OR-เซ็นทรัล ชิงบัดเจ็ตโฮเทล ฮ็อปอินน์-B2-Go Hotel เร่งสยายปีก
ทุนใหญ่ “OR-เซ็นทรัล” ท้าชิงบัดเจ็ตโฮเทล เฟสแรกผุด 6 แห่ง ชูจุดขาย Ecosystem ปั๊ม ปตท. ลอยัลตี้ “Blueplus+เซ็นทาราเดอะวัน” นายกโรงแรมไทยชี้ยังเป็นนิชมาร์เก็ต วงในคาดระยะยาวสร้างจุดเปลี่ยนท่องเที่ยวและค้าปลีก “HOP INN” รุกเอเชีย-แปซิฟิก “B2” บุก กทม. “GO Hotel” ตั้งเป้าขยายครบ 77 จังหวัดทั่วไทย
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด บริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% ร่วมกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ในกลุ่มเซ็นทรัล จัดตั้งบริษัทร่วมทุนดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)
โดย CENTEL เป็นผู้ศึกษาและวิเคราะห์ตลาด กำหนดว่าพื้นที่ไหนเหมาะสม เฟสแรกจะสร้าง 6 แห่งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี โดย 5 แห่งอยู่ในปั๊มน้ำมัน อีก 1 แห่งอยู่นอกปั๊มในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นโรงแรม 70-80 ห้อง ราคาเฉลี่ย 800-1,000 บาทต่อคืน โดยเฟสแรกใช้เงินลงทุน 700 ล้านบาท จะเห็นความชัดเจนกลางปี 2570 โดย OR จะประเมินผลทั้ง 6 แห่ง จะเดินหน้าต่อและขยายเพิ่มทั่วประเทศหรือไม่
“ปัจจุบัน OR มีสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ อยู่ใกล้สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว และปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัด มีพื้นที่กว่า 5-10 ไร่ สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ การทำธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดเป็นการเสริมระบบ Ecosystem ในสถานีให้มีบริการครบวงจร อาทิ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้านซักผ้า โดยผู้เข้ามาใช้บริการสามารถใช้บริการอื่น ๆ ได้ นอกจากเติมน้ำมัน” หม่อมหลวงปีกทองกล่าว
เปิดตัวแบรนด์กลาง มี.ค.นี้
นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร CENTEL กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทมองว่าโรงแรมบัดเจ็ตเป็นเซ็กเมนต์ตลาดที่น่าสนใจ มีโอกาสเติบโตสูง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวและคนเดินทางทั่วไปเน้นความประหยัดและพักสบายมากขึ้น โดยโรงแรมบัดเจ็ตมีขนาด 80 ห้อง ระดับราคา 800 บาทต่อคืนสำหรับต่างจังหวัด และ 1,200-1,300 บาทต่อคืนสำหรับในกรุงเทพฯ
โดยโลเกชั่นส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ของปั๊ม ปตท.เป็นหลัก เพราะจะเน้นจุดขายเรื่อง Ecosystem ของ ปตท.โออาร์ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์นักเดินทางอยู่แล้ว ทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านสะดวกซัก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ลูกค้าที่มาพักใช้บริการได้ครบวงจร ถือเป็นบริการที่ได้เปรียบโรงแรมบัดเจ็ตทั่วไปที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน ทั้งยังมีลอยัลตี้โปรแกรม Blueplus+ กว่า 10 ล้านคน และสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน (CentaraThe1) ที่ใช้ร่วมกันได้
“เรามองหลายกลุ่มเป้าหมาย ทั้งคนเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด คนขับรถ แบ็กแพ็กเกอร์ นักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการความสะดวก ประหยัด มีมาตรฐาน และปลอดภัย ซึ่งกลางเดือนมีนาคมนี้จะเปิดชื่อแบรนด์โรงแรมและทิศทางของธุรกิจ” นายกันย์กล่าว
