สะเทือนรัฐบาลสหรัฐฯ “ทรัมป์” ปลด รมว.ความมั่นคงมาตุภูมิ ส่ง “มัลลิน” รับไม้ต่อ
สะเทือนรัฐบาลสหรัฐฯ “ทรัมป์” ปลด รมว.ความมั่นคงมาตุภูมิ ส่ง “มัลลิน” รับไม้ต่อ
วันที่ 5 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียมปลด คริสตี โนเอม ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิของสหรัฐฯ พร้อมเสนอชื่อ มาร์กเวย์น มัลลิน สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐโอคลาโฮมา เข้าดำรงตำแหน่งแทน โดยกำหนดให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 31 มี.ค. นี้
ทรัมป์กล่าวขอบคุณโนเอมสำหรับผลงานที่ผ่านมา โดยระบุว่าเธอ “ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นด้านชายแดน” และเปิดเผยว่าโนเอมจะย้ายไปดำรงตำแหน่ง ทูตพิเศษประจำโครงการ “โล่แห่งอเมริกา” ซึ่งเป็นโครงการความมั่นคงใหม่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคซีกโลกตะวันตก
รายงานยังระบุว่า ทรัมป์มีความชื่นชอบมัลลินจากการปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์และการให้สัมภาษณ์เชิงรุกเกี่ยวกับประเด็นการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกวุฒิสมาชิกจากโอคลาโฮมารายนี้มารับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล โดยที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวมักส่งมัลลินไปออกรายการข่าวทางเคเบิลในช่วงเวลาที่รัฐบาลต้องการสื่อสารประเด็นสำคัญ
แหล่งข่าวอย่างน้อย 3 รายที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า โนเอมทราบข่าวการถูกปลดออกจากตำแหน่งระหว่างเดินทางไปเข้าร่วมงานอีเวนต์ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ขณะที่แหล่งข่าว 2 รายระบุว่า ทรัมป์ได้โทรศัพท์แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวกับเธอโดยตรง
หลังจากมีการประกาศอย่างเป็นทางการไม่นาน โนเอมได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ และกล่าวถึงบทบาทใหม่ของเธอว่า ภูมิภาคซีกโลกตะวันตกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า ในตำแหน่งใหม่ เธอจะสามารถต่อยอดความร่วมมือและประสบการณ์ด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ได้สั่งสมในช่วง 13 เดือนที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ
อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง โนเอมต้องเผชิญกับแรงกดดันและการตรวจสอบจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับพฤติกรรมและการบริหารงานภายในกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับที่ปรึกษา การใช้งบประมาณจำนวนมากของกระทรวง โดยเฉพาะการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงซึ่งนำเสนอภาพลักษณ์ของเธออย่างโดดเด่น รวมถึงคำให้การที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าขัดแย้งกันในกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางยิงสังหารประชาชน
การปรับเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้จึงถูกจับตามองว่าเป็นการปรับโครงสร้างด้านความมั่นคงภายในของรัฐบาลทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์ด้านความมั่นคงและนโยบายชายแดนที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองของสหรัฐฯ ในขณะนี้