“ทรัมป์” เสนอรัฐช่วยสมทบเงินออมเกษียณแรงงาน หวังหนุนความมั่นคงทางการเงิน
“ทรัมป์” เปิดแนวคิดให้รัฐบาลสมทบเงินออมเพื่อการเกษียณในบัญชี 401(k) แก่แรงงานที่ไม่มีสวัสดิการเงินสมทบจากนายจ้าง พร้อมชูผลงานตลาดหุ้นที่ทำสถิติสูงสุดหลายครั้ง
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.16 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้เวทีแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) เมื่อวันอังคาร ชูผลงานตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะเข้าไปมีส่วนช่วยสมทบเงินออมเพื่อการเกษียณของแรงงาน อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงดังกล่าวแทบไม่ได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนในวอลล์สตรีทเกี่ยวกับทิศทางมาตรการภาษีศุลกากรและนโยบายการค้าโลกของสหรัฐ
คาเรน จอร์ริตส์มา หัวหน้าฝ่ายหุ้นออสเตรเลียของ RBC Capital Markets ในซิดนีย์ ระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากคาดหวังจะได้ยินความชัดเจนมากกว่านี้เกี่ยวกับเรื่องภาษี แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ได้รับคำตอบที่เป็นรูปธรรม
ทรัมป์กล่าวอ้างว่า นับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้งและเริ่มวาระที่สองในเดือนพฤศจิกายน 2567 ตลาดหุ้นสหรัฐได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 53 ครั้ง พร้อมระบุว่า “เพราะตลาดหุ้นทำผลงานได้ดีมาก ตั้งสถิติใหม่มากมาย เงินในบัญชี 401(k) ของพวกคุณก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน” โดย 401(k) เป็นแผนออมเพื่อการเกษียณที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศแนวคิดว่า ในปีหน้า รัฐบาลจะสมทบเงินให้กับเงินออม 401(k) ของลูกจ้างสูงสุดคนละ 1,000 ดอลลาร์ สำหรับแรงงานที่เขาเรียกว่า “แรงงานอเมริกันที่ถูกลืม” ซึ่งไม่มีสวัสดิการเงินสมทบจากนายจ้าง โดยยังไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกของโครงการ ทั้งนี้ เจค ดอลลาร์ไฮด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Longbow Asset Management มองว่า การที่รัฐบาลเข้ามาสมทบเงินออมลักษณะนี้ อาจช่วยหนุนตลาดหุ้นในระยะยาวได้
สุนทรพจน์ของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนักลงทุน หลังตลาดเผชิญความผันผวนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และต้องการเห็นเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นกลุ่ม AI ที่อยู่ในระดับสูงแล้ว ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุน
หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ที่แล้วให้ยกเลิกภาษีที่ทรัมป์ใช้ภายใต้อำนาจฉุกเฉิน ประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามคำสั่งใหม่กำหนดภาษีอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน และต่อมาในวันเสาร์ระบุว่าจะปรับเพิ่มอัตราเป็น 15%ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า “เกือบทุกประเทศและทุกบริษัท” ต้องการยึดตามข้อตกลงด้านภาษีและการลงทุนที่ทำไว้กับสหรัฐก่อนหน้านี้
แม้ดัชนี S&P 500 จะปรับเพิ่มขึ้นราว 13% นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2568 แต่ในปี 2569 ดัชนีกลับแทบไม่ขยับ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐทำผลงานด้อยกว่าหลายประเทศ และเงินดอลลาร์อ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2565
โดยทั่วไปแล้ว การแถลง State of the Union มักมีผลกระทบต่อตลาดการเงินค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเป็นเวทีที่ผู้นำสหรัฐใช้ประกาศความสำเร็จและวางกรอบนโยบายในภาพกว้าง มากกว่าจะให้รายละเอียดเชิงปฏิบัติที่ตลาดสามารถนำไปประเมินผลได้ทันที
อ้างอิง : www.reuters.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทรัมป์ประกาศ “ยุคทองของอเมริกาเริ่มแล้ว” ชาติยิ่งใหญ่ มั่งคั่ง แข็งแกร่งกว่าเดิม
- ทรัมป์ มั่นใจ “เงินเฟ้อสหรัฐ” จะต่ำสุดรอบ 5 ปี ภายใน 12 เดือนข้างหน้า
- ทรัมป์ลั่นมีคลังอาวุธภาษีพร้อมใช้ แม้ศาลสกัด ชูภาษีเป็นหัวใจยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสหรัฐ
- ทรัมป์หนุนแบน ส.ส.-ส.ว.ซื้อขายหุ้น ชี้ต้องสกัดกำไรจากข้อมูลวงใน
- ทรัมป์ชี้ “อิหร่าน” อยากทำดีลมากกว่าสหรั
- ทรัมป์ลั่นดันงบกลาโหมสหรัฐแตะ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้รายได้ภาษีหนุน
- “ศาลอุทธรณ์สหรัฐ” กังขารัฐบาลทรัมป์ อ้างศาลไม่มีอำนาจสกัดปลดพนักงาน CFPB