โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หัวเว่ย เปิดตัว AI-Centric ยกระดับเครือข่าย สู่ All Intelligence

SpringNews

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หัวเว่ย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ U6 GHz ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งาน (all-scenario U6 GHz) ภายในงาน MWC Barcelona 2026 เพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายในการปลดล็อกศักยภาพของโครงข่าย 5G-Advanced (5G-A) อย่างเต็มรูปแบบ และวางรากฐานสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ 6G อย่างราบรื่น

พร้อมกันนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัวโซลูชัน AI-Centric Network รุ่นใหม่ เพื่อช่วยผู้ให้บริการเตรียมความพร้อมสู่ยุค Agentic Era ผ่านการพัฒนาบริการ เครือข่าย และองค์ประกอบของเครือข่าย (Network Elements: NEs) ให้มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หัวเว่ยยังนำ SuperPoD Cluster ออกจัดแสดงนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก โดยมุ่งนำเสนอ “ทางเลือกใหม่สำหรับโลกอัจฉริยะ”

ภายใต้ธีมบูธ “Advancing All Intelligence” หัวเว่ยสะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยผู้ให้บริการและภาคอุตสาหกรรมคว้าโอกาสจากยุค AI

U6 GHz ปลดล็อกศักยภาพ 5G-A สู่การเปลี่ยนผ่าน 6G อย่างราบรื่น

หัวเว่ย ระบุว่า 5 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาแห่งโอกาสสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของ 5G-A อย่างเต็มที่ โดยบริษัทมีแผนร่วมมือกับผู้ให้บริการโครงข่ายทั่วโลกในการขยายการติดตั้ง 5G-A ในวงกว้าง ใช้เทคโนโลยีอัปลิงก์ความเร็วสูง (High Uplink) รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของแอปพลิเคชัน Mobile AI ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค โดยใช้คลื่นความถี่ U6 GHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมปูทางสู่การพัฒนา 6G

ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน 5G-A ทั่วโลกกว่า 70 ล้านราย และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศจีน หัวเว่ยได้สนับสนุนผู้ให้บริการในการขยายความครอบคลุม 5G-A ต่อเนื่องใน 270 เมือง และเปิดตัวแพ็กเกจ 5G-A เชิงพาณิชย์ในกว่า 30 มณฑล

ในการเปิดตัวครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน U6 GHz ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งาน โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสร้างโครงข่ายที่มีความจุสูงแต่ความหน่วงต่ำ และมอบประสบการณ์ใช้งานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแอปพลิเคชัน Mobile AI

AI-Centric Network สถาปัตยกรรมอัจฉริยะ 3 ชั้น รองรับยุค Agentic เพื่อตอบรับแนวโน้มการผสาน AI เข้ากับเครือข่ายโดยตรง หัวเว่ยพัฒนา AI-Centric Network ในฐานะโครงข่ายเป้าหมายสำหรับยุค Agentic โดยฝังความอัจฉริยะไว้ใน 3 ระดับ ได้แก่

1. ระดับบริการ (Service Layer) หัวเว่ยสนับสนุนผู้ให้บริการสร้างแพลตฟอร์ม Multi-Agent Collaboration ที่มีเอเจนต์เฉพาะด้าน เช่น การโทร การสร้างรายได้จากประสบการณ์ผู้ใช้ และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ (Broadband Internet) ภายในบ้าน เพื่อยกระดับบริการหลักด้านเสียง และบรอดแบนด์บ้านด้วย AI

2. ระดับเครือข่าย (Network Layer) โซลูชัน L4 Autonomous Driving Network (AND L4) ระยะที่ 1 มุ่งเน้นระบบอัตโนมัติในสถานการณ์เฉพาะ (Single-Scenario Automation) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการปฏิบัติการและบำรุงรักษา (O&M) คุณภาพเครือข่าย และศักยภาพการสร้างรายได้

