โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่ใช่แค่ตระกูลฮุน แต่ยังมี'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช'อีกหนึ่งตัวปัญหาที่รัฐบาลไทยชุดใหม่ต้องระวังให้ดี

The Better

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. เวลา 10.10 น. • THE BETTER
วิเคราะห์วิธีคิดของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลฮุน ซึ่งไม่เป็นคุณกับฝ่ายใดทั้งไทยและกัมพูชา

สัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวสองเรื่องจากฝ่ายกัมพูชาที่คนไทยควรทราบ คือการที่ฝ่ายค้านกัมพูชาได้ยื่นหนังสือต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ผ่านทางทนายความระหว่างประเทศเพื่อให้เอาผิดไทยที่ทำการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่จนสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนกัมพูชา

คำร้องเรียนต่อ ICC ที่ยื่นโดย 'รัฏฐาภิบาลกัมพูชาเอกราช' (រដ្ឋាភិបាលកម្ពុជាឯករាជ្យ) ระบุว่ามีสองฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ ได้แก่ รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน โดย 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' ระบุว่า รัฐบาลและกองทัพไทยต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงคราม เนื่องจากได้โจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างไม่เลือกเป้าหมาย รวมถึงสถานที่สาธารณะและวัดเขมรโบราณหลายแห่ง เช่น ปราสาทพระวิหารและปราสาทตาควาย

ส่วนรัฐบาลกัมพูชาของฮุน เซน ต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมต่อพลเรือน เพราะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ใช้พลเรือนเป็นโล่ห์มนุษย์ในระหว่างสงครามชายแดนกับไทย และยังกล่าวหารัฐบาลกัมพูชาว่าค้ามนุษย์และกักขังผู้คนในศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐ ทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าหมายของการทิ้งระเบิด "ที่ผิดกฎหมาย" โดยฝ่ายไทย

โดยสรุปก็คือ 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' ฟ้องดะทั้งไทย กองทัพไทย และรัฐบาลฮุน ย่อมแสดงว่ากลุ่มนี้เป็นปรปักษ์กับทั้ง 2 ฝ่าย

'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' คือพวกไหน?

พวกนี้คือกลุ่มของ สม รังสี (សម រង្ស៊ី) แกนนำฝ่ายค้านของกัมพูชานั่นเอง ซึ่งตอนนี้ลี้ภัยในต่างแดน มีชื่อเต็มว่า 'ราชรัฏฐาภิบาลเอกราชย์เขมร 23 ตุลา' (រាជរដ្ឋាភិបាលឯករាជ្យខ្មែរ ២៣ តុលា) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สม รังสี และพวกฝ่ายค้านกัมพูชาถูกรัฐบาลฮุนไล่ล่าจนต้องลี้ภัยในต่างแดน แล้วก็อุปโลกน์ตัวเองเป็น 'รัฐบาลกัมพูชา' ขึ้นมาโดยเติมคำว่า 'เอกราช' (ឯករាជ្យ) เข้าไป ผมคาดว่า คำๆ นี้มีนัยเพื่อจะประกาศว่ารัฐบาลของฝ่ายตรงข้ามกับพวกฮุนนั้น ไม่ได้เป็น "ขี้ข้า" ของต่างชาติ โดยเฉพาะเวียดนาม หรือพวก 'ยวน' (យួន) อย่างที่คนเขมรเรียกกัน ซึ่งสม รังสีและพรรคพวกชี้ว่าเป็น 'ลูกพี่' ที๋ฮุน เซนต้องเชื่อฟัง

'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' จึงมีแนวคิดชาตินิยมอยู่กลายๆ แต่เป็นชาตินิยมเฉพาะกาล เพราะปั่นขึ้นมาเพื่อที่จะโจมตีรัฐบาฅฮุนโดยเฉพาะ ไม่ได้สร้างความรักชาติในหมู่ชาวเขมร ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นชาตินิยมที่เอาเพื่อนบ้านเป็นศัตรู

ใครที่คิดรัฐบาลฮุนชั่วร้ายแล้วในแง่ของการมักจะปั่นให้ไทยเป็นศัตรูเพื่อปลุกระดมรักรัฐบาลฮุน พวก 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' นี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะไม่เพียงเล่นงาน 'ยวน' แต่ยังโจมตีพวก 'เซียม' ( សៀម หรือสยาม) ด้วย เหลือแต่ 'ลาว' แล้วล่ะมั้งที่พวกนี้ไม่ปั่นสร้างกระแสความเกลียดชิง