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า โมเดลลงทุนดังกล่าวเป็นการยกระดับเชิงคุณภาพของโรงแรมต่างจังหวัด หากเข้าไปเปิดให้บริการในพื้นที่เมืองรองโรงแรมขนาด 80 ห้อง จะสร้างการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในต่างจังหวัดได้มากโดยเฉพาะคนไทยเที่ยวไทย หรือคนเดินทางชาวไทยที่ต้องการความสะดวก ไม่เน้นความหรูหรา แต่โรงแรมบัดเจ็ตยังเป็นนิชมาร์เก็ต เหมาะสำหรับนักเดินทางระหว่างเมือง คนเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือตลาดคนไทยเที่ยวไทย ยังเข้าไม่ถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากทำเลอยู่ใกล้ขนส่งสาธารณะน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี
จุดเปลี่ยนอุตฯท่องเที่ยว-ค้าปลีก
แหล่งข่าวในธุรกิจโรงแรมกล่าวว่า การผนึกกำลังครั้งสำคัญยักษ์ใหญ่พลังงานและค้าปลีกอย่าง ปตท.โออาร์ และ CENTEL ในระยะยาวจะเป็นจุดเปลี่ยนของอุตฯการท่องเที่ยวและค้าปลีกของไทยที่เป็นการนำความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทั้ง Blueplus+Loyalty Program ที่มีสมาชิก 10 ล้านคน จะเป็นกลไกหลักเปลี่ยนผู้แวะเติมน้ำมันให้กลายเป็ผู้เข้าพัก
ขณะที่กลุ่มเซ็นเทลเชี่ยวชาญการลงทุนและบริหารโรงแรมตั้งแต่ระดับ 5 ดาว ถึงโรงแรมบัดเจ็ต น่าจะทำให้ตลาดเชื่อมั่นมาตรฐานของโรงแรมและบริการที่เป็นมืออาชีพ เชื่อว่าเจ้าตลาดเดิมไม่ว่าจะเป็น HOP INN หรือ B2 เกิดแรงสั่นสะเทือนได้ไม่น้อย
ฮ็อปอินน์บุก ตปท.-B2 รุก กทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงแรมฮ็อป อินน์ (HOP INN) ดำเนินธุรกิจโดยบริษัท ฮ็อป อินน์ โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บุกเบิกโรงแรมบัดเจ็ตมาตรฐานรายแรก ๆ เมื่อกว่า 10 ปี มีเป้าหมายเป็นโรงแรมบัดเจ็ตอันดับ 1 ในเอเชีย-แปซิฟิก ปัจจุบันมีโรงแรมในไทยกว่า 70 แห่ง ฟิลิปปินส์ 10 แห่ง ญี่ปุ่น 4 แห่ง ล่าสุดจัดตั้งบริษัทย่อยขยายธุรกิจโรงแรมในเกาหลี โดยมีเป้าหมายมีโรงแรมกว่า 150 แห่ง ห้องพัก 14,000 ห้อง ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในปี 2573 ซึ่งการขยายธุรกิจมีทั้งเข้าซื้อกิจการ พัฒนาโครงการใหม่ เช่าเพื่อดำเนินการ และขายแฟรนไชส์
ขณะที่กลุ่ม B2 ของ “จาวลาเชียงใหม่กรุ๊ป” ผู้บุกเบิกโรงแรมบัดเจ็ตในเชียงใหม่ ปัจจุบันขยายไปอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ 78 แห่ง มากกว่า 30 จังหวัด เฉพาะเชียงใหม่ 20 แห่ง ปัจจุบัน ขยายตลาดเข้ากรุงเทพฯแล้ว เช่น ศรีนครินทร์ บางนา รังสิต ดอนเมือง ล่าสุดลงนามเข้าบริหารโรงแรม B2 ห้วยขวาง
GO Hotel ตั้งเป้า 77 จังหวัด
นายภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงาน Hotel Business บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จํากัด (มหาชน) ผู้พัฒนาธุรกิจโรงแรมกลุ่ม Budjet Hotel แบรนด์ GO Hotel กล่าวว่า CPN ผ่านช่วงเวลาเรียนรู้ตลาดธุรกิจโรงแรมบัดเจ็ตแล้ว ปัจจุบันมีโรงแรม GO Hotel รวม 5 แห่ง ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี และกรุงเทพฯ ปี 2569 เปิดอีก 5 แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น, นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่ และพระนครศรีอยุธยา และเปิดครบ 25 แห่งใน 5 ปี และมีห้องพักกว่า 1,500 ห้องทั่วประเทศ ส่วนระยะยาวจะขยายครบทั้ง 77 จังหวัด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : OR-เซ็นทรัล ชิงบัดเจ็ตโฮเทล ฮ็อปอินน์-B2-Go Hotel เร่งสยายปีก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net