กำลังซื้อซบหนักไร้รัฐกระตุ้น ค้าปลีก-ห้างภูธรดิ้นปลุกยอด
“ค้าปลีก” อ่วม กำลังซื้อซบลากยาวครึ่งปี “ซีไอเอ็มบี” ชี้เจอ 4 ปัจจัยกระทบหนัก “สินค้าเกษตรตกต่ำ-ไม่มีมาตรการกระตุ้น-ท่องเที่ยวเฉา-ลงทุนเงียบ” ยักษ์ BJC ชี้ปี’69 สุดท้าทาย ไร้ปัจจัยบวก มีแต่ปัจจัยไม่แน่นอนทั้งเศษฐกิจ-การเมือง มุ่งชูความคุ้มค่าตอบโจทย์กำลังซื้อ “เดอะมอลล์” อัดแคมเปญ “ช้อปดีมีดีลคืน 50%” คืนความคุ้มค่าสูงสุดกว่า 50% ของมูลค่าการใช้จ่ายตลอดทั้งปี “เครื่องใช้ไฟฟ้า-นาฬิกา” เพิ่มงบฯการตลาดพยุงยอดขาย “ไอทีซิตี้” เตรียมอัดโปรฯ เดือน ก.พ. ขณะที่ห้างภูธร “แจ่มฟ้า-เซฟมาร์ท” เล็งงัดโปรฯแรง “ลด แลก แจก แถม” ปลุกยอด
ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สำนักวิจัยฯมองว่าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้กำลังซื้อจะแย่ จากหลายสาเหตุ ประเด็นแรกคือ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กระทบกำลังซื้อเกษตรกรและเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด 2.ไม่มีมาตรการกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน คนละครึ่ง พลัส หรือลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt) เพราะเป็นช่วงที่ต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่ก่อน 3.รายได้จากการท่องเที่ยวที่อาจจะดีแค่ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่หลังจากเดือน มี.ค.-เม.ย.เป็นต้นไปจะเข้าสู่โลว์ซีซั่น
“ขาดความเชื่อมั่น กำลังซื้อหาย เงินไม่สะพัด และรายได้จากการท่องเที่ยวก็จะไม่ได้เป็นตัวส่ง หรือเป็นแรงส่งเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะต้องระวัง เพราะนักท่องเที่ยวปีนี้ แม้จำนวนจะมองกันว่าเพิ่มจากปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร ยังโดนผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีน หรือมาเลเซียที่จะยังไม่มาก”
ประเด็นที่ 4 ลงทุนภาครัฐก็ต้องรอรัฐบาลเร่งอนุมัติโครงการใหม่ ส่วนเอกชนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ก็อาจจะ Wait & See หรือการลงทุนภาคก่อสร้างก็อาจจะรอจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่จึงจะมีความเชื่อมั่น ซึ่งจะทำให้การเติบโตของค่าจ้าง หรือรายได้นอกภาคเกษตรอาจจะไม่ได้เร่งแรง
“นี่เป็น 4 เรื่องที่เรากังวลว่า จะทำให้กำลังซื้อในปีนี้่อ่อนแอ โดยปกติ ตัว C หรือการบริโภคภาคเอกชนจะโตได้ดีกว่า GDP แต่หลังจากนี้การบริโภคจะโตได้ไม่ดี ถ้าดูจากการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) การบริโภคก็จะโตต่ำกว่า GDP ซึ่งก็ต้องเตือนว่าจะไปหวังแต่มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อคงไม่ได้ โดยภาพกำลังซื้ออาจจะเปลี่ยนหลังจากนี้ว่าเราคงจะไม่ไปหวังกระตุ้นการบริโภคเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้อีก เราต้องหาเครื่องยนต์ใหม่”
ดร.อมรเทพกล่าวด้วยว่า ส่วนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ในแง่ของกำลังซื้อก็คงดีกว่าไม่มีอะไรเลย คงช่วยกระตุ้นได้บ้าง แต่คงไม่มากจนสามารถทดแทนปัจจัยต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบทั้งหมดได้ และเมื่อผ่านเลือกตั้งไป ก็คงจะแผ่วลง ไม่ได้ยั่งยืน
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า ปีนี้จะไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ในช่วงไตรมาสแรกเหมือนกับหลายปีที่ผ่านมา ที่มีมาตรการ “Easy E-Receipt” หรือ “ช้อปดีมีคืน” เนื่องจากขณะนี้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่สามารถอนุมัติมาตรการภาษีได้ รวมถึงที่ผ่านมา รัฐบาลก็เห็นควรให้ไปเน้นมาตรการภาษีที่สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวเป็นหลัก
BJC รับไร้ปัจจัยบวก
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC กล่าวว่า ปี 2569 นี้ธุรกิจค้าปลีกไทยท้าทายมาก ยากที่ภาคธุรกิจจะสร้างการเติบโต เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกชัดเจน มีแต่ปัจจัยไม่แน่นอนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การเมืองโลก-การเมืองไทย ราคาพลังงาน สภาพเศรษฐกิจ ฯลฯ ซึ่งเกิดต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2568 ที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคจำนวนมากได้รับผลกระทบจากทั้งภัยธรรมชาติ และความขัดแย้งชายแดนมาก่อนแล้ว ส่งผลให้เน้นซื้อของที่จำเป็นมากกว่าสินค้าชิ้นใหญ่มูลค่าสูง
