ไหว้พระธาตุปีมะเมีย “เจดีย์ชเวดากอง” เชื่อคนเกิดปีม้าไหว้แล้วได้บุญใหญ่ อานิสงส์สูงล้น
ปีนี้ พ.ศ. 2569 ตามความเชื่อเรื่องปีนักษัตรของคนไทยตั้งแต่โบราณสืบต่อมาคนถึงปัจจุบัน ปี 2569 คือ “ปีมะเมีย” หรือ “ปีม้า” ซึ่งจะเป็นปีม้าทอง ม้าไฟ ม้าบ้า หรือ ม้าเศร้า หลังจากนี้ไปเราคงได้รู้กัน
สำหรับชาวล้านนาโบราณมีความเชื่อเรื่อง “การไหว้พระธาตุประจำปีเกิด” หรือ การไหว้พระธาตุประจำปีนักษัตร (12 นักษัตร) โดยเชื่อกันว่าก่อนที่มนุษย์จะมาปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา วิญญาณจะลงมา “ชุธาตุ” ซึ่งหมายถึงการที่ดวงวิญญาณจะลงมาพักอยู่ที่เจดีย์แห่งใดแห่งหนึ่งก่อน โดยมี “ตั๋วเปิ้ง” (สัตว์ประจำนักษัตร) พามาพักไว้ และเมื่อได้เวลา ดวงวิญญาณก็จะเคลื่อนจากพระเจดีย์ ไปสถิตอยู่บนกระหม่อมของผู้เป็นบิดาเป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ครรภ์ของมารดา และเมื่อเสียชีวิตลงแล้ว ดวงวิญญาณก็จะกลับไปพักอยู่ที่เจดีย์นั้น ๆ ตามเดิม
ด้วยเหตุนี้ชาวล้านนาโบราณจึงเชื่อว่าการมีโอกาสได้ไปกราบสักการะพระธาตุประจำปีเกิดของตนอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต จะเป็นการเสริมสิริมงคลครั้งใหญ่ในชีวิต ได้บุญกุศลสูงล้น เมื่อตายไปดวงวิญญาณจะได้เดินทางกลับสู่พระธาตุองค์นั้น ไม่ต้องเร่ร่อนไปในทุกคติภพ
สำหรับพระธาตุประจำปีมะเมียคือ “พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “เจดีย์ชเวดากอง” ที่ตั้งอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของเมียนมา หรือ “เบญจมหาบูชาสถาน” ที่ได้แก่ 1.เจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง (หลายคนยกให้เจดีย์ชเวดากองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของเมียนมา) 2.พระธาตุอินทร์แขวน เมืองไจก์โถ่ 3.เจดีย์ชเวมอดอร์ (เจดีย์มุเตา) เมืองหงสาวดี 4.เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม และ 5.พระมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์
เจดีย์ชเวดากอง ศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมา
เจดีย์ชเวดากอง ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมียนมา เป็นเจดีย์ทรงมอญ สูง 99 เมตร ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า 8 เส้น ซึ่งตามตำนานเล่าว่า เจดีย์ชเวดากองเริ่มสร้างสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ หรือเมื่อประมาณ 2,600 ปีมาแล้ว โดยแรกเริ่มที่สร้าง เจดีย์ชเวดากอง มีความสูงเพียง 27 ฟุตเท่านั้น
แต่ด้วยแรงศรัทธาของชาวพม่าที่มีต่อองค์พระเจดีย์ ต่างได้ร่วมจิตบริจาค เงินทองและทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ ก่อเสริมให้องค์พระเจดีย์มีความสูงใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันมีความสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต ซึ่งกินเนสส์บุ๊ค ได้จัดให้ชเวดากองเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก
ขณะที่องค์พระเจดีย์ฯ ที่มีสีทองเหลืองอร่ามงดงามนั้น มีข้อมูลระบุว่า ประดับด้วยแผ่นทองคำราว 4 หมื่นแผ่น รวมน้ำหนักทองหลายพันกิโลกรัม โดยช่างพม่าได้ใช้ทองคำแท้ ๆ นำมาตีเป็นแผ่นเรียงปิดองค์เจดีย์ไว้ ทำให้เจดีย์ชเวดากองนี้มีสีเหลืองทองสุกปลั่ง ดูสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน
นอกจากนี้บนยอดขององค์เจดีย์ชเวดากองยังมีอัญมณีล้ำค่าประดับประดาอยู่เป็นจำนวนมาก นำโดยไฮไลต์คือ เพชรเม็ดใหญ่ที่มีน้ำหนักถึง 76.6 กะรัต ซึ่งในยามค่ำคืนหากเพ่งมองดี ๆ จะมองเห็นแสงระยิบระยับวับ ๆ ของเพชรที่อยู่บนปลายยอดเจดีย์ได้อย่างสวยงามชัดเจน
เจดีย์พระบรมธาตุบ้านตาก ตัวแทนเจดีย์ชเวดากองในเมืองไทย
