ปู กนกวรรณ ปล่อยโฮเผยเหตุเลิก เด๋อ ดอกสะเดา จับได้ซุกโลกอีกใบไว้ 29 ปี เจ็บกับคำพูดของอีกฝ่าย
ปู กนกวรรณ ปล่อยโฮเผยเหตุเลิก เด๋อ ดอกสะเดา จับได้ซุกโลกอีกใบไว้ 29 ปี เจ็บกับคำพูดของอีกฝ่าย
หลังจากที่ ปู กนกวรรณ ได้เดินทางมาร่วมรายการ Club Friday Show หลังอัดรายการเสร็จ ปู ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกกรณีที่ถูกจับตามองถึงสถานะครอบครัวกับตลกรุ่นใหญ่ เด๋อ ดอกสะเดา โดยยอมรับเลิกกันแล้วตั้งแต่ 22 พ.ย.2568 เผยฟางเส้นสุดท้าย เจอโลกอีกใบที่อดีตสามีซ่อนไว้ 29 ปีมาเฝ้าที่ศูนย์
สถานะกับเด๋อ ดอกสะเดา?
“ปูเลิกกับพี่เขาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลาสิบโมงกว่า ปูไม่ได้จดทะเบียนกับพี่เด๋อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะว่าปูมีทรัพย์สินมาอยู่แล้วแต่ก่อนอยู่กับพี่เด๋อ ถ้าตามเฟซบุ๊กปูก็จะมีไทม์ไลน์บอกใบ้เป็นช่วงๆ สาเหตุหลักที่ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา เพราะว่าไปเจอโลกอีกใบที่เขาซ่อนไว้ 29 ปีมาเฝ้าที่ศูนย์”
“จริงๆ ผู้หญิงคนนี้วนเวียนเข้ามาอยู่ในชีวิตตั้งแต่เมื่อ 29 ปีที่แล้ว เราก็จับได้ว่าพี่เด๋อมีคนนี้ ตอนนั้นตัดสินใจว่าจะเลิกแล้ว ทั้งที่เพิ่งไปอัดรายการสี่ทุ่มสแควร์มาด้วยกัน ยังหวานกันอยู่เลย กลับมาถึงบ้านแล้วก็เอ๊ะ! เห็นพี่เขาขับรถออกไป เราก็ตาม จนไปเจอเขาจอดอยู่ข้างอพาร์ตเมนต์ของคนนี้ เราก็โทรไปหาพี่เด๋อว่าจะกลับบ้านหรือว่าจะเลิกกัน พี่เด๋อก็รีบกลับมาบ้านเลย เราก็ถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาบอกว่าเป็นเด็กของลูกน้องในคณะ แต่สำหรับเราคือมันไม่เมกเซ้นส์ เลยบอกว่าไม่เอานะขอเลิก ออกจากบ้านปูไปเลย เพราะเขามาอยู่บ้านเรา เขาก็บอกว่าขอโทษและขอโอกาส เดี๋ยวเขาจะรีบไปเคลียร์ ตอนนั้นก็ชั่งใจว่าจะเอายังไงดี รายการก็เพิ่งไปออกและเพิ่งออกข่าวว่าคบกันจะเลิกกันแล้วเหรอ เราก็เลยตัดสินใจให้โอกาส”
“ในระหว่างนั้นผู้หญิงคนนี้ก็จะโทรมาตลอด แต่เราก็คิดในทางที่ดีว่าเพราะคนของเราไม่ได้ไปหา เขาถึงโทรมาใช่ไหมคะ แต่ถ้าคนของเราไปหา เขาคงไม่ต้องโทรตาม มีช่วงที่เขาโทรมาหาที่บ้านด้วยเพราะเอาเบอร์มาจากถุงที่ขายลูกชิ้น แล้วจะตามแต่พี่เด๋อ เราก็เลยคิดมาตลอด แต่ถ้าผิดถูกก็ต้องขอโทษด้วย ตอนนั้นเราคิดว่าเขาโทรมาขอตังค์ เพราะเหมือนเราไปยุ่งกับผู้หญิงคนนึงแล้วเหมือนเอาชีวิตเขามาผูก เราก็ต้องรับผิดชอบ เขาอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้”
เคยมีโอกาสคุยตรงๆ กับผู้หญิงคนนั้นบ้างไหม?