ภายในสิ้นปี 2568 โซลูชัน ADN แบบสถานการณ์เฉพาะของหัวเว่ย ได้ถูกใช้งานเชิงพาณิชย์แล้วในกว่า 130 เครือข่ายทั่วโลก และในระยะต่อไป หัวเว่ยมุ่งพัฒนาไปสู่ระบบอัตโนมัติแบบ End-to-End ในโดเมนเดียวอย่างเต็มรูปแบบ

3. ระดับองค์ประกอบเครือข่าย (NE Layer) หัวเว่ยร่วมมือกับผู้ให้บริการเร่งพัฒนานวัตกรรมด้านการปรับแต่งอัลกอริทึมสำหรับ RAN การระบุบริการอย่างแม่นยำสำหรับ WAN และการกำหนด Service Intent แบบรวมศูนย์ใน Core Network เพื่อบูรณาการบริการ B2C และ B2H โดยนวัตกรรมเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน การใช้คลื่นความถี่ ความสามารถรับรู้บริการ และความมั่นคงของเครือข่ายอย่างมีนัยสำคัญ

SuperPoD และคลัสเตอร์การประมวลผล ทางเลือกใหม่สำหรับโลกอัจฉริยะ

ในด้านการประมวลผล หัวเว่ยจัดแสดงผลิตภัณฑ์คลัสเตอร์และ SuperPoD นอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก โดยมาพร้อมสถาปัตยกรรมระดับระบบใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี UnifiedBus สำหรับการเชื่อมต่อ SuperPoD

ผลิตภัณฑ์หลักที่จัดแสดง ได้แก่ Atlas 950 SuperPoD สำหรับงาน AI Computing, TaiShan 950 SuperPoD สำหรับงานประมวลผลทั่วไป, Atlas 850E SuperPoD และ เซิร์ฟเวอร์ TaiShan 500 และ TaiShan 200

โซลูชันเหล่านี้ตอบโจทย์ความต้องการด้านพลังประมวลผลที่สูงขึ้นและค่าหน่วงต่ำ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคโมเดล AI ระดับล้านล้านพารามิเตอร์ และการประยุกต์ใช้ Agentic AI ในระบบการผลิตหลัก

ขณะเดียวกัน หัวเว่ยยังยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนระบบนิเวศแบบ Open Source และ Open Access โดยร่วมมือกับพันธมิตรในการสร้างระบบนิเวศการประมวลผลแบบเปิด เพื่อมอบอีกหนึ่งทางเลือกด้านพลังประมวลผลที่มั่นคงแก่ตลาดโลก

ในภาคองค์กร หัวเว่ยมุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะของอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยภายในงานมีการนำเสนอกรณีศึกษาด้าน Industrial Intelligence รวม 115 โครงการ เปิดตัว SHAPE 2.0 Partner Framework และโซลูชันใหม่ด้าน Industrial Intelligence 22 รายการที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร

ในภาคผู้บริโภค ภายใต้ธีม “Now is Yours” หัวเว่ยนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่ แท็บเล็ต พีซี และหูฟัง ที่มาพร้อมนวัตกรรมล่าสุดด้านหน้าจอพับได้ สุขภาพและฟิตเนส การถ่ายภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และความคิดสร้างสรรค์

ภายในสิ้นปี 2568 หัวเว่ยบรรลุเป้าหมายด้าน Digital Inclusion โดยร่วมกับลูกค้าในการนำการเชื่อมต่อสู่ประชากรกว่า 170 ล้านคนในพื้นที่ห่างไกลกว่า 80 ประเทศ

ทั้งนี้ งาน MWC Barcelona 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2–5 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยหัวเว่ยระบุว่า ยุคของ Agentic Networks กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

ขณะที่การใช้งาน 5G-A เชิงพาณิชย์กำลังขยายตัวในวงกว้าง บริษัทจะเดินหน้าร่วมมือกับผู้ให้บริการและพันธมิตรทั่วโลก เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ 5G-A ปูทางสู่ 6G และพัฒนาเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่ออนาคตอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...