Apple ดัน Apple Podcasts สู่ยุควิดีโอ เปิดฟีเจอร์ดู-ฟังในแอปฯเดียว
Apple เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์พอดแคสต์วิดีโอแบบผสานบน Apple Podcasts พร้อมเพิ่มศักยภาพครีเอเตอร์ในการสร้างรายได้และแข่งขันกับ Spotify, YouTube และ Netflix
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.45 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Apple ประกาศว่าบริษัทเตรียมเปิดตัวประสบการณ์พอดแคสต์วิดีโอรูปแบบใหม่ที่ผสานการรับชมและการรับฟังไว้ในแพลตฟอร์มเดียวบน Apple Podcasts ภายในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ สะท้อนกระแสความนิยมของพอดแคสต์แบบวิดีโอที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก Edison Research ระบุว่า ปัจจุบันราว 37% ของประชากรอายุ 12 ปีขึ้นไป รับชมพอดแคสต์ในรูปแบบวิดีโออย่างน้อยเดือนละครั้ง ซึ่งทำให้ Apple ต้องเร่งปรับบริการให้สอดคล้องกับคู่แข่งอย่าง Spotify, YouTube และ Netflix ที่ต่างหันมาให้ความสำคัญกับพอดแคสต์วิดีโอมากขึ้น
Eddy Cue รองประธานอาวุโสฝ่ายบริการของ Apple กล่าวว่า เมื่อ 20 ปีก่อน Apple มีบทบาทสำคัญในการทำให้พอดแคสต์แพร่หลายผ่าน iTunes และต่อมาได้เปิดตัวแอปฯ Apple Podcasts โดยการเพิ่มประสบการณ์พอดแคสต์วิดีโอครั้งนี้ จะช่วยให้ครีเอเตอร์ควบคุมเนื้อหาและรูปแบบธุรกิจของตนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ชมก็สามารถเลือกรับฟังหรือรับชมได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม
ภายในแอปฯ Apple Podcastsผู้ใช้จะสามารถสลับระหว่างโหมดฟังเสียงและดูวิดีโอจากฟีดเดียวกันได้อย่างราบรื่น รองรับโหมดภาพซ้อนภาพ (picture-in-picture) และสามารถดาวน์โหลดตอนวิดีโอเพื่อรับชมแบบออฟไลน์
แม้ Apple Podcastsจะรองรับวิดีโอผ่าน RSS มาตั้งแต่ปี 2548 แต่ที่ผ่านมา ฟีดวิดีโอและเสียงยังแยกจากกัน การอัปเดตใหม่จะรองรับรูปแบบ HLS (HTTP Live Streaming) ซึ่งเป็นโปรโตคอลสตรีมมิ่งของ Apple ที่ช่วยให้ปรับคุณภาพวิดีโออัตโนมัติและเพิ่มการควบคุมภายในแอปฯ
รูปแบบ HLS ยังเปิดทางให้มีการแทรกโฆษณาวิดีโอแบบไดนามิก โดยครีเอเตอร์ที่ใช้บริการโฮสติ้งและเครือข่ายโฆษณาที่เข้าร่วม จะสามารถใส่โฆษณาวิดีโอ รวมถึงโฆษณาอ่านโดยผู้ดำเนินรายการ (host-read) ลงในตอนต่าง ๆ ได้
Apple ระบุว่า จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากครีเอเตอร์หรือผู้ให้บริการโฮสติ้งในการเผยแพร่เนื้อหา แต่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามจำนวนการแสดงผลจากเครือข่ายโฆษณาที่ให้บริการโฆษณาวิดีโอผ่าน HLS
พาร์ตเนอร์โฮสติ้งพอดแคสต์ที่ร่วมเปิดตัว ได้แก่ Acast, ART19 ของ Amazon, Omny Studio ของ Triton และ SiriusXM ซึ่งทั้งหมดจะรองรับ HLS วิดีโอ
ด้านคู่แข่ง YouTube ระบุว่า มีผู้ชมพอดแคสต์บนแพลตฟอร์มมากกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน ขณะที่ Spotify ขยายบริการพอดแคสต์วิดีโออย่างต่อเนื่อง และเคยเปิดเผยว่า จ่ายเงินให้พอดแคสเตอร์มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีก่อน
ส่วนNetflix ก็เข้าสู่ตลาดพอดแคสต์วิดีโอเช่นกัน โดยจับมือกับ Spotify เพื่อนำพอดแคสต์วิดีโอขึ้นแพลตฟอร์ม และเริ่มลงทุนในคอนเทนต์ต้นฉบับ เช่น “The Pete Davidson Show” ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม
แม้ Apple จะไม่เปิดเผยรายได้เฉพาะของ Apple Podcastsแต่กลุ่มธุรกิจ Services ซึ่งรวมบริการดิจิทัลและสมัครสมาชิกต่าง ๆ สร้างรายได้ราว 30,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด
นอกจากนี้ในเดือนมกราคม Apple ได้เข้าซื้อสตาร์ทอัพ AI จากอิสราเอลชื่อ Q.ai ด้วยมูลค่าที่ไม่เปิดเผย ซึ่งเว็บไซต์ของ Q.ai ระบุว่ากำลังพัฒนาเครื่องมือ AI ที่เน้นด้านเสียงเป็นหลัก
อ้างอิง : www.cnbc.com