ออกขอโทษครั้งแรก พนง.ญี่ปุ่นทำโอที เกิน 230 ชม. ต่อเดือน สุดท้ายอัมพาตครึ่งซีก
สหกรณ์การเกษตรญี่ปุ่น ออกขอโทษครั้งแรก หลังพนักงาน ทำโอทีเกิน 230 ชม. ต่อเดือน สุดท้ายเลือดออกในสมอง จนอัมพาตครึ่งซีก
วันที่ 7 มี.ค. 69 สหกรณ์การเกษตร JA โอกินาวะ ในประเทศญี่ปุ่น แถลงขอโทษอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก หลังพนักงานชายรายหนึ่งทำงานล่วงเวลาหนักกว่า 230 ชั่วโมงต่อเดือน จนล้มป่วยด้วยอาการเลือดออกในสมอง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยพนักงานชายวัยประมาณ 30 ปี ทำงานอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรเขตตอนใต้ของ JA โอกินาวะ เกิดอาการเลือดออกในสมองจากภาวะทำงานหนักเกินไป
ส่งผลให้ปัจจุบันเขามีอาการ อัมพาตครึ่งซีกซ้าย และในเดือนมกราคม 2569 หน่วยงานด้านแรงงานของญี่ปุ่นได้มีคำวินิจฉัยรับรองว่าเป็น อุบัติเหตุจากการทำงานอย่างเป็นทางการ
การตรวจสอบพบว่า ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดเหตุ พนักงานคนดังกล่าวมีชั่วโมงทำงานล่วงเวลามากกว่า 230 ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าระดับที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “เส้นอันตรายจากการทำงานหนัก (Karoshi Line)” ที่กำหนดไว้ที่ประมาณ 80 ชั่วโมงต่อเดือน
ในงานแถลงข่าว ประธาน JA โอกินาวะ กล่าวว่า ปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อจำกัดของระบบการทำงานที่ทำให้ฝ่ายบุคคลสามารถตรวจพบการทำโอทีเกินเกณฑ์ได้ หลังจากผ่านไปแล้วหนึ่งเดือน จึงเกิดความล่าช้าในการรับรู้สถานการณ์
ภาพประกอบ
นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงเวลาเดียวกัน มีพนักงานอีกหนึ่งคนที่ทำงานล่วงเวลาเกิน 200 ชั่วโมงต่อเดือนเช่นกัน
โดยการป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคตจำเป็นต้องปรับทั้งระบบติดตามชั่วโมงทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร ให้มีการสื่อสารข้อมูลด้านความเสี่ยงและการบริหารจัดการแรงงานอย่างทั่วถึง
ซึ่งต่อมา JA โอกินาวะ ได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว อาทิ กำหนดให้พนักงานที่รับผิดชอบงานเฉพาะด้านต้องมีวันหยุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน จัดตารางทำงาน
เริ่มงานช่วงบ่ายในบางวัน เพื่อลดภาระงาน ปรับปรุงระบบติดตามชั่วโมงทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำงานหนักเกินไป
กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหา “การทำงานหนักเกินกำลัง” ที่ยังคงเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมญี่ปุ่น ซึ่งหลายครั้งนำไปสู่ภาวะเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตจากการทำงานที่เรียกว่า คาโรชิ (Karoshi)
ขอบคุณที่มา สื่อญี่ปุ่น
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ออกขอโทษครั้งแรก พนง.ญี่ปุ่นทำโอที เกิน 230 ชม. ต่อเดือน สุดท้ายอัมพาตครึ่งซีก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th