สรุปศึก 3 ก๊ก บุฟเฟต์สุกี้-ชาบู ใครงัดวิธีไหนมาสู้กันบ้าง
35,000 – 40,000 ล้านบาทคือมูลค่าโดยรวมของตลาดสุกี้ชาบูในประเทศไทย ซึ่งตลาดนี้โตเรื่อย ๆ ปีละ 5-8% ในปีที่ผ่านมาน่าจะเรียกได้ว่าเป็นปีที่วงการบุฟเฟต์ชาบูโดยเฉพาะร้านที่วางตัวเองเป็นแบรนด์แมสตั้งราคาขายเน้นความคุ้มค่าจะมีการแข่งกันเดือดมาก
โดยเฉพาะเจ้าตลาด 3 เจ้า สุกี้ตี๋น้อย, ลัคกี้ สุกี้, โบนัส สุกี้ ทั้งหมดนี้ขายบุฟเฟต์ราคาเดียวกันที่ 276 บาท Net และมีจำนวนเมนู คุณภาพ และการบริการที่สูสีกันมาก
กำลังแข่งกันแย่ง Market Share ของตลาดตรงนี้ ไม่ต่างจากศึก 3 ก๊กในชีวิตจริง
ที่น่าสนใจในปีนี้เราจะเห็นกลยุทธ์และแนวทางของแบรนด์ต่าง ๆ ชัดมากแล้ว รายละเอียดเป็นอย่างไร TODAYBizview อัปเดตให้ในโพสต์นี้
[ สุกี้ตี๋น้อย วันนี้มีผู้ถือหุ้นเป็นกลุ่ม JMART ในสัดส่วน 30% ]
และตอนนี้น่าจะเป็นร้านที่มีสาขาเยอะที่สุดของร้านสุกี้โมเดลแบบนี้แล้ว โดยล่าสุดเดือนกุมพาพันธ์ ปี 2569 สุกี้ตี๋น้อยเพิ่งเปิดสาขาที่ 100 ของตัวเอง (ไม่รวมตี๋น้อย Gold, ตี๋น้อย BBQ)
โดยปีที่แล้วสุกี้ตี๋น้อยจะเน้นกลยุทธ์แบบ “ทุ่มตลาด” คือเน้นทำโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม
เพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งให้ได้มากที่สุด ซึ่งสุกี้ตี๋น้อยใช้บ่อยมาก
ยกตัวอย่างเช่น การทำโปรโมชันฟรีน้ำรีฟิลนาน 73 วัน ของสุกี้ตี๋น้อยในช่วง
ปลายปี 68-ต้นปี 69 ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก
แต่ข้อเสียก็คือต้องใช้งบการตลาดเยอะจนอาจกระทบกำไร
ซึ่งถ้าดูจากผลประกอบการของ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของสุกี้ตี๋น้อย
ก็จะเห็นได้ว่ามีการเติบโตในแง่รายได้ แต่ฝั่งกำไรก็ลดลงเช่นกัน
บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์
- ปี 2567 รายได้ 7,075 ล้านบาท กำไร 1,169 ล้านบาท
[* ปี 2568 รายได้ 9,147 ล้านบาท กำไร 860 ล้านบาท ]
[ Lucky Suki ปีล่าสุดได้กลุ่ม CRG เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 40% ]
ลัคกี้ สุกกี้ ล่าสุดมีสาขาทั้งหมด 32 แห่ง (ไม่รวมลัคกี้ BBQ) และในช่วงที่แบรนด์สุกี้แข่งกันเดือด ๆ
ดูเหมือนว่าลัคกี้ สุกี้จะไม่ได้เน้นกลยุทธ์ในเรื่องราคามากนัก
แต่จะเน้นไปที่การหาเมนูใหม่ ๆ มาเสิร์ฟให้ลูกค้า ในรูปแบบของการทำ Up-Selling
เพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านสุกี้แบรนด์อื่น ๆ มากกว่า
ยกตัวอย่าง โปรโมชันแนว ๆ นี้ล่าสุดของลัคกี้ สุกี้ ก็คือให้ลูกค้าจ่ายเพิ่ม 99 บาท
แล้วสามารถทานแซลมอนซาชิมิได้ไม่อั้น ซึ่งผลตอบรับก็ไม่เลวเลย
สำหรับผลประกอบการของลัคกี้สุกี้ดูได้จาก บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด
- ปี 2567 รายได้ 1,015 ล้านบาท กำไร 108 ล้านบาท
[* ปี 2568 รายได้ 2,154 ล้านบาท \(คาดการณ์\) ]
[ Bonus Suki มาสู้ในฐานะ Fighter Brand ของกลุ่ม MK ]
โบนัส สุกี้ เปิดให้บริการครั้งแรกช้าหน่อย คือช่วงกันยายนปี 2568 นี้เอง คือมาช้ากว่าเดื่อน
ทำให้กลยุทธ์ของโบนัสหลัก ๆ จะเน้นไปที่ “การขยายสาขา”
โดยเน้นไปทำเลต่างจังหวัดหรือหัวเมืองใหญ่ ๆ ที่คู่แข่งยังไม่มาเพื่อเร่งสร้างฐานลูกค้า
โดยอาศัยระบบซับพลายเชนของเครือฯ MK ที่เดิมทีต้องส่งวัตถุดิบ
ไปตามสาขาของร้านสุกี้ MK ทั่วประเทศอยู่แล้ว
มีข้อมูลว่าเครือฯ MK มีซับพลายเออร์มากกว่า 1,000 รายพร้อมรถขนส่งกว่า 500 คัน
รวมไปถึง คลังสินค้าและครัวกลางรองรับได้ถึง 1,000 สาขา
และเท่าที่อัปเดตล่าสุดโบนัส สุกี้เดือนกุมพาพันธ์ มีสาขาทั้งหมด 24 แห่ง
และมีสาขาในกรุงเทพฯ แค่ 2 แห่งเท่านั้นคือ
- โบนัส สุกี้ สาขา iPlace ลาดกระบัง
[* โบนัส สุกี้ สาขา Thyme บางนา ]
สำหรับผลประกอบการเบื้องต้น โบนัส สุกี้เปิดให้บริการเพียง 6 เดือนแรก แต่สามารถ
ทำยอดขายทะลุ 200 ล้านบาท และคาดการณ์รายได้ปี 2569 จะพุ่งสูงถึง 3,600 ล้านบาท
โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือจะขยายสาขาให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ
ภายในกลางปี 2570 ทำให้ในเกมส์ยาวแล้วโบนัส สุกี้ก็น่าจะเป็นอีกผู้เล่นที่น่าสนใจเลย
สุดท้ายนี้.. แม้เราจะไม่รู้ว่าการแข่งที่ดุเดือดมาก ๆ ตรงนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน ?
แต่ที่แน่ ๆ ก็คือคนที่ชนะจริง ๆ ในศึกนี้คือพวกเราผู้บริโภคที่จะได้ทานของดีราคาถูกลงเรื่อย ๆ จากการแข่งกันของยักษ์ใหญ่เหล่านี้..