สำหรับบีเจซีในธุรกิจค้าปลีกจะรับมือด้วยความคุ้มค่าของสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันและของสดเพื่อตอบโจทย์ของผู้บริโภค ปรับพอร์ตสาขาด้วยการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร เปิดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ พร้อมสร้างรายได้จากธุรกิจอื่นในเครือ เช่น ธุรกิจขนส่งกระจายสินค้าที่โฟกัสเซ็กเมนต์สุขภาพอย่างการกระจายยาและเครื่องมือแพทย์ไปยังโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา เป็นต้น
เดอะมอลล์ ช้อปดีมีดีลคืน 50%
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ที่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ว่าช่วงต้นปี 2569 ภาครัฐจะไม่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการลดหย่อนภาษี แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการจับจ่าย เนื่องจากเดอะมอลล์ กรุ๊ปได้เตรียมกลยุทธ์และแคมเปญที่แข็งแรงเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นมอบ “ความคุ้มค่า” และ “ความพิเศษ” ให้กับทั้งลูกค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มทราฟฟิกในศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง
โดยจัดแคมเปญ “ช้อปดี มีดีลคืน 50% ทั้งปี” ระหว่างวันที่ 16 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา และเดอะมอลล์โคราช ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนมาตรการภาครัฐ โดยมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าแบบจับต้องได้ตลอดทั้งปี ผ่านการคืนความคุ้มค่าในรูปแบบ Cash Coupon รวมสูงสุดกว่า 50% ของมูลค่าที่ใช้จ่าย
นอกจากนี้ยังมีแคมเปญมอบ Cash Coupon เมื่อช็อปร้าน IT & GADGET ภายในศูนย์ฯ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช ครบ 20,000 บาทขึ้นไป รับ Cash Coupon มูลค่า 3,300 บาท ช็อปที่เพาเวอร์ มอลล์ ครบ 25,000 บาทขึ้นไป รับส่วนลด 50% ตลอดปี มูลค่ารวมสูงสุด 4,400 บาท และเมื่อช็อปที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สะสมยอดซื้อครบ 6,000 บาทขึ้นไปภายในวันรับ E-Coupon มูลค่า 1,100 บาท เริ่มตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์-31 ธันวาคม 2569
“แคมเปญนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ยังสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งเรามั่นใจว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการรักษาการเติบโตของธุรกิจในปีนี้”
เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มงบฯตลาด
นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การที่เดือนมกราคม 2569 นี้ไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-บนอย่าง “ช้อปดีมีคืน” นั้นสร้างความกังวลในหมู่ผู้ประกอบการร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า
“ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบ เนื่องจากยอดขายช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมยังไปได้ดี จึงต้องรอประเมินผลในช่วงปลายเดือนมกราคมอีกครั้ง หากมีสัญญาณลดลงจะรับมือด้วยการผนึกกำลังกับดีลเลอร์เพื่อวางแผนจัดแคมเปญกระตุ้นการจับจ่ายอีกครั้ง”
เช่นเดียวกับนายคม สัจจวโรดม ผู้จัดการสินค้าแบรนด์ โอเรียนท์ (ORIENT) และโอเรียนท์ สตาร์ (ORIENT STAR) บริษัท สหกรุงทอง จำกัด ที่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การที่ปี’69 ไม่มีมาตรการกระตุ้นส่งผลต่อแบรนด์และตลาดนาฬิกา โดยดีลเลอร์มีความกังวลเช่นกัน บริษัทจึงต้องรับมือด้วยการเน้นสร้างความคึกคัก ด้วยการนำนาฬิการุ่นใหม่มาเปิดตัวเร็วขึ้นกว่าปกติและเพิ่มงบฯการตลาดขึ้น 15-20% จากปีก่อน พร้อมระดมสื่อสารผ่าน KOL เดินสายเปิดบูทในห้าง-ศูนย์การค้า เพื่อสร้างการเติบโตตามเป้า 15-20% ในปีนี้
สินค้าไอทีเตรียมกระตุ้นช่วง ก.พ.
