โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อ่าวเปอร์เซียเดือดไม่พัก อิหร่านกลับลำประกาศโจมตีเพื่อนบ้านต่อไป

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 มีนาคม 2569 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเทศในอ่าวเปอร์เซียรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหม่ ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะโจมตีประเทศเพื่อนบ้านต่อไป ในสงครามที่ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง

เหตุระเบิดเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีใกล้หอคอยอาซาดี บริเวณพื้นที่สนามบินนานาชาติเมห์ราบัดในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม (Photo by ATTA KENARE / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 กล่าวว่า สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ยังคงมีเสียงระเบิดดังสนั่นในดูไบของยูเออี, โดฮาของกาตาร์ และมานามาของบาห์เรน โดยมีรายงานการโจมตีเป็นระยะๆในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์ และคูเวต

การโจมตียังคงเกิดขึ้นแม้ว่าประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวขอโทษประเทศในอ่าวเปอร์เซียสำหรับการโจมตีครั้งก่อนๆ โดยระบุว่าประเทศเหล่านั้นจะไม่ตกเป็นเป้าหมายอีกต่อไป เว้นแต่จะมีการโจมตีจากดินแดนของประเทศเหล่านั้นก่อน

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อิหร่านพลิกลิ้นและกล่าวว่าจะยังคงดำเนินการโจมตีเป้าหมายประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ "อยู่ในการควบคุมของศัตรู" ต่อไป

ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล-นาห์ยาน แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวในการปราศรัยว่า ประเทศตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งสงคราม และจะแข็งแกร่งขึ้นจากการสู้รบครั้งนี้

ทางการดูไบกล่าวเมื่อเย็นวันเสาร์ว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายจากผลกระทบของการสกัดกั้นทางอากาศ และระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาวปากีสถาน

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ดูไบได้ปิดสนามบินหลักซึ่งเป็นสนามบินที่มีการจราจรทางอากาศระหว่างประเทศหนาแน่นที่สุดในโลก หลังจากที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่าได้สกัดกั้นวัตถุไม่ทราบชนิดในบริเวณใกล้เคียง

พยานคนหนึ่งบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นในบริเวณนั้น ตามด้วยกลุ่มควัน ขณะที่ภาพวิดีโอที่ได้รับการรับรองจากเอเอฟพีบันทึกเสียงโดรนไว้ได้ ตามด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นและกลุ่มควันใกล้กับอาคารผู้โดยสารของสนามบิน

รัฐบาลแถลงว่ามีเหตุการณ์เล็กน้อยอันเป็นผลมาจากเศษซากที่ตกลงมาหลังจากการสกัดกั้น โดยไม่ได้กล่าวถึงสนามบินโดยตรง และกล่าวว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

สายการบินเอมิเรตส์ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดทั้งต้นทางและปลายทางดูไบจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม แต่ต่อมาไม่นานได้ประกาศกลับมาให้บริการต่อ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯและเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารอเมริกัน เป็นประเทศที่ถูกโจมตีมากที่สุดในอ่าวเปอร์เซียระหว่างสงครามครั้งนี้

ในวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมยูเออีเปิดเผยว่า จากขีปนาวุธ 16 ลูกที่ยิงใส่ประเทศเมื่อวันเสาร์ มีเพียงลูกเดียวที่ถูกสกัดกั้นได้ ไม่นับลูกที่ตกลงไปในทะเลเอง

จากโดรน 121 ลำที่ตรวจพบ มี 119 ลำถูกยิงทำลาย ขณะที่ 2 ลำตกลงในดินแดนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

การโจมตีครั้งนี้ทำให้จำนวนขีปนาวุธที่ตรวจพบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันเสาร์ที่แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 221 ลูก และจำนวนโดรนเกิน 1,300 ลำ

เที่ยวบินจากสนามบินหลักของดูไบกลับมาให้บริการบางส่วนแล้ว แม้ยังมีการโจมตีด้วยโดรนทุกวัน

เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว พนักงาน 4 คนได้รับบาดเจ็บและอาคารผู้โดยสารสนามบินได้รับความเสียหาย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การโจมตีของอิหร่านยังเกิดขึ้นที่สนามบินอาบูดาบี, โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับหรูปาล์มจูเมราห์ และโรงแรมหรูเบิร์จอัลอาหรับ ขณะที่เศษซากจากโดรนทำให้เกิดไฟไหม้ที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในดูไบเมื่อวันอังคาร

ในส่วนอื่นๆ ของอ่าวเปอร์เซีย กระทรวงกลาโหมกาตาร์ระบุว่ากองทัพของตนได้สกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธ 2 ครั้งที่มุ่งเป้าไปที่ประเทศ

คูเวตระบุว่าสกัดกั้นโดรน 7 ลำได้ตั้งแต่รุ่งเช้าวันเสาร์ โดยการโจมตีดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายทางวัตถุจากเศษซากที่ตกลงมาเท่านั้น

และบาห์เรนระบุว่าสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 92 ลูกและโดรน 151 ลำ นับตั้งแต่เริ่มการรุกรานอย่างโหดร้ายของอิหร่าน

มีรายงานเสียงระเบิดเมื่อคืนวันเสาร์ในมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน ขณะที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คนหลังจากเศษชิ้นส่วนจรวดตกลงบนถนนสาธารณะ