“คุยโทรศัพท์ แต่ไม่ได้ชัดเจนว่าสถานะเขาเป็นอะไร เขาจะตามแต่พี่เด๋ออย่างเดียว บางทีพูดอะไรเขาก็ไม่ค่อยตอบเราหรอก แต่พี่เด๋อก็ไม่คุย ตอนที่เราท้องก็มีได้คุยกัน แล้วมันก็จะมีคนพูดข้างๆ หูเขา คำพูดประมาณว่าทางนี้ก็มีลูกหรือว่าเคยมีลูก อันนี้ไม่คอนเฟิร์มนะคะ แต่ได้ยินคำว่าลูกอยู่ แล้วตอนนั้นเราก็ท้องอยู่ด้วย อย่างสองปีที่แล้วเขาเคยโทรไลน์มาตอนเที่ยงคืน แต่ตอนนั้นพี่เดินเข้าห้องน้ำเราก็เลยกดรับบอกว่าเที่ยงคืนตีหนึ่งแล้วยังไม่นอนอีกเหรอ เขาก็ให้เรียกพี่เด๋อมาคุย เราบอกว่าพี่เด๋อเข้าห้องน้ำและกดวางสายไป จากนั้นก็ลองกดโปรไฟล์ดูเลยได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี ว่าที่เราคุยมาหน้าตาเป็นแบบนี้ แล้วก็จำไว้ในหัว เท่ากับว่ารู้ชื่อ ได้ยินเสียง และเห็นหน้าในวันนั้น“
“จนได้มาเจอตัวจริงๆ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เห็นพูดเก่งๆ แบบนี้พูดไม่ออก จุกเลยนะ ตอนเปิดประตูเลื่อนเข้าไปในห้องที่พี่เด๋อพักอยู่ เจอผู้หญิงคนนี้ใส่เสื้อยืด กางเกงสี่ส่วน มัดผมนั่งกินข้าวอยู่ เหลือบไปที่ที่นอนคนเฝ้าเห็นว่าผ้าห่มมันไม่เรียบร้อย เข้าใจได้ว่ามานอนเฝ้า เราเลยถามว่าขอโทษค่ะคุณชื่ออะไรคะ เขาก็ตอบมา โอเคถูกต้อง ที่เคยโทรคุยกับปูใช่ไหมคะ เขาบอกว่าใช่ แล้วเราก็เดินอ้อมมาอยู่ที่เตียงพี่เด๋อ ผู้หญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นและพูดว่า ‘ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว'(เสียงสั่น) เราก็พูดไม่ออก จากนั้นเขาก็เดินมาที่ปลายเตียง พี่เด๋อมองหน้าเขาแล้วส่งสัญญาณทำมือบอกให้ออกไป แล้วพี่เด๋อก็ทำสัญลักษณ์มือบอกรักกับเรา เราเลยบอกว่าไม่ต้องมารักหรอกค่ะคุณ มีคนมาดูแลแล้วจะมารักอะไรล่ะ พอถามว่ามากี่ครั้งแล้ว พี่เด๋อก็ชูนิ้วเป็นเลขสอง หลังจากนั้นเราก็พูดกับพี่เขาเลยว่า ‘คุณทำอะไรกับปูไว้ คุณรู้อยู่แก่ใจ ขอให้คุณหายเร็วๆ นะ แต่ปูอ่ะตายแล้ว’ แล้วปูก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องไปเลย ครั้งนั้นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอพี่เด๋อ พอขึ้นรถมาก็ร้องไห้เลย แล้วก็โทรหาลูกลูกสาว (ปราย) เล่าให้ฟังว่าเจอแบบนี้ ผู้หญิงเขาพูดกับแม่แบบนี้ ลูกก็ห๊ะ! เราเลยถามว่าลูกรู้สึกยังไง เขาตอบว่า ‘หนูก็ไม่อะไรนะคะแม่ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แต่หนูอยู่ข้างแม่เสมอค่ะ’ โอเคจบ ขอบคุณมากไปเรียนต่อได้ แต่แม่ไม่มาแล้วนะ”
ทำไมถึงเลือกที่จะเก็บเอาไว้ไม่ยอมออกมาพูด แล้วทำให้คนเข้าใจผิดว่าเราทอดทิ้งพี่เด๋อ?
