ามวล “มนุษย์” จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลังนั่นแล (https://www.tabletmag.com/sections/arts-letters/articles/who-is-nick-land & ผศ.ดร.พลอยใจ ปิ่นตบแต่ง แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เขียนถึงนิค แลนด์ ไว้ที่ https://www.the101.world/help-my-friends-are-leftist-ep-7/)

สําหรับประชาธิปไตย แลนด์เห็นว่า มันต้องรับผิดชอบต่อความเสื่อมทรามของภาวะสมัยใหม่และความตกต่ำของมานุษยวิทยาอันแท้จริงของมนุษยภาพ

ในคำประกาศ “ยุครู้แจ้งสนธยา” (Dark Enlightenment, ปี 2012) ของแลนด์ เขาอธิบายว่า “อุดมการณ์ประชาธิปไตย” ซึ่งรวมศูนย์ที่การรู้จักอดทนอดกลั้นและลัทธิพหุวัฒนธรรมนั้น ได้สร้าง “โลกแบบออร์เวลล์” (หมายถึงภาวะเผด็จอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือปัจเจกบุคคลทั้งมวลในนิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์) และได้กลับกลายตัวมัน ไปเป็น “ระบอบประชาธิปไตยที่คุมตัวเองเบ็ดเสร็จ” (self-totalitarian democracy) แล้ว

ฉะนั้น ด้วยเดชานุภาพของทุนนิยมกับเทคโนโลยี จึงพึงต้องเร่งรัดทำลายระเบียบสังคมการเมืองดังที่เป็นอยู่ลงไป เพื่อสร้างระบบอำนาจนิยมขึ้นมาที่ซึ่งหลักการประสิทธิภาพจะได้เข้าเบียดขับแทนที่หลักความชอบธรรมทางการเมืองเสีย (https://www.populismstudies.org/Vocabulary/dark-enlightenment/)

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศัพท์สามคำในปีขวาสุดโต่ง : ราชาธิปไตย (2)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...