ด้วยความที่พระมหาเจดีย์ชเวดากองประดิษฐานอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ทำให้หลายคนไม่สะดวก ไม่มีงบประมาณพอ ไม่มีเวลา อีกทั้งยังมีสถานการณ์การความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง ในเมืองไทยได้มีการสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองจำลอง และองค์พระธาตุ เจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ไปกราบสักการะกันหลายแห่งด้วยกัน อาทิ
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์, วัดชุมพลคีรี อ.แม่สอด จ.ตาก, วัดพระบาทห้วยต้ม (พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย) อ.ลี้ จ.ลำพูน, วัดพระธาตุแช่แห้ง (เจดีย์ชเวดากองสีขาว) อ.ภูเพียง จ.น่าน, วัดสุวรรณคีรี (พุทธสุวรรณเจดีย์) อ.กระบุรี จ.ระนอง, วัดศรีจอมเรือง อ. จ.พะเยา และวัดสำแล วัดสวนมะม่วง วัดสองพี่น้อง วัดเมตารางค์ วัดท้ายเกาะใหญ่ ใน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นต้น
นอกจากนี้ก็ยังมี “เจดีย์พระบรมธาตุบ้านตาก” แห่ง วัดพระบรมธาตุบ้านตาก อ.บ้านตาก จ.ตาก ที่เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการสร้างเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลจากพระมหาเจดีย์ชเวดากองของบ้านเรา ทั้งยังมีความศักดิ์สิทธิ์เลื่องลือไกล จนถูกยกให้เป็นตัวแทนแห่งองค์เจดีย์ชเวดากองของเมืองไทย
จุดกำเนิดของเจดีย์พระบรมธาตุบ้านตากอันศักดิ์สิทธิ์สวยงามเปี่ยมศรัทธาในปัจจุบันนั้น ตามตำนานของพระเจ้าเลียบโลก กล่าวไว้ว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรดสัตว์ ณ บริเวณดอยมะหิยังกะ (อันเป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุบ้านตากในปัจจุบัน) ด้วยวิธีการล่องมาตามลำน้ำปิง แล้วได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า สถานที่นี้เป็นสถานที่สำราญ ร่มรื่น หากเราตถาคตปรินิพพานแล้วให้นำอัฐิและเกศากลับมายังดอยมะหิยังกะ
ดังนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระอรหันต์ทั้ง 4 จึงได้นำพระบรมสาริกธาตุของพระองค์ กับเกศาอีก 4 องค์ มาประดิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ภายในเจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยม
ต่อมาพระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (พาน) ได้เดินทางไปนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา จึงได้จำรูปแบบมาก่อสร้างองค์เจดีย์ชเวดากองจำลองคลุมเจดีย์องค์เก่า พร้อมปิดทองอย่างสง่างามจนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดตากมาจนถึงทุกวันนี้
ทุก ๆ ปี ในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ที่วัดพระบรมธาตุบ้านตากจะมีการจัดงานประเพณี ขึ้นธาตุเดือนเก้า โดยมีการจัดขบวนแห่ผ้าห่มธาตุองค์พระเจดีย์พระบรมธาตุบ้านตาก ประกอบด้วยขบวนกลองยาว ขบวนต้นเงินต้นทอง ขบวนตุงไชย ธงทิว และเครื่องพุทธบูชา แล้วทำพิธีห่มพระบรมธาตุที่ดูงดงามเปี่ยมไปด้วยศรัทธา
นอกจากองค์เจดีย์ชเวดากองจำลองแล้ว วัดพระบรมธาตุบ้านตากยังประดิษฐาน องค์ “หลวงพ่อทันใจ” อันเป็นที่ร่ำลือในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ มีคนเดินทางมาขอพรท่านกันไม่ขาดสาย ด้วยเชื่อว่าเมื่ออธิษฐานขออะไรก็จะได้ทันอกทันใจสมชื่อท่าน โดยมักจะแก้บนด้วยไข่ต้ม ผลไม้ และพวงมาลัยบูชา ซึ่งวันนี้ทางวัดพระบรมธาตุบ้านตากได้มีการ พระเจ้าทันใจองค์ใหญ่ไว้เป็นแลนด์มาร์กธรรม ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้กราบสักการะกัน
สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเมียหรือปีม้า การได้ไปกราบสักการะพระบรมธาตุบ้านตาก ซึ่งเป็นดังตัวแทนของพระมหาเจดีย์ชเวดากองในเมืองไทย จะได้รับอานิสงส์ผลบุญอันยิ่งใหญ่ ส่วนคนที่เกิดปีนักษัตรอื่น ๆ หากได้มาไหว้พระบรมธาตุบ้านตากในปี 2569 นี้ ก็เชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์สูงลุ้นเช่นเดียวกัน
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO