โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : NER ตั้งเป้ายอดขายโต 10% ขยายตลาดอินเดีย–ลูกค้าใหม่ 2-3 ราย โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เป้าหมาย 5.84 บาท

Share2Trade

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 03.54 น. • Share2Trade
NER ตั้งเป้ายอดขายโต 10_รายงานพิเศษ (เว็บ)0.jpg

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) วางเป้าปี 2569 ยอดขายโต 10% มองแนวโน้มราคายางพาราเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น หนุนอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 10–11% เร่งขยายตลาดอินเดียเพิ่มสัดส่วนแตะ 10% พร้อมเพิ่มลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ด้านนักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าเหมาะสม 5.84 บาท

สถานการณ์ราคายางปีนี้ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อธุรกิจ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ที่ผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสม เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NER ระบุทิศทางธุรกิจปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10% จากปี 2567 ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 10-11% โดยคาดว่าราคายางน่าจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นอย่างเต็มตัวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคายางเฉลี่ยทุกประเภทอยู่ที่ 70 บาท ขณะเดียวกันบริษัทมุ่งเน้นขยายตลาด โดยเฉพาะตลาดอินเดีย ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากอินเดียเป็น 10% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5% นอกจากนี้คาดว่าจะเพิ่มลูกค้าใหม่อีก 2-3 รายภายในปีนี้

ขณะที่ธุรกิจแผ่นยางพาราปูรองปศุสัตว์ มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มียอดขาย 9.2 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 10 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันลูกค้าเริ่มรับรู้ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทนำไปขายในตลาด และมีลูกค้ารายใหญ่ตอบรับการใช้งานแผ่นปูรอง ทั้งในประเทศและในญี่ปุ่นที่บริษัทได้ไปนำเสนอและมีคำสั่งซื้อกลับมา คาดยอดขายจะเริ่มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

ด้านบล.พาย ออกบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า NER ตั้งเป้ายอดขายในปี 26 ที่ 500,000 เพิ่มขึ้นจาก 475,431 ตัน ขณะที่ราคาขายใกล้เคียงกับปีก่อนโดยคาดว่าปริมาณขายจะสูงสุด ในช่วง 2H26 สำหรับลูกค้าหลักยังเป็นจีน แต่ลูกค้าอินเดียมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เพราะอินเดียอาจจะปรับลดภาษีนำเข้ายางพาราประเภท STR mixture โดยคาดเห็นความชัดเจนในเดือน เม.ย. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ความเสี่ยงปีนี้คือภัยแล้งจากภาวะ เอล นีโญ อาจจะกดดันให้ผลผลิตออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ส่วนการสร้างโรงงานยางแท่งแห่งที่ 3 ได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ค้าประกันหุ้นกู้ยังไม่อนุมัติให้ลงทุน ทำให้การเปิดอาจจะเลื่อนไปเป็นช่วง 1Q27 แทนจากเดิมที่จะเริ่มในช่วง 4Q26

ซึ่งจากโรงงานใหม่ที่มาช้า ทำให้เป้าปริมาณการขายในปี 26 เพิ่มขึ้นไม่มากนัก รวมกับความผันผวนของราคายางพาราที่กระทบกับกำไรขั้นต้น เราจึงมีการปรับกำไรในปี 26 ลงจากเดิม 8% มาอยู่ที่ระดับ 1,798 ล้านบาท (+10%YoY ถ้านับเฉพาะกำไรปกติ)

ทั้งนี้การเติบโตหลักจะเห็นในปี 27 เป็นต้นไปหลังโรงงานเสร็จ เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 5.84 บาท (6XPER’26E) NER จ่ายปันผล 2H25 อีก 0.26 บาท/หุ้น (รวมทั้งปีจ่าย 0.31 บาท/หุ้น) XD 23 เม.ย. จ่าย 7 พ.ค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...