โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ดิ่ง 450 จุด ทรุดหนักสุดรอบปีหลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์พ่วงตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำคาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดัชนีหลักปิดแดนลบยกแผงขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแรง 35% ในสัปดาห์เดียว สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1983 หลังทรัมป์ย้ำจุดยืนให้อิหร่านยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข รัฐมนตรีพลังงานกาตาร์เตือนอุปทานพลังงานในอ่าวอาหรับจ่อเผชิญภาวะเหตุสุดวิสัย อาจดันราคาน้ำมันแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลฉุดเศรษฐกิจโลกสู่ภาวะล่มสลาย ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอ่อนแอหลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกุมภาพันธ์พลิกติดลบ 92,000 ตำแหน่ง สวนทางคาดการณ์นักเศรษฐศาสตร์และดันอัตราว่างงานขยับขึ้นสู่ระดับ 4.4%

7 มีนาคม 2569 เวลา 05.39 น. - CNBC รายงานว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมรายสัปดาห์ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผสมผสานกับปฏิกิริยาของนักลงทุนที่มีต่อรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าความคาดหมายอย่างมีนัยสำคัญ

*ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปรับตัวลดลง 453.19 จุด หรือคิดเป็น 0.95% ปิดที่ระดับ 47,501.55 จุด โดยในระหว่างวันดัชนีเคยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดโดยสูญเสียไปเกือบ 950 จุด หรือราว 2% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับลดลง 1.33% ปิดที่ 6,740.02 จุด และ Nasdaq Composite ทรุดตัวลง 1.59% มาอยู่ที่ 22,387.68 จุด โดยทั้งสองดัชนีเคยดิ่งลงต่ำสุดที่ 1.7% และ 1.9% ตามลำดับในระหว่างช่วงการซื้อขาย*

ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความผันผวนในครั้งนี้ คือราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ทะยานเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 35% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าในปี 1983 เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีต่ออุปทานพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงในวันศุกร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่าจะไม่มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามครั้งนี้ หากไม่มีการ "ยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข" (Unconditional Surrender) จากฝั่งอิหร่าน

ทางด้าน นายซาอัด อัล-คาบี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของกาตาร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times โดยระบุว่า ผู้ผลิตพลังงานในแถบอ่าวอาหรับอาจจำเป็นต้องประกาศภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะนำไปสู่การหยุดชะงักของการผลิตน้ำมัน และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมคำเตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้อาจ "ฉุดรั้งให้เศรษฐกิจทั่วโลกพังทลายลง"

เจเรมี ซีเกล ศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยวอร์ตัน แสดงความเห็นผ่านรายการ "Closing Bell" ของสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า เขามีมุมมองที่ระมัดระวังอย่างมาก โดยระบุว่าหากไม่มีความคืบหน้าในการคลี่คลายสถานการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ มีโอกาสสูงที่จะได้เห็นราคาน้ำมันแตะระดับ 100 ดอลลาร์ในสัปดาห์หน้า

ขณะที่ เจด เอลเลอร์บรูก ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก Argent Capital Management ชี้ให้เห็นว่า ช่วงห่างระหว่างราคาน้ำมันสูงสุดและต่ำสุดได้ขยายกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะลองลดทอนตัวเลขคาดการณ์ 150 ดอลลาร์ของนายอัล-คาบี ลงมา 20% ราคาก็ยังอยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

เอลเลอร์บรูก กล่าวเสริมว่า ในมุมมองของเทรดเดอร์ การถือครองหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ท่ามกลางสภาวะสงครามกับอิหร่าน ประกอบกับความผันผวนและคาดเดาไม่ได้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ารื่นรมย์นัก และเชื่อว่ายิ่งสถานการณ์นี้ยืดเยื้อออกไปเท่าใด ผลกระทบก็จะยิ่งแทรกซึมเข้าไปในพฤติกรรมของตลาดหุ้นมากขึ้นเท่านั้น

ทั้งนี้ ราคาหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Royal Caribbean ปรับตัวลดลงอีก 1% ในวันศุกร์ หลังจากที่ดิ่งลงไปแล้วกว่า 10% ในสัปดาห์นี้จากภาระต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับหุ้น Caterpillar ที่เผชิญความยากลำบากในสัปดาห์นี้และปิดตัวลดลงมากกว่า 3%

นอกจากปัจจัยด้านพลังงาน ตลาดหุ้นยังถูกฉุดรั้งด้วยข้อมูลแรงงานล่าสุด โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับตัวเลขในเดือนมกราคมที่ถูกปรับทบทวนลดลงเหลือ 126,000 ตำแหน่ง และยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Dow Jones คาดการณ์ไว้ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นจาก 4.3% เป็น 4.4%

ทิม ฮอลแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Orion ให้ความเห็นว่า ตัวเลขการจ้างงานพาดหัวที่ออกมานั้นน่าผิดหวังมาก และจะยิ่งเพิ่มความกังวลว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนแอลง แม้ว่ารายงานในเดือนมกราคมจะดูแข็งแกร่งก็ตาม ประกอบกับราคาพลังงานที่ขยับสูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เริ่มมีการพูดถึงภาวะ "Stagflation" ในวอลล์สตรีท ซึ่งเป็นสภาวะอันตรายเหมือนในช่วงทศวรรษที่ 70 ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวควบคู่ไปกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

สรุปภาพรวมรายสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 2% ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 3% และดัชนี Nasdaq ที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง 1.2%

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...