“เรื่องแบบนี้มันพูดกับใครเขาได้ (เสียงสั่น) ความเป็น เด๋อ ดอกสะเดา ค้ำคอเราอยู่ ภาพพี่เขาดี คนรักพี่เขาเยอะ เราก็ไม่พูดและคิดว่าเดี๋ยวให้ความลับมันตายไปกับเขาเลย เราแค่เฟดตัวออกมา แต่หลังจากที่เราเฟดตัวเองออกมาคนที่เขาไปเยี่ยมก็ไม่เคยเจอเราไง เลยเป็นที่มาที่ทำให้คนเอาไปพูดว่าเราทิ้งไม่ดูแลพี่เด๋อ ยอมรับว่าเจ็บมากค่ะ ปูอยากจะเอาสลิปโอนเงินให้ดูว่า ตอนที่พี่เด๋อป่วยและมาอยู่บ้าน ปูจ่ายให้พี่เด๋อไปทั้งหมด 2 แสนกว่าบาท นี่เหรอที่เรียกว่าไม่ดูแล แล้วก็บอกว่าปูทิ้ง คนที่ว่ารู้เรื่องว่าเราไปเจอผู้หญิงไหม”
การคบซ้อนมา 20 กว่าปี ที่ผ่านมาใช้อะไรนำพาให้ตัวเองข้ามผ่านมาได้?
“คิดว่าเราต้องยอมรับความจริง โกรธน่ะมีแต่ก็พยายามไม่คิด คือมันก็มีแวบนึง ก่อนหน้านั้นที่เขาเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆ แล้วเราต้องไปเลื่อนรถเขา เราก็ไปเจอสติกเกอร์คอนโดติดไว้ที่รถ แล้วเราเคยไปบอกกับลูกเขาว่าพี่เจอสติกเกอร์คอนโดในรถพ่อนะ ลูกเขาบอกว่า ‘พี่ต้องอโหสิให้พ่อ’ เราเลยมีความรู้สึกว่าเราไม่มีพวก(ร้องไห้เสียงสั่น)”
“ถามว่าเคยสงสัยกับชีวิตคู่ที่ผ่านมาบ้างไหม ตอนแรกไม่สงสัย แต่พอมาคิดหลังจากเจอผู้หญิงคนนั้นแล้วกลับบ้านไป ถามตัวเองว่าเราพลาดอะไรไป อ๋อ…จะมีช่วงที่พี่เด๋อบอกว่าไปต่างจังหวัด เขาทิ้งปูอยู่คนเดียวมาเป็นระยะเวลาหลายปีเลย นั่นก็หมายความว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่เราโดนทิ้งให้อยู่คนเดียว คงจะมีแวบไปหากัน ถามว่าตอนที่อยู่ด้วยกันเคยมีระแคะระคายไหม ไม่ค่ะ ปูเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นคนหาเงินเข้าบ้าน เลี้ยงดูพี่เด๋ออย่างดี เพราะพี่เขาไม่มีงานมาหลายปีแล้ว เวลาเขาออกไปข้างนอกก็จะบอกว่าออกไปกับพี่คนนั้นคนนี้ ไปทำบุญกับอาจารย์คนนี้ เราก็ให้เขาไปเพราะถ้าเขาอยู่แล้วเขาจะเฉา เขาเป็นคนสังคมเยอะ แล้วก็คิดอยู่เสมอว่าคนจะไปล่ามโซ่มันก็ไป เลยไม่ได้คิดอะไร เอาเวลามาทำงานหาเงินดีกว่า”
