โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” เสนอรัฐช่วยสมทบเงินออมเกษียณแรงงาน หวังหนุนความมั่นคงทางการเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 06.34 น.

“ทรัมป์” เปิดแนวคิดให้รัฐบาลสมทบเงินออมเพื่อการเกษียณในบัญชี 401(k) แก่แรงงานที่ไม่มีสวัสดิการเงินสมทบจากนายจ้าง พร้อมชูผลงานตลาดหุ้นที่ทำสถิติสูงสุดหลายครั้ง

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.16 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้เวทีแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) เมื่อวันอังคาร ชูผลงานตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะเข้าไปมีส่วนช่วยสมทบเงินออมเพื่อการเกษียณของแรงงาน อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงดังกล่าวแทบไม่ได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนในวอลล์สตรีทเกี่ยวกับทิศทางมาตรการภาษีศุลกากรและนโยบายการค้าโลกของสหรัฐ

คาเรน จอร์ริตส์มา หัวหน้าฝ่ายหุ้นออสเตรเลียของ RBC Capital Markets ในซิดนีย์ ระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากคาดหวังจะได้ยินความชัดเจนมากกว่านี้เกี่ยวกับเรื่องภาษี แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ได้รับคำตอบที่เป็นรูปธรรม

ทรัมป์กล่าวอ้างว่า นับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้งและเริ่มวาระที่สองในเดือนพฤศจิกายน 2567 ตลาดหุ้นสหรัฐได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 53 ครั้ง พร้อมระบุว่า “เพราะตลาดหุ้นทำผลงานได้ดีมาก ตั้งสถิติใหม่มากมาย เงินในบัญชี 401(k) ของพวกคุณก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน” โดย 401(k) เป็นแผนออมเพื่อการเกษียณที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศแนวคิดว่า ในปีหน้า รัฐบาลจะสมทบเงินให้กับเงินออม 401(k) ของลูกจ้างสูงสุดคนละ 1,000 ดอลลาร์ สำหรับแรงงานที่เขาเรียกว่า “แรงงานอเมริกันที่ถูกลืม” ซึ่งไม่มีสวัสดิการเงินสมทบจากนายจ้าง โดยยังไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกของโครงการ ทั้งนี้ เจค ดอลลาร์ไฮด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Longbow Asset Management มองว่า การที่รัฐบาลเข้ามาสมทบเงินออมลักษณะนี้ อาจช่วยหนุนตลาดหุ้นในระยะยาวได้

สุนทรพจน์ของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนักลงทุน หลังตลาดเผชิญความผันผวนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และต้องการเห็นเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นกลุ่ม AI ที่อยู่ในระดับสูงแล้ว ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุน

หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ที่แล้วให้ยกเลิกภาษีที่ทรัมป์ใช้ภายใต้อำนาจฉุกเฉิน ประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามคำสั่งใหม่กำหนดภาษีอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน และต่อมาในวันเสาร์ระบุว่าจะปรับเพิ่มอัตราเป็น 15%ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า “เกือบทุกประเทศและทุกบริษัท” ต้องการยึดตามข้อตกลงด้านภาษีและการลงทุนที่ทำไว้กับสหรัฐก่อนหน้านี้

แม้ดัชนี S&P 500 จะปรับเพิ่มขึ้นราว 13% นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2568 แต่ในปี 2569 ดัชนีกลับแทบไม่ขยับ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐทำผลงานด้อยกว่าหลายประเทศ และเงินดอลลาร์อ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2565

โดยทั่วไปแล้ว การแถลง State of the Union มักมีผลกระทบต่อตลาดการเงินค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเป็นเวทีที่ผู้นำสหรัฐใช้ประกาศความสำเร็จและวางกรอบนโยบายในภาพกว้าง มากกว่าจะให้รายละเอียดเชิงปฏิบัติที่ตลาดสามารถนำไปประเมินผลได้ทันที

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...