ซึมเศร้าแท้ vs ซึมเศร้าเทียม
แยกให้ถูกก่อนรักษา…คือหัวใจของการดูแลสุขภาพใจอย่างยั่งยืน
ในปัจจุบัน คำว่า “ซึมเศร้า” ถูกใช้กันอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่อาการเหนื่อย เบื่อ หมดไฟ ไปจนถึงโรคซึมเศร้าทางจิตเวชอย่างแท้จริง แต่ในมุมมองของ การแพทย์องค์รวมและเวชศาสตร์ป้องกัน ภาวะที่มีอาการคล้ายซึมเศร้านั้น ไม่ได้มีสาเหตุเดียวกันทั้งหมด และที่สำคัญคือ แนวทางการรักษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ในทางคลินิก หมอสามารถจำแนกภาวะเหล่านี้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
- ซึมเศร้าแท้จากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง (Major Depressive Disorder)
- ซึมเศร้าเทียม หรืออาการคล้ายซึมเศร้า จากความผิดสมดุลของระบบร่างกาย (Functional / Secondary Depression)
การแยกสองภาวะนี้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น คือหัวใจของการดูแลสุขภาพใจอย่างปลอดภัยและได้ผลระยะยาว
“ซึมเศร้าแท้” คือโรคทางจิตเวชจากสารเคมีสมองผิดปกติ
ซึมเศร้าแท้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Major Depressive Disorder (MDD) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง ได้แก่ Serotonin ที่ใช้ควบคุมอารมณ์ ความสงบ ความสุข Dopamine สำหรับสร้างแรงจูงใจ ความพึงพอใจ Norepinephrine สำคัญสำหรับพลังงาน สมาธิ ความตื่นตัว
เมื่อสารเหล่านี้ลดลงผิดปกติในระดับ Synapse ของสมอง จะทำให้เกิดอาการซึมเศร้าที่ ลึก ต่อเนื่อง และรบกวนการดำเนินชีวิต
ลักษณะสำคัญทางคลินิก
ผู้ป่วยต้องมีอาการ ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตชัดเจน เช่น
- อารมณ์เศร้าลึกแทบทุกวัน
- ไม่รู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ (Anhedonia)
- นอนไม่หลับรุนแรง หรือหลับทั้งวัน
- เบื่ออาหารหรือกินมากผิดปกติ
- รู้สึกไร้ค่า โทษตัวเอง
- สมาธิลดลง ตัดสินใจช้า
- มีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออยากทำร้ายตนเอง
การวินิจฉัยต้องอาศัยเกณฑ์มาตรฐานทางจิตเวช เช่น DSM-5 และแบบประเมินอาการซึมเศร้า เช่น PHQ-9 หรือในระบบสาธารณสุขไทยใช้ แบบประเมิน 9Q ของกรมสุขภาพจิต จากการศึกษาความเที่ยงตรงของแบบประเมิน 9Q ฉบับปรับปรุงภาษาไทยภาคกลาง ซึ่งเปรียบเทียบกับการวินิจฉัยโดยจิตแพทย์โดยตรง พบว่า จุดตัดที่เหมาะสมคือ ≥ 7 คะแนน มีค่าความไว 86.15% และความจำเพาะ 83.12% สามารถใช้ประเมินระดับความรุนแรงของโรคซึมเศร้าได้อย่างแม่นยำ
แนวทางการรักษาซึมเศร้าแท้ คือ ควรพบจิตแพทย์ พิจารณา ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants) และทำจิตบำบัด (Psychotherapy) ติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่สามารถหายได้ด้วยการปรับอาหารหรือการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางด้านสุขภาพจิตอย่างถูกต้อง
“ซึมเศร้าเทียม” คืออาการจากความผิดสมดุลของร่างกาย ไม่ใช่โรคทางจิตเวช
ในคลินิกเวชศาสตร์ป้องกันและองค์รวม พบผู้ป่วยจำนวนมากที่มีอาการ “เหมือนซึมเศร้า” แต่เมื่อประเมินเชิงลึกแล้ว ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีสมองโดยตรง แต่เกิดจากความเสียสมดุลของระบบร่างกาย เช่น
- ฮอร์โมนแปรปรวน (ไทรอยด์, Perimenopause, Cortisol)
- การขาดวิตามินและแร่ธาตุ (Vitamin D, B12, Magnesium, Zinc)
- ลำไส้เสียสมดุล (Gut Microbiome)
- การนอนผิดเวลา
- ความเครียดเรื้อรัง (Chronic stress)
- ภาวะดื้ออินซูลิน น้ำตาลแกว่ง
ลักษณะอาการแสดง ที่เราพบได้บ่อยคือ เหนื่อยล้า ตัวหนัก สมองตื้อ (Brain Fog) อารมณ์ตกเป็นช่วงๆ นอนหลับไม่ลึก ตื่นกลางดึก อยากหวาน กาแฟ แป้ง ที่สำคัญยัง “พอมีความสุขได้” เป็นบางช่วง และไม่มีความคิดอยากตายอย่างชัดเจน ปัจจุบันงานวิจัยหลายฉบับยืนยันว่า มากกว่า 90% ของ Serotonin ถูกสร้างที่ลำไส้ ไม่ใช่สมอง เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล (Gut Dysbiosis) จะทำให้ สร้าง Serotonin ลดลง มีการอักเสบระดับเซลล์เพิ่มขึ้น Cortisol สูงเรื้อรัง
การตรวจเชิงคลินิกที่เราสามารถตรวจได้ เช่น
การตรวจระดับ วิตามินดี ใช้ประเมินภาวะพร่องวิตามินที่ส่งผลต่อทั้งกระดูก ภูมิคุ้มกัน และสมอง หากต่ำอาจทำให้เหนื่อยง่าย ตัวหนัก และอารมณ์หม่นได้ ขณะที่ วิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญต่อสมอง ระบบประสาท และเม็ดเลือดแดง หากขาดจะทำให้สมองตื้อ ชา เหนื่อยง่าย และอารมณ์แปรปรวน ส่วน Ferritin เป็นตัวบอกปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย ถ้าต่ำมักมีอาการเพลีย ไม่มีแรง หน้ามืด และสมาธิลดลง สำหรับ แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่ช่วยการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการนอน หากขาดจะนอนไม่หลับ เครียดง่าย และตะคริวบ่อย