นายเกษม ศรีเลิศชัยพาพิช รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายตลาด บริษัท ไอทีซิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแคมเปญการตลาดไว้ปล่อยออกมาในช่วงเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เคยทำมาตรการ “Easy E-Receipt” เมื่อปีที่แล้ว โดยจะมุ่งเน้นให้ลูกค้ารู้สึกถึงความ “คุ้มค่า” ที่สุด
นอกจากนี้ในปีนี้ฝั่งสินค้าไอทียังเผชิญความกดดันจากวิกฤตขาดแคลนชิป RAM และ Semiconductor มีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตที่ต้นทางอาจทยอยขึ้นราคา สินค้าบางรายการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 40-50% เมื่อเทียบกับปลายปีก่อน (กลุ่มชิปคอนซูเมอร์) ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ
นายเกษมกล่าวว่า ปัจจัยบวกของกำลังซื้อในปีนี้ มองว่าคือการใช้จ่ายช่วงเลือกตั้งที่มักจะทำให้เกิด “เงินสะพัด” ในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาพรวมได้บ้าง แม้ว่าจะไม่มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐอย่าง Easy E-Receipt เหมือนปีที่แล้ว
ห้างภูธรอัดโปรฯแรง
นายแพทย์ณัฐพล วงศ์มณีรุ่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จำกัด ผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีก จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หากปีนี้ไม่มีมาตรการช้อปดีมีคืน อาจต้องปรับกลยุทธ์ใช้แผนกระตุ้นกำลังซื้อค้าปลีกของทางบริษัทเอง โดยมุ่งเน้นที่การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการจับจ่าย โดยเฉพาะโปรโมชั่นตรงใจอย่างลด แลก แจก แถม
“ปกติเราจะเน้นทำการตลาดด้วยโปรโมชั่นนี้มาตลอดอยู่แล้ว หากไม่มี Easy E-Receipt ก็อาจต้องเพิ่มโปรฯแรงมากกว่าที่เคยทำ เช่น ซื้อ 1 แถม 1 เพราะปัจจุบันการแข่งธุรกิจค้าปลีกในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนค่อนข้างรุนแรงมาก” นายแพทย์ณัฐพลกล่าวและว่า ทางห้างจะพยายามทำให้สินค้าราคาถูกกว่าที่อื่น เพราะมีพาร์ตเนอร์ที่เป็นผู้ผลิตโดยตรง และทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ราว 400 ราย” นายแพทย์ณัฐพลกล่าว
เช่นเดียวกับนายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร กรรมการผู้อำนวยการ เซฟมาร์ท ซูเปอร์สโตร์ จ.อุดรธานี ที่กล่าวว่า หากปีนี้ไม่มีมาตรการ Easy E-Receipt ทางเซฟมาร์ทฯ ในฐานะห้างท้องถิ่นของจังหวัดอุดรธานีจะใช้กลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อร่วมมือกับซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายสินค้า ออกโปรโมชั่นช่วยลดภาระค่าครองชีพ เช่น การตรึงราคาสินค้าจำเป็นในบางช่วงเวลา การจัดโปรโมชั่นซื้อยกแพ็กราคาพิเศษ การซื้อครบตามเงื่อนไขแล้วลดทันทีหน้าบิล รวมถึงการจัดชุดสินค้าจำเป็นราคาประหยัด ฯลฯ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กำลังซื้อซบหนักไร้รัฐกระตุ้น ค้าปลีก-ห้างภูธรดิ้นปลุกยอด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net