“ตลอดเวลาที่ผ่านมาคิดว่าพี่เด๋อเขารักเราไหม ถ้าไม่มีเรื่องนี้ก็รักนะคะ อย่างวันเกิดเราพอเขาเล่นคาเฟ่เสร็จตี 2 ก็จะไปแวะฟู้ดแลนด์ซื้อผลไม้และปลากระป๋อง กลับมาบ้านก็หุงข้าว ตี 5 ก็ขึ้นไปปลุกเรา แล้วพาขับรถออกไปใส่บาตร แค่นี้พอแล้ว ไม่เคยซื้อของแบรนด์เนมให้ สำหรับเราไม่เป็นไรเลยทำแค่นี้ให้ก็พอแล้ว”
ประโยคที่บอกว่า ‘เราเป็นคู่ชีวิตหรือเป็นม้าใช้กันแน่’ ทำไมถึงมีความรู้สึกนี้?
“พอลูกเราเกิดมาจะหวังแค่งานในวงการบันเทิงก็ไม่ได้ เราต้องหาธุรกิจทำซึ่งเราก็ทำหมด อัดซีดีตลกขาย ทำลูกชิ้นขาย รับกระเป๋ามาไลฟ์ขาย เขาก็บอกว่าทำสิๆๆ ทุกอย่างเป็นทุนของเราหมด บางทีปูก็คิดว่า เขาคิดว่าเราเป็นคู่ชีวิตหรือแค่ม้าใช้ (ร้องไห้) ก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเขาเลย แต่มาพูดตอนที่เขาไม่สบายเพราะเราดูแลเขาอยู่เกือบเดือน บางทีเราก็เหนื่อยเลยบ่นว่า ‘เวลาดีก็ไป เวลาไข้ก็มา’ เพราะว่าเขาหายไปตลอด ถามว่าเรื่องราวนี้เพื่อนพี่น้องในวงการรู้ไหม ตอนแรกไม่บอกใครเลยค่ะ เพิ่งมาบอกเมื่อช่วงก่อนปีใหม่นี่เอง”
ความสัมพันธ์ตอนนี้ระหว่างพี่ปูกับอาเด๋อเป็นอย่างไร ยังรักอยู่ไหม?
“มันเป็นความหวังดีมากกว่า รักคง…(สะอื้น) เขามีคนรักแล้วอ่ะ (น้ำตาไหล)”
ที่ผ่านมาพี่เด๋อทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวยังไงบ้าง ปูตอบทั้งน้ำตาว่า “ทำกับข้าวแค่นั้นค่ะ แม้แต่การทำลูกชิ้น ปูเป็นคนคิดเองนะคะ ปูหั่นหมูเอง ปูตีลูกชิ้นเอง ปูล้างเครื่องเอง ปูทำหมดเลย เย็บที่มัดผมขายชิ้นละ 39 บาท ปูก็จะมีกลุ่มลูกค้าปูอย่างนี้น่ะค่ะ รับไหมคะ วันนี้ผ้ามาใหม่นะคะ ลูกค้าเขาก็จะสั่ง ซื้อไปแจกฝากคนอื่น บอกพี่ปูหนูสั่งร้อยชิ้นอะไรอย่างเนี้ย ปูก็เย็บนะคะ ร้อยชิ้นเราได้แล้ว 3,900 บาท มันก็ยังเอาไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่ากับข่าว อะไรที่เป็นเงินปูก็ทำหมด ปูไลฟ์ขายของ ปูทำสบู่ ปูทำครีมขาย ปูก็ทำ”
การที่ปูตัดสินออกมาพูดวันนี้ ได้เตรียมใจไว้หรือยังว่าทุกคนอาจจะต้องโจมตีพี่เด๋อหลังจากนี้?