กับเรื่องยวนหรือชาวเวียดนามนั้นถือเป็นประเด็นที่ สม รังสี ถนัดเป็นพิเศษ เพราะตั้งแต่ก่อนหนีออกจากประเทศเขาก็พยายามปลุกให้คนเชื่อว่าพวกฮุนเป็นหุ่นเชิดให้พวกเวียดนาม ถึงขั้นยกแผ่นดินให้ และปล่อยให้พวกยวนเข้ามาปักหลักในกัมพูชาอย่างอิสระ

ในขณะที่พวกฮุนมักเน้นปลุกกระแสให้ไทยเป็น 'โจรสยาม' (ចោរសៀម) พวกฝ่ายค้านกัมพูชาก็จะปลุกกระแสเกลียดยวน

ความเกลียดไทยและเวียดนามนั้นเป็นเพราะเหตุผลทางประวัติศาสตร์ สาเหตุสำคัญมาจากผู้ปกครองของกัมพูชามักทำสงครามกลางเมืองแย่งชิงอำนาจกันเอง พอสู้ไม่ได้ฝ่ายหนึ่งก็จะไปขอให้เวียดรามช่วย ฝ่ายหนึ่งก็จะขอให้ไทยช่วย พอสองประเทศเข้ามาก็ยุให้ตีกัน พอสองประเทศนี้ปักหลักเพื่อคุมเชิงในกัมพูชา ก็บอกว่าเป็นพวกมหาโจรปล้นแผ่นดิน

ดังนั้นพวกเขมรจึงไม่ไว้ใจเวียดนามและเกรงกลัวไทย

สม รังสีก็มีวิธีคิดแบบนี้เช่นกัน ดังที่เขาเขียนและเอ่ยถึงเรื่องยวนและเซียมบ่อยๆ

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า 'ยวน' และ 'เซียม' ที่คนเขมรใช้เรียกชาวเวียดนามและไทยใสนปัจจุบันถือเป็นคำเรียกในเชิงดูหมิ่น ไทยเราเองแม้จะไม่ติดใจอะไรที่ใครจะเรียกเราว่า 'สยาม' เพราะมันเป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง แต่พวกชนชาติอื่นที่เกลีดยและกลัวไทยมักจะเรียกเราว่า 'สยาม' โดยมีนัยด้านลบ ในภาษาเขมรก็เช่นกัน ดังนั้น ในระยะหลังรัฐบาลกัมพูชา (ซึ่งในแง่นี้ก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง) จึงไม่เรียกไทยว่าเซียมและเรียกว่าไทยอันเป็นชื่อทางการ

ส่วน 'ยวน' ก็เช่นกันเป็นคำที่มีนัยด้านลบในแง่ของการดูแคลน คนเขมรเองก็ทราบกี แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติก็ทราบดี แต่สม รังสี ซึ่งมักจะใช้คำว่า 'ยวน' เพื่อตีวัวกระทบคราด (ตีเวียดนามกระทบฮุน เซน) อ้างว่าคำๆ นี้ไม่ได้มีนัยด้านลบอะไร เขากล่าวไว้ว่า

"ผมได้อธิบายให้ชาวต่างชาติที่ติดตามสถานการณ์ในกัมพูชาฟังว่า คำว่า 'ยวน' ที่ใช้เรียกชาวเวียดนามในปัจจุบันนั้น ไม่มีนัยยะเชิงลบ และชาวกัมพูชาใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ตัวอย่างเช่น สุภาษิตที่ว่า 'เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม ยวนไม่ละการเสแสร้ง' ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น 'เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม ยวนไม่ละการเสแสร้ง' ได้ มีแต่ชาวต่างชาติที่ไม่รู้เรื่องหรือผู้ที่ถูกหลอกลวงโดยโฆษณาชวนเชื่อของพรรคประชาชนกัมพูชาเท่านั้นที่เข้าใจผิดว่าคำว่า 'ยวน' มีความหมายเชิงลบหรือเป็นการเหยียดเชื้อชาติ อย่างไรก็ตาม องค์กรทหารรับจ้างต่างชาติบางแห่งก็รู้วิธีใช้คำนี้เช่นกัน"