ในซาอุดีอาระเบีย กระทรวงกลาโหมระบุว่าทำลายขีปนาวุธได้ 3 ลูกที่มุ่งหน้าไปยังฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน (Prince Sultan Air Base) ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองทัพอเมริกัน รวมถึงโดรน 17 ลำ เหนือแหล่งน้ำมันเชย์บาห์ทางตะวันออกเฉียงใต้

คูเวตก็รายงานว่าสกัดกั้นโดรนได้เช่นกัน ขณะที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศประกาศลดการผลิตน้ำมันดิบลงเป็นการ "ป้องกันไว้ก่อน" เนื่องจากอิหร่านโจมตีและคุกคามช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดขนส่งไฮโดรคาร์บอน (เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันดิบ, ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน) ที่สำคัญของอ่าวเปอร์เซีย

ทางเหนือขึ้นไป จอร์แดนกล่าวหาอิหร่านว่าโจมตีเป้าหมายในราชอาณาจักรโดยตรง โดยระบุว่ากองทัพเตหะรานได้ยิงขีปนาวุธและโดรน 119 ลูกเข้าใส่ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

"ขีปนาวุธและโดรนเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่สถานที่สำคัญภายในจอร์แดน ไม่ใช่แค่ผ่านเข้ามาในดินแดนของเราเฉยๆ" พลตรีมุสตาฟา ฮายารี โฆษกทางทหารกล่าว

เช่นเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวโทษอิหร่านเรื่องการโจมตีโรงเรียนประถมในเมืองมินาบทางตอนใต้ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 150 ราย

"เราคิดว่าอิหร่านเป็นคนทำ เพราะอย่างที่คุณทราบ พวกเขามีความแม่นยำต่ำมากในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

อย่างไรก็ตาม การสืบสวนของสื่อนิวยอร์กไทมส์พบว่ากองทัพสหรัฐฯ น่าจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขาไม่ต้องการให้ชาวเคิร์ดเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลังจากมีการคาดการณ์ว่ากลุ่มชาวเคิร์ดอาจใช้สงครามนี้เป็นโอกาสในการยึดอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้สงครามซับซ้อนไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เขายินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากนักรบชาวเคิร์ดทำการโจมตีเพื่อสนับสนุนสงครามฝั่งสหรัฐ-อิสราเอล

ทางด้านอิสราเอล นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่าจะทำสงครามกับอิหร่านต่อไปด้วยกำลังทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการอย่างเป็นระบบเพื่อกำจัดระบอบอิหร่าน

เขากล่าวว่า ช่วงเวลาแห่งความจริงกำลังจะมาถึงสำหรับประชาชนชาวอิหร่าน และอิสราเอลต้องการช่วยปลดปล่อยพวกเขาจาก "แอกแห่งการกดขี่"

เขากล่าวเสริมว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ควบคุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะรานได้เกือบทั้งหมด

กองทัพอิสราเอลกล่าวเมื่อก่อนหน้านี้ว่าได้ทำการโจมตีอิหร่านประมาณ 3,400 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลประสบความสำเร็จในการโจมตีคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน นับเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันครั้งแรก

คลังน้ำมันดังกล่าวอยู่ใกล้กับโรงกลั่นน้ำมันที่สำคัญ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงกลั่นไม่ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการโจมตีเกิดขึ้นที่คลังน้ำมันทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน โดยเปลวไฟและควันพวยพุ่งขึ้นจากที่เกิดเหตุ

ในอีกด้านหนึ่ง อิสราเอลกล่าวว่าได้โจมตีเครื่องบินรบ 16 ลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน จากการถล่มสนามบินเมห์ราบัดในกรุงเตหะรานเมื่อคืนที่ผ่านมา

อิตาลีกำลังส่งเรือฟริเกตไปคุ้มครองไซปรัส เพื่อรับประกันความปลอดภัยของพรมแดนสหภาพยุโรป แต่แสดงจุดยืนว่าอิตาลีไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งและไม่มีเจตนาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของมัน

ศรีลังกาจะให้การรักษาแก่ลูกเรือชาวอิหร่านที่ได้รับการช่วยเหลือจากเหตุการณ์ที่สหรัฐโจมตีจนเรือจม และการส่งตัวลูกเรือที่ถูกตอร์ปิโดโจมตีกลับประเทศนั้นเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลวอชิงตันกำลังกดดันรัฐบาลโคลัมโบไม่ให้ส่งตัวพวกเขากลับประเทศ

ประเทศในเอเชียใต้แห่งนี้ได้ช่วยเหลือลูกเรือ 32 นายและกู้ศพ 84 ศพจากเรือฟริเกต IRIS Dena ของอิหร่าน ซึ่งถูกเรือดำน้ำของสหรัฐฯ จมลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกชายฝั่งทางใต้ของตน

ในคืนวันเสาร์ มีรายงานเสียงระเบิดหลายครั้งในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก รวมถึงจรวด 4 ลูกที่ยิงใส่สถานทูตสหรัฐฯ และถูกสกัดกั้นไว้ได้ โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้นได้ 3 ลูก ขณะที่อีกหนึ่งลูกตกลงในพื้นที่โล่งในบริเวณใกล้เคียง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...