“มันเป็นความจริงที่เราจะต้องยอมรับมันค่ะ ที่ผ่านมาเราก็โดนโจมตีว่าทิ้งว่าอะไรอย่างเนี้ยค่ะ ซึ่งอันนั้นเราก็อึดอัด เราก็โดนมาแล้ว แต่เรามาคิดย้อนกลับไป พี่เขามีผู้หญิงอยู่แล้ว แล้วเขามายุ่งกับเราทำไม เขามาจีบเราทำไม เขาเข้ามายุ่งในชีวิตเราทำไม เขาตัดโอกาสเราทำไม (สะอื้น ร้องไห้) เสียดายมากนะ”
อยู่กับพี่เด๋อมากี่ปีคะ?
“29 ปีค่ะ (เท่ากับผู้หญิงคนนั้นเลย) เขามาก่อน (ร้องไห้หนัก)”
พี่เด๋อก็ไม่ได้บอกอะไรเรา?
“(ซับน้ำตา พยักหน้า) คิดว่าเขาคงรู้นิสัยอ่ะค่ะ เพราะถ้าบอกแล้วรู้เมื่อไหร่ก็คือไป ปูก็ไปอยู่แล้ว”
เขามีลูกกับทางนั้นไหม?
“ไม่ทราบเลยค่ะ แต่มันมีคำพูดตอนปูท้อง คนข้างหูเขาพูดค่ะ มันก็น่าสงสัยเหมือนกัน แต่ปูก็ไม่อยากจะรู้แล้ว คนเรามันจะผูกพันอะไรได้นานขนาดนี้ ถูกมั้ยคะ คนเรามันจะยอมอะไรได้นานขนาดนี้ ว่าให้คุณไปมีเมียอีกคนนึงที่ออกนอกออกตา ฉันยอมอยู่ข้างหลังก็ได้ มันมีสิ่งอะไรที่ทำให้เรายอมรับได้”
พี่ปูเคยสงสัยมัยว่าทำไมเขาถึงได้มาแสดงตัวในช่วงที่ป่วยตอนนี้?
“ไม่สงสัย แต่แค่คิดว่าน่าจะมาเร็วกว่านี้นะ ปูจะได้ไม่โดนว่า เพราะถ้าปูเห็นผู้หญิงซึ่งหน้าแบบนี้นะ พูดจากับปูแบบนี้ ในตอนนี้ที่พี่เขาแข็งแรงและโด่งดัง ปูก็ไป ปูก็ไม่เอา เพราะว่าปูยืนได้ด้วยขาของตัวเอง ปูไม่เคยใช้เงินพี่เด๋อเลยนะ คนละกระเป๋าหมดเลย ปูหาได้มาโดยตลอด”
ระแคะระคายมั้ยว่าเขาต้องการอะไรถึงได้มาแสดงตัวในช่วงนี้?
“(ถอนหายใจ) มันก็คิดไม่ออกนะคะ ว่าเขามาทำไม ประโยคที่เขาพูดกับปู เขาไม่พูดซะยังจะดีกว่า”
เขาพูดว่าอะไร?
“ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว (เน้นคำ)” (ปูพยักหน้าน้ำตาอาบแก้ม)
หลังจากนี้พี่ปูวางแผนยังไงต่อ เห็นว่าจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ?
“อ๋อ ไม่ได้ย้ายค่ะ ลูกรับปริญญาค่ะ ลูกเรียนจบมิถุนาฯ ค่ะ ปรายไปเรียน 3 ปีจบแล้วค่ะ”
อยากบอกอะไรถึงพี่เด๋อไหม เพราะหลังจากนี้หลังข่าวออกไปน่าจะมีฟีดแบ๊กอะไรเกิดขึ้น?
