วีคนี้แจ้งเทนเดอร์ AAV ลุ้นปักราคา 1.38 บาท
#AAV #ทันหุ้น – จับตากลุ่มนักลงทุนประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด AAVสัปดาห์นี้ พร้อมซื้อจริงหลังเลือกตั้ง ประเมินราคาซื้อ 1.38 บาท แย้มมีโอกาสรวม AAV และ Thai AirAsia Xต่อไป พร้อมสยายปีกบินทั้งใกล้และไกล วางเกมไทยเป็นฮับการบิน ด้านโบรกมองหากรวมกันจริงจะเป็นประโยชน์ในด้านลดต้นทุน เชื่อมือบินระยะใกล้ แต่ต้องจับตาการแข่งขันบินระยะไกล
แหล่งข่าววงการตลาดทุน เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า มีรายงานกลุ่มพันธมิตรชาวไทยของ AirAsia X หรือ AAX เตรียมประกาศเข้าทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (Tender Offer) ใน บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ในสัปดาห์นี้ และจะมีการกำหนดวันรับซื้อหุ้นจริงในช่วงช่วงเดือนกุมภาพันธ์หลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นช่วงที่บรรยากาศในการลงทุนจะปรับตัวดีขึ้น ส่วนราคาที่กำหนดทำ Tender Offer ประเมินว่าจะอยู่ที่ราว 1.38 บาท ซึ่งเป็นราคาที่คำนวณออกมาในช่วงที่ AirAsia X เข้าซื้อหุ้น Capital A ในมาเลเซีย ช่วงปีที่ผ่านมา
@ ที่มาทำคำเสนอซื้อ
สำหรับการเข้าทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ AAV จากกลุ่มพันธมิตรชาวไทยของ AirAsia X เกิดขึ้น เนื่องจากปีที่ผ่านมา บริษัทแม่ที่มาเลเซียได้ดำเนินการให้ AirAsia X ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสระหว่างประเทศ เข้าซื้อธุรกิจการบินของ Capital A เพื่อที่จะทำให้ปัจจุบันสายการบิน AirAsia X และ AirAsia กลายเป็นบริษัทเดียวกันแล้ว
ทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของ AAV ในไทยมีการเปลี่ยนมือเป็น จาก Capital A มาเป็น AirAsia X ซึ่งการถือหุ้นในระดับ 40.71% เป็นจุดที่จะต้องทำ Tender Offer ตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ ท่ามกลางเนื่องจากกฎหมายการบินไทยกำหนดให้คนไทยต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ดังนั้นทาง AirAsia X มาเลเซียจึงไม่ต้องการทำ Tender เอง แต่จะใช้ กลุ่มนักลงทุนไทย เข้ามาดำเนินการแทน โดยกลุ่มมาเลเซียยังคงถือหุ้นในระดับ 40.71%
@ สยายปีกบินใกล้-ไกล
แหล่งข่าววงการตลาดทุน กล่าวว่า หลังจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้น AAV มีโอกาสที่จะนำ Thai AirAsia X ซึ่งเป็นสายการบินระหว่างประเทศ มาผนึกกับ AAV สายการบินในประเทศ ให้กลายเป็นบริษัทเดียวเหมือนในมาเลเซีย เพื่อสร้างความคล่องตัวในการบริหารจัดการและลดต้นทุน (Cost Saving) ทั้งในส่วนของระบบการจองตั๋วและกำลังพล ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าจากสายการบินที่เน้นเพียงเส้นทางระยะสั้น ไปสู่สายการบินที่ให้บริการครอบคลุมทั้ง Short-Haul และ Long-Haul อย่างเต็มรูปแบบ
โดยเป้าหมายใหญ่หลังจากนี้ AAV เตรียมรุกตลาดระดับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป อาทิ ลอนดอน และฝรั่งเศส รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างอินเดีย และตะวันออกกลาง นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างดังกล่าวยังช่วยให้กลุ่มบริษัทมีความแข็งแกร่งด้านการเงินและลดภาระดอกเบี้ยจ่ายด้วย
“ไทยจะเป็น Hub การบินตัวจริง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลให้ AAV ในประเทศไทยกลายเป็น Hub สำคัญ ที่ใช้ในการควบคุม การเจรจา และการประชุมร่วมกันของสายการบินในเครือแอร์เอเชียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอร์เอเชียไทยหรือฟิลิปปินส์, โดยจะเป็นการรวมศูนย์อำนาจการบริหารมาที่ประเทศไทย”
@ต้นทุนลด
ด้านนายโดม คุณประยูรสวัสดิ์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ปกติแล้วในการดำเนินการของ AAV และ Thai AirAsia X ใช้ทรัพยากรรวมกันช่องทางขายและทำโปรโมชันร่วมกันอยู่แล้ว หากมีการรวมกันเป็นบริษัทเดียวกัน ก็จะส่งผลบวกในเชิงการบริหารจัดการภายในเป็นหลัก ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนระหว่าง 2 บริษัท และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารแบบรวมศูนย์ และจะช่วยให้การจองแบบเชื่อมต่อเส้นทาง (Seamless) ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความได้เปรียบในการ สั่งซื้อเครื่องบินล็อตใหญ่ ซึ่งทำให้ได้ต้นทุนเครื่องบินที่ต่ำกว่าคู่แข่ง แต่ก็ต้องติดตามในแง่ของการแข่งขัน เนื่องจาก AAV แข็งแกร่งมากในเส้นทางไม่เกิน 3 ชั่วโมง แต่ในเส้นทาง 5-6 ชั่วโมง ต้องแข่งกับทั้งสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost อื่นๆ รวมถึง Thai Vietjet ที่รุกญี่ปุ่นมากขึ้น