สม รังสีอ้างว่าไม่มีเจตนาที่จะดูหมิ่นทางเชื้อชาติ แต่ภาษิตเขมรที่ยกมาอ้างว่าตน "บริสุทธิ์ใจ" หาได้สะท้อนความเป็นสุภาพชนไม่ เพราะการบอกว่า 'เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม ยวนไม่ละการเสแสร้ง' (សៀមមិនចោលក្បួន វៀតណាមមិនចោលពុត) แม้จะเป็นภาษิตเขมร แต่มันบอกว่าคนเขมรที่คิดและคนเขมรที่อ้างประโยคนี้มองไทยและเวียดนามเป็นศัตรู

ผมถึงบอกนักบอกหนาว่า คนไทยอย่าไปคาดหวังว่าสม รังสีจะเป็นตัวตายตัวแทนรัฐบาลฮุนได้ เอาจริงๆ จะเป็นตัวปัญหาเสียยิ่งกว่าอีก เพราะมีวิธีคิดที่ไทยมองเพื่อนบ้านเป็นศัตรู ดังที่เราเห็นแล้วว่า 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' ทำอะไรเลอะเทอะอย่างไปฟ้อง ICC ว่าไทยก่ออาชญากรรมต่อชาวเขมร แต่ไม่ได้แหกตามองว่าพวกรัฐบาลเขมรนั้นฆ่าพลเรือนคนไทยไปเท่าไร?

อย่าว่าแต่จะเป็น 'เอกราช' เลย เป็นวิญญูชนคนที่มีความเห็นอกเห็นใจต่อมนุษย์ด้วยกันก็ยังยาก

ส่วนการฝันจะเป็น 'รัฐบาลกัมพูชา' ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะโครงสร้างอำนาจของเมืองเขมรไม่เปิดโอกาสให้คนตีฝีปากแต่ไร้อิทธิพลพวกนี้เข้าไปมีบทบาท โครงสร้างอำนาจนั้นจะเปิดโอกาสเฉพาะตระกูลการเมืองที่ควบคุมกัมพูชาพร้อมๆ กับพวกฮุนเท่านั้น

ดังนั้น เมื่อ 'รัฐบาลกัมพูชาเอกราช' ไม่มีทางที่จะเป็นใหญ่ด้วยวิธีปกติ หนทางเดียวก็คือต้องปลุกให้คนเขมรเห็นว่าตนมีความสำคัญกว่าโดยโหน 'ชาตินิยมอันชั่วร้าย' นั่นคือการทำให้เพื่อนบ้านเป็นปีศาจ และทำทีเป็นว่ามีอำนาจฟ้อง ICC

พวกนี้จะเป็นปัญหาต่อรัฐบาลใหม่ของไทยหรือไม่? ตอบว่าเป็นความรำคาญมากกว่า แต่รำคาญมากๆ ก็อาจทำให้เราอยู่ไม่สุขได้เหมือนกัน

เพราะอะไร?

เพราะพวกนี้จะฟ้อง ICC และองค์การระหว่างประเทศ แม้จะไม่อาจดำเนินการใช้เต็มที่ แต่ก็จะสามารถทำลายภาพลักษณ์ไทยได้ และยิ่งหากรัฐบาล (ใหม่) ไม่เอาใจใส่หรือมองไม่เป็นว่าเป็นภัยคุกคาม ในระยะยาวพวกนี้จะทำให้คนกัมพูชายิ่งเกลียดไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นเหตุปัจจัยของการเผชิญหน้ากันในอนาคตอีก

ไม่ว่าพรรคพวกไหนที่ทำให้คนกัมพูชาระแวงไทย เกลียดไทย และเห็นไทยเป็นโจรหรือบอกว่า "เซียมไม่ทิ้งเล่ห์เหลี่ยม" พวกนี้จะปล่อยเลยตามเลยไม่ได้

การที่พวกสื่อในเครือข่ายรัฐบาลฮุนเรียกพวกนี้ว่าเป็น "ชนกบฎชาติ 3 ชั่วรุ่น" (ជនក្បត់ជាតិ ៣ជំនាន់) จึงไม่ได้หมายความว่า "ศัตรูของศัตรู "จะเป็นมิตรกับไทยเสมอไป

ในกรณีของฝ่ายค้านกัมพูชา รัฐบาลไทยไม่ว่าจะชุดไทยควรเพ่งเล็งในฐานะภัยคุกคามเอาไว้ก่อน

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ทหารไทยและสมาชิกสื่อมวลชนเยี่ยมชมพื้นที่ใกล้ชายแดนกัมพูชา ใกล้กับอุทยานประวัติศาสตร์สด็อกก๊กทอม ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 (Photo by ANTHONY WALLACE / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...