“เขาไม่รู้อยู่แล้วค่ะ ลูกเขาไม่ให้เห็นโซเชียลอยู่แล้ว แต่ก็เป็นความตั้งใจของปูนะคะว่าเราก็อยู่ด้วยกันมานาน เราผ่านสุขผ่านทุกข์มาก็มากมาย เรื่องดีๆ ที่เขาทำมันก็มีค่ะ เพียงแต่ว่าเรื่องผู้หญิงแบบเนี้ย มันเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรามาก เพราะเราเคยมีกติการ่วมกัน มาอยู่แล้วก่อนที่จะอยู่ด้วยกัน แล้วมันจะมีเรื่องที่น่ะค่ะ ที่เขา 4 ไร่นะคะ ที่เขาซื้อ เขาซื้อที่สุพรรณ มันเป็นเงินปูนะคะ มันเป็นเงินปูซื้อ แต่ที่เป็นชื่อเขาปูยกให้เลยนะ ให้นักข่าวเป็นพยานนะ ปูยกให้หมดเลยนะ ปูไม่เอา ปูออกมาอย่างเดียว ปูไปกับลูกอย่างเดียว”
นอกจากที่ดินแล้วมีทรัพย์สินอะไรอีกไหม?
“ไม่รู้ แต่ของปูคือมีอันนี้ (ที่ดิน) ของเขาเราไม่รู้เราไม่ยุ่ง โรงงานขายไปตั้งนานแล้วค่ะ โรงงานที่ซื้อที่หนึ่งไร่เป็นเงินปูค่ะ ปูซื้อที่ 1 ไร่ แล้วอาคารที่ทำโรงงาน มันเป็นการทำลูกชิ้น แล้วเอาเงินไปให้ผู้รับเหมาเป็นงวดๆ งวดนี้ 500,000 เขาก็ขึ้นโครง งวดนี้ 300,000 เขาก็ต่อเติมไป มันเป็นการที่เราทำลูกชิ้นแล้วเอาเงินไปทำ”
เรียกว่าพี่ปูออกมาแต่ตัวไม่ได้เอาอะไรของอาเด๋อมาเลย?
“และไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่รู้ว่าทรัพย์สินเขามีอะไรเท่าไหร่ ไม่ทราบและไม่สนใจ ไม่อยากได้”
หลังจากนี้ไร้พันธะต่อกัน ?
“ไร้ตั้งแต่ 22 พฤศจิกาฯแล้วค่ะ”
ตอนนี้ให้อภัยเขาไหม?
“ให้อภัยเกี่ยวกับเรื่องอะไร (ทุกอย่างที่ผ่านมา?) ก็ให้อภัยแล้ว เราออกมาแล้วไงคะ ที่เราก็ให้ค่ะ เราก็ให้ไปเลย จริงๆ เรื่องนี้นะคะ ผู้หญิงก็ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ลูกก็ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ มันไม่มีใครเกี่ยวหรอกค่ะ มันอยู่ที่พี่เด๋อคนเดียวถูกมั้ยคะ เขาไม่เด็ดขาด เขาไม่จัดการให้มันเรียบร้อย”
ตอนนี้สภาพจิตใจพี่ปูเริ่มดีขึ้นมาหรือยัง ?
“ตอนนี้ดีขึ้นแล้วเพราะว่าปูก็เก็บๆๆ ปูไม่บอกใครนะคะ ขนาดเพื่อนฝูงในวงการทุกคนรู้หมดนะคะ กลุ่มปูผัดไท ท็อป รู้หมดเลยค่ะ พี่นักข่าวรุ่นใหญ่ก็รู้สองท่านค่ะ แต่ก็ไม่พูดไม่เขียนข่าวบอกว่าวันนึงให้ปูออกมาพูดเอง ผัดไทกับท็อปพวกนี้ เพิ่งรู้ก่อนปีใหม่นี่เองค่ะ แล้วเหตุการณ์มันพฤศจิกาฯ แล้วปูเพิ่งบอกนี่เอง”
บทเรียนครั้งนี้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง กับชีวิตคู่กับตัวเองกับความรัก?