ด้าน ฮอร์โมนไทรอยด์ เป็นตัวควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย หากต่ำจะทำให้เหนื่อย เพลีย อ้วนง่าย และอารมณ์ซึมเศร้า ส่วน Cortisol เป็นฮอร์โมนความเครียด หากสูงเรื้อรังจะทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย น้ำหนักลงยาก แต่ถ้าต่ำเกินไปจะรู้สึกหมดแรงเหมือนแบตหมดทั้งวัน สำหรับ hs-CRP ใช้บอกระดับการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กับทั้งโรคหัวใจ เมตาบอลิก และภาวะซึมเศร้า สุดท้าย Gut Microbiome คือสมดุลของแบคทีเรียดีในลำไส้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสารสื่อประสาท หากเสียสมดุลจะกระทบต่อการนอน ภูมิคุ้มกัน และอารมณ์ ทำให้เครียดและซึมเศร้าได้ง่ายขึ้น
เมื่อตรวจแล้วพบความผิดปกติเราจะฟื้นฟูจากการปรับอาหาร การนอน ฮอร์โมน และพฤติกรรมชีวิต ก่อนจะเข้าสู่หรือร่วมกับการใช้ยา ในความดูแลของแพทย์และสหวิชาชีพ
“เพราะในโลกยุคความเครียดสูง สุขภาพใจที่มั่นคง คือ “ทุนชีวิต” ที่สำคัญที่สุดของคนเรา”
References
- American Psychiatric Association. DSM-5 Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders. 2013.
- Dinan TG, Cryan JF. Gut Microbiota and Psychiatry. World Psychiatry. 2013.
- Vellekkatt F, Menon V. Probiotics in Major Depressive Disorder. J Clin Psychiatry. 2019.
- Anglin RE et al. Vitamin D Deficiency and Depression. Br J Psychiatry. 2013.
- Patrick RP, Ames BN. Vitamin D & Omega-3 Control Serotonin. FASEB J. 2015.
- Lopresti AL et al. Inflammation, Microbiome, and Depression. J Psychosom Res. 2018.
- ธรณินทร์ กองสุข และคณะ. ความเที่ยงตรงของแบบประเมิน 9Q ฉบับปรับปรุงภาษาไทยภาคกลาง. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย
พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล
แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ป้องกัน ประสบการณ์ 22 ปี ในด้านการแพทย์บูรณาการ ส่งเสริมสุขภาพ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานหลายสาขาวิชาการแพทย์ทางเลือกทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสหสาขา ทั้งการแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทย โฮมีโอพาธีย์ นวดบำบัด ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด วิทยาศาสตร์การกีฬา และกายภาพบำบัด รวมถึงวิทยากรด้าน อาหารเป็นยา Nutrition wellness สอนเชฟในการทำอาหารสุขภาพ
Work Experience
ปัจจุบัน
- Medical Director MedPark Well-Healing (One Bangkok)
2566-2568
- หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจเวลเนส บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน
- ผู้ก่อตั้ง BALAVI ศูนย์การแพทย์บูรณาการและการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคเรื้อรัง
Training
- Training in advanced life support operations Faculty of Medicine Siriraj Hospital
- Training from Boromarajonani National Institute for Drug Addiction Treatment and Rehabilitation
- Course for Senior Executives in Public Health (NSS), Mahidol
- THON’s Executive Program THG SASIN Chulalongkorn University
- Completed hospital management course CEO48, Mahidol University.
- Micro MBA, Chula Business Administration & Faculty of Commerce and Accountancy, Chulalongkorn University
- Advance training course in Acupuncture and Traditional Chinese Medicine, China, 2006 The American Board Certified in Nutrition Wellness, (CNW), USA, 2017
- Training in Anthroposophy Training (IPMT program) course from Switzerland, 2010-2019
- Pressel Massage training, 2014
- Regenerative medicine: new approach in hormonal treatment Symposium (WOSAAM), 2016
- Advanced Nutrition for wellness, IFNW, Thailand, 2017
- Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 2, USA
- Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 1, USA, 2018
- Thai Traditional Therapeutic Massage and Thai Traditional Pharmacy Accredited and Certified by The Union of Thai Traditional Medicine Society, Ministry of Public Health