Berkshire Hathaway เตรียมล้างพอร์ต Kraft Heinz มูลค่า 7.5 พันล้านดอลลาร์
จับตา Berkshire Hathaway เตรียมขายหุ้น Kraft Heinz ครั้งใหญ่ ในสัดส่วน 27.5% มูลค่าประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นเกร็ก อาเบล ส่งสัญญาณล้างพอร์ตยุค CEO ใหม่
วันที่ 25 มกราคม 2569 - เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ เกร็ก อาเบล (Greg Abel) เข้ารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Berkshire Hathaway อย่างเป็นทางการ ล่าสุดมีรายงานว่ายักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายนี้อาจกำลังเตรียมถอนตัวจากการลงทุนใน Kraft Heinz (KHC) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการควบรวมกิจการครั้งสำคัญในปี 2015 แต่กลับให้ผลตอบแทนที่น่าผิดหวัง
ตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) หลังปิดตลาดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่าBerkshire Hathaway ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Kraft Heinz โดยถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 27.5% (มูลค่าประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์) อาจดำเนินการขายหุ้น "เกือบทั้งหมด" ที่มีอยู่
แม้การยื่นเอกสารดังกล่าวจะไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า Berkshire จะขายหุ้นทั้งหมดในทันที แต่ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าการลดสัดส่วนการลงทุนครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้น นักลงทุนคาดว่าจะเห็นความชัดเจนผ่านรายงานพอร์ตการลงทุนรายไตรมาส (13F) ที่จะเปิดเผยในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้
นักวิเคราะห์จาก Morningstar มองว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการของ เกร็ก อาเบล ที่จะ "จัดระเบียบและปรับลดพอร์ตการลงทุน" (Clean up and pare down) ในช่วงเริ่มต้นการบริหารงาน เพื่อลดการถือครองสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้ไม่ดีนัก
ปัจจุบัน Berkshire Hathaway มีกระแสเงินสดสำรองรวมกว่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน) ซึ่งการขายหุ้นครั้งนี้จะยิ่งเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท และสร้างแรงกดดันต่อ CEO คนใหม่ในการตัดสินใจบริหารจัดการเงินทุน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากผู้ถือหุ้นบางส่วนที่ต้องการให้มีการจ่ายเงินปันผล
การลงทุนใน Kraft Heinz ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้
- ปี 2013: Berkshire ร่วมกับ 3G Capital ซื้อกิจการ H.J. Heinz ด้วยมูลค่า 2.33 หมื่นล้านดอลลาร์
- ปี 2015: ผลักดันการควบรวมกิจการระหว่าง Kraft และ Heinz
- ปี 2016: มูลค่าหุ้นพุ่งสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนจะลดลงเหลือเพียงประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
- ผลประกอบการ: ปัจจุบัน Berkshire ประสบภาวะขาดทุนทางบัญชีจากการลงทุนนี้ประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์
บัฟเฟตต์เคยยอมรับผ่าน CNBC ในปี 2019 ว่าเขา "จ่ายราคาสูงเกินไป" (Overpaid) สำหรับดีลนี้ แม้จะเป็นบริษัทที่ดีแต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้า House Brand ของห้างสรรพสินค้าต่างๆ จนล่าสุด Kraft Heinz ได้ประกาศแผนแยกบริษัทออกเป็น 2 ส่วนเพื่อแก้ปัญหาธุรกิจ ซึ่งเป็นแนวทางที่บัฟเฟตต์เคยวิจารณ์ไว้ว่าอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด
โดยหลังจากการยื่นเอกสารต่อ SEC หุ้น KHC ร่วงลงประมาณ 7% ไปอยู่ที่ 21.99 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ก่อนจะขยับตัวขึ้นมาปิดที่ 23.20 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (ลดลง 1.4% ในรอบสัปดาห์)
อ้างอิง : www.cnbc.com