“อย่าเชื่อคำพูด อย่าเชื่อแค่คำพูดค่ะพี่ การใช้ชีวิตคู่มันไม่ใช่ว่าโอเคแล้วเราอยู่กันไปแค่วันสองวันถูกมั้ยคะ มันต้องเดินด้วยกันไป อย่างปูตั้ง 29 ปี ต้องละเอียดและรอบคอบกว่านี้”
ระหว่างทางใช้คำว่าโลกสองใบได้ไหม ?
“เขานะ คิดดูในทางกลับกันนะ ถ้าปูเป็นคนทำ ถ้าปูซ่อนผู้ชายอีกคนไว้ ป่านนี้ลูกคงต้องตรวจดีเอ็นเอแล้วถูกมั้ยคะ แต่เราไม่ทำไงเราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น”
เสียดายเวลา 29 ปีที่ผ่านมาไหม?
“ก็มีคิดบ้างค่ะ แต่เราคิดว่าถ้าเราเลิกกับเขาไปตอนนั้น เราก็ไม่ได้ลูกถูกมั้ยคะ (เราก็ถือว่าเราได้ของขวัญ?) ถูกต้อง โอเคมันแลกกับแบบนี้ ช่างมัน แม่เจ็บแป๊บเดียว”
พี่ปูอยากจะบอกอะไรกับตัวเองไหมที่ผ่านมาทั้งหมด?
“ตอนแรกก็คิดไม่ออกค่ะ แต่พี่อ้อยพี่ฉอดบอกแล้วเลยคิดออกว่า เราทำแล้ว เราทำดีที่สุดแล้ว เราทำเต็มที่แล้ว (เสียงสะอื้น) คุณขา มันไม่ได้มีแค่สัมภาษณ์ แค่ที่นี่นะ มันมีเรื่องช็อกในซ้อนๆ อีกนะ แต่ปูเปิดหมดแล้วค่ะ วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ คลับฟรายเดย์โชว์ ช่องวันค่ะ”
หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ ปู กนกวรรณ ยังได้พูดกับนักข่าวอีกว่า “เราไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรือหลอกตัวเองในตลอดระยะเวลา 29 ปีที่ผ่านมา คิดแค่อย่างเดียวว่าคนของเราไม่ยุ่ง ผู้หญิงเลยโทรมาขอตังค์ แล้วการที่เขาออกไปข้างนอกก็คิดว่าเขาต้องมีสังคมต้องไปเจอพวกตลก อีกอย่างคืออายุเยอะแล้ว ใครจะเอา ใครจะชอบคนอายุแบบนี้ เราก็คิดของเราแบบนี้มาตลอด ถามว่าเขาเคยมีประวัติเจ้าชู้ไหม เจ้าชู้แบบให้เราจับได้ไม่มีค่ะ ตอนแรกที่อยู่ด้วยกันเราตกลงกันแล้วว่าถ้ามีอะไรก็ให้ไปเคลียร์ เพราะเราก็ไปเคลียร์ของเราเหมือนกัน ส่วนระยะเวลาที่เขาอยู่กับคนนั้น แน่นอนว่านานกว่าเราแน่นอน เขามาก่อน ไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งมาเจอกันทีหลัง นี่คือน้อยนะคะ (ชี้ตัวเองเสียงสั่นน้ำตารื้น) (ยอมรับแบบนั้นเลย?) ก็มันจริงไหมล่ะ เขามาก่อนอ่ะ ผู้หญิงกับผู้ชายใจร้ายกับเราทั้งคู่เลย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปู กนกวรรณ ปล่อยโฮเผยเหตุเลิก เด๋อ ดอกสะเดา จับได้ซุกโลกอีกใบไว้ 29 ปี เจ็บกับคำพูดของอีกฝ่าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th