โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กทม. ภาคีรัฐ เอกชน และวิชาการ ทดลองวินมอเตอร์ไซค์ อีวี หวังลด PM2.5 ปั้นโมเดลต้นแบบลดมลพิษในเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิต “EV เพื่อพี่วิน”

BTimes

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

กรุงเทพมหานคร เร่งแก้วิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่กระทบสุขภาพคนเมือง จับมือภาคีรัฐ เอกชน และสถาบันวิชาการ เตรียมเปิดตัวโครงการนำร่อง “EV เพื่อพี่วิน” ดึงวินมอเตอร์ไซค์กว่า 200 คนทั่วกรุงเทพฯ เข้าสู่การทดลองใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มุ่งลดมลพิษในเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดสนามให้ทดลองขับจริง รับข้อมูลการเงิน การบำรุงรักษา และสมัครเข้าร่วมโครงการทดลองใช้งาน

โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (ฺกทม.) โครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ตั้งเป้าพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งเสริม (Feeder System) ดั้งเดิมสู่ขนส่งสะอาดที่เป็นมิตรต่อทั้งคนขับ เมือง และสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายผลการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกมิติการเดินทางทั่วประเทศต่อไป

วินมอเตอร์ไซค์ 89,000 คนทั่วกรุงเทพฯ ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพียง 123 คัน

ดร. โดมินิกา คาลินอฟสกา ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย จาก GIZ กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ การลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดในเมืองจึงเป็นโจทย์เร่งด่วนที่ต้องอาศัยมาตรการเชิงปฏิบัติควบคู่กัน โดยเฉพาะจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีบทบาทสำคัญต่อการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ในพื้นที่ซอยลึกและย่านที่ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่เข้าถึงได้จำกัด วินมอเตอร์ไซค์จึงเปรียบเสมือนขนส่ง ‘เส้นเลือดฝอย’ (Capillary Transport) เพียงหนึ่งเดียวที่เชื่อมต่อการเดินทางทั่วกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันกรุงเทพฯ มีผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน และวินมากกว่า 5,300 แห่งทั่วเมือง ทำหน้าที่เชื่อมต่อการเดินทางจากที่พักอาศัยสู่ระบบขนส่งหลักในแต่ละวัน”

แม้เทคโนโลยีจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะมีความพร้อมมากขึ้น แต่ในปัจจุบันยังมีจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่ใช้รถไฟฟ้าในระบบเพียง 123 คันเท่านั้น ส่วนใหญ่ยังขับขี่เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นหลัก และเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 และก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของทั้งผู้ขับขี่และประชาชนทั่วไป สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถไฟฟ้ายังต้องอาศัยการออกแบบระบบสนับสนุนที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ขับขี่

โครงการทดลองที่ใช้ได้จริงบนถนน แก้โจทย์วินฯ เมืองหลวงที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนรถ EV

โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” คือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนการศึกษาให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้จริง โดยออกแบบขึ้นจากการศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ ครอบคลุมทั้งมิติของรูปแบบการเดินรถ ต้นทุนรายวัน ข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัย และอุปสรรคการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งความกังวลเรื่องระบบแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงที่เคยเป็น "คอขวด" ของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์อย่างแม่นยำ เช่น โมเดลเช่าขับรายวัน และระบบสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) ที่ไม่ต้องรอชาร์จ ทำให้ผู้ขับขี่ได้ทดลองใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าในบริบทของการให้บริการรับ–ส่งผู้โดยสารจริง พร้อมเก็บข้อมูลรอบด้านเพื่อนำไปขยายผล

ปลดล็อกต้นทุนวินมอเตอร์ไซค์ ใช้รถ EV ประหยัดปีละสูงสุด 4 หมื่น

รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืน และหัวหน้าศูนย์ MOVE มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า “จากข้อมูลการใช้งานจริง ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์มีค่าใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 100–150 บาท วิ่งระยะทางราว 90–135 กิโลเมตรต่อวัน หากเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะลดลงเหลือเพียง 10–20 บาทต่อวัน หรือสามารถประหยัดได้ถึง 20,000–40,000 บาทต่อปี และแทบไม่มีค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เมื่อรวมกับประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมที่จักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่มีการปล่อยมลพิษจากปลายท่อเลย ก็จะช่วยยกระดับคุณภาพอากาศของเมืองในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยคุณโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เสริมว่า “การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต่อเนื่อง เช่น มาตรฐานด้านแบตเตอรี่ บริการหลังการขาย และรูปแบบทางการเงินที่เข้าถึงได้ เป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้ขับขี่ แม้เทคโนโลยีตัวรถจะพร้อมแล้ว แต่การใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างสนับสนุน ทั้งจุดชาร์จ การสลับแบตเตอรี่ และการซ่อมบำรุง โครงการมุ่งประสานและผลักดันการติดตั้งสถานีชาร์จสำหรับพี่วิน พร้อมทั้งเชื่อมโยงการใช้งานจุดชาร์จแบบ AC ที่มีอยู่ในพื้นที่นำร่อง เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานจริงก่อนขยายผลให้ครอบคลุมทุกมิติการเดินทางทั่วประเทศ”

ดีเดย์ 16 ก.พ. นี้! เปิดสนามทดลองขับให้พี่วินฯ คิกออฟโมเดล "Win-Win-Win"

โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” เตรียมจัดงานเปิดตัวในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ณ สนามกีฬาไทย–ญี่ปุ่น ดินแดง เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์เข้าร่วมทดลองขับจักรยานยนต์ไฟฟ้า รับข้อมูลด้านการเงิน การดูแลรักษา และสมัครเข้าร่วมโครงการทดลองใช้งาน โดยข้อมูลจากการทดลองจะถูกนำไปใช้พัฒนาแนวทางขยายผลในระยะต่อไป ภายใต้โมเดล “Win–Win–Win” ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งเมือง คนขับ และสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้จึงไม่เพียงเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาควิชาการเท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร (BMA) ในการพัฒนาเป็นโครงการนำร่องเชิงปฏิบัติ ที่สามารถต่อยอดสู่การขยายผลในวงกว้าง และเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนระบบขนส่งเมืองที่สะอาด ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...