โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อโลกไม่สงบ! เงินเฟ้อจากสงคราม กำลังกัดกินเงินเก็บเรา

Wealth Me Up

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 07.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

โลกไม่สงบ…แต่เงินเก็บเรายังต้อง “ปลอดภัย” สงครามไม่ได้กระทบแค่ข่าวหน้าหนึ่ง แต่อาจดัน “เงินเฟ้อ” ให้กัดกินมูลค่าเงินออมแบบเงียบๆ

มาดูเหตุผลว่าทำไมเงินเฟ้อพุ่ง และวิธีป้องกันพอร์ตด้วยการกระจายลงทุน และมีสภาพคล่องให้พอดี

ทำไมสงคราม ถึงทำเงินเฟ้อพุ่ง?

สงครามทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก การขนส่งสินค้าล่าช้าไม่เพียงแต่ในพื้นที่สงคราม แต่อาจลามไปถึงพื้นที่หรือเส้นทางที่เกี่ยวข้อง ยิ่งหากเกิดสงครามในประเทศส่งออกพลังงาน ต้นทุนการผลิตสินค้าทั่วโลกอาจสูงขึ้นจากพลังงานและวัตถุดิบที่ขาดแคลน

เช่น เหตุการณ์สหรัฐฯ และอิสราเอล โจมตีอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี 2022(ข้อมูล ณ 9 มี.ค. 26) ซึ่งหากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เราซื้อปรับตัวขึ้นด้วย ก็เท่ากับว่ามีต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน รวมถึงต้นทุนการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบตั้งแต่เริ่มการผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภคสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นเช่นกัน

อีกทั้งเมื่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง อาจทำให้ค่าเงินผันผวน ราคาสินค้านำเข้าก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าโดยรวมมีแนวโน้มแพงขึ้นเช่นกัน

วิธีป้องกันเงินที่มี จากภัยเงินเฟ้อ

ต้องวางแผนและกระจายความเสี่ยง ซึ่งโดยทั่วไป

  • การลงทุนในทองคำและโลหะมีค่า มักเป็นทางเลือกที่ทำให้มูลค่าเงินลงทุนโตขึ้นตามเงินเฟ้อได้ดี
  • การลงทุนในหุ้นของธุรกิจที่มีความมั่นคง เช่น อาหาร ยารักษาโรค ฯลฯ ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นไม่ว่าราคาจะแพงขึ้นเท่าไรก็ตาม จึงมักเป็นธุรกิจที่ทนทานต่อสถานการณ์ที่ผันผวนได้
  • การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยรักษามูลค่าเงินเก็บได้
  • การลงทุนในหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกระจายลงทุนเองหรือลงทุนผ่านกองทุนผสมต่างประเทศ ก็ช่วยลดผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่

เงินเก็บเผื่อฉุกเฉินและสภาพคล่อง สำคัญแค่ไหน

แม้เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินและสภาพคล่อง เช่น เงินสด เงินฝาก ฯลฯ จะเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วเมื่อเงินเฟ้อสูง แต่การมีสภาพคล่องก็ยังจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต การถือเงินสดบางส่วนช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้ทันที เช่น ค่าใช้จ่ายจำเป็นที่แพงขึ้น ฯลฯ รวมไปถึงมีความพร้อมลงทุนในสินทรัพย์ที่ราคาปรับตัวลงจนเป็นจังหวะน่าเข้าลงทุน ตามคำแนะนำของ บลจ. หรือผู้เชี่ยวชาญการลงทุน

อย่างไรก็ตาม การถือเงินสดมากเกินไปอาจทำให้สูญเสียโอกาสในการรักษามูลค่า จึงควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ 6-12 เดือน เพื่อความมั่นใจในการดำรงชีวิต และเงินส่วนที่เหลือนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว

สงคราม คือภัยเงียบที่ทำให้เงินเฟ้อรุนแรงและกระทบเงินเก็บโดยตรง การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การกระจายการลงทุน และการรักษาสมดุลระหว่างสภาพคล่องกับการลงทุนระยะยาว คือแนวทางที่จะช่วยให้เงินเก็บปลอดภัยและมั่นคงในโลกที่ต่อไปอาจเต็มไปด้วยความไม่สงบไปอีกนาน

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...