โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บล.ทิสโก้ มอง หุ้นไทย ปี 69 มีลุ้นแตะ 1,500 จุด รับการเมืองชัด หนุนความเชื่อมั่นลงทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 09.37 น.

บล.ทิสโก้ประเมินตลาด หุ้นไทย ตอบรับเชิงบวกหลังผลเลือกตั้งชัดเจน ความเสี่ยงการเมืองลดลง คาดรัฐบาลใหม่เร่งฟื้นเศรษฐกิจ ดันจีดีพีกลับมาโต 4% หนุนดัชนีมีโอกาสขึ้นสู่ระดับ 1,500 จุด

10 กุมภาพันธ์ 2569 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยตอบรับเชิงบวกอย่างชัดเจน ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งผลการนับคะแนนเริ่มมีความชัดเจน จากชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ตลาดหุ้นไทยตอบรับผลการเลือกตั้งอย่างร้อนแรง ท่ามกลางความคาดหวังว่า ประเทศจะมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และรัฐบาลใหม่จะสามารถจัดตั้งได้อย่างรวดเร็ว มีความมั่นคง และมีศักยภาพเพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ประเมินว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับ 1,500 จุดภายในปีนี้ หากรัฐบาลใหม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเห็นภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยคาดหวังให้เศรษฐกิจขยายตัวกลับไปสู่ระดับ 4% ในช่วงถัดไป จากที่เติบโตเฉลี่ยเพียง 2% ต่อปีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ รัฐบาลควรเร่งผลักดันเครื่องยนต์เศรษฐกิจชุดใหม่ ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และใช้ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจใหม่ อาทิ การผลักดันโครงการบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนในหุ้น (TISA) ซึ่งให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ ทั้งการลงทุนโดยตรงในหุ้นรายตัว และการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวม

นายไพบูลย์ ยังเสนอให้ปรับเงื่อนไข TISA เพิ่มเติม โดยกำหนดวงเงินลงทุน 500,000 บาทต่อปี และในช่วง 2 ปีแรก เพิ่มวงเงินพิเศษอีกปีละ 300,000 บาท จากข้อเสนอเดิมที่ให้ลดหย่อนภาษีได้ปีละ 800,000 บาท พร้อมให้ลดหย่อนเต็มจำนวนโดยไม่ต้องคูณ 0.7-1.3 เท่า อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ลงทุนในหุ้นหรือกองทุน ESG ให้ลดหย่อนภาษีได้เพียง 80% กำหนดระยะเวลาถือครอง 5 ปีเต็ม สามารถสับเปลี่ยนหุ้นหรือกองทุนได้ แต่ห้ามถอนเงินออก และให้แยกวงเงิน TISA ออกจากเงินออมเพื่อการเกษียณ เช่น RMF และ PVD

“ตลาดทุนมีความหวังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ความเสี่ยงทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนคลี่คลายความกังวลด้านการเมือง ความเสี่ยงประเทศลดลง และเริ่มคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริง ตลาดหุ้นจึงเป็นการซื้ออนาคต ซึ่งระดับ 1,500 จุดมีความเป็นไปได้ หากสร้างความเชื่อมั่นให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโต 4%” นายไพบูลย์ กล่าว

ด้าน นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ กล่าวว่า นโยบายคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นราว 0.15-0.2% ส่งผลให้จีดีพีปีนี้จากเดิมคาด 1.6% อาจขยับขึ้นเป็น 1.8%

ขณะที่นโยบายการคลังยังมีข้อจำกัด โดยงบกลางคงเหลือประมาณ 27,000 ล้านบาท แม้ไม่ใช่วงเงินขนาดใหญ่ แต่เพียงพอสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ส่วนแผนการคลังระยะปานกลาง กระทรวงการคลังมีแนวคิดปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากปัจจุบัน 7% เป็น 8% หรือ 8.5% ซึ่งยังต้องศึกษารายละเอียด และเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลใหม่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

นายเมธัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตเศรษฐกิจไทยเคยมีศักยภาพเติบโตถึง 7% ก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่หลังวิกฤต ศักยภาพลดลงเหลือราว 2.3% โดยเครื่องยนต์หลักอย่างภาคส่งออกและท่องเที่ยวเริ่มเผชิญข้อจำกัด จากการที่ไทยเคยเชี่ยวชาญการผลิตสินค้าอย่างรถยนต์และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ซึ่งปัจจุบันความต้องการของโลกเปลี่ยนไป ทำให้ไทยจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่

“รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แม้เป็นโจทย์ระยะยาวที่ไม่ง่าย แต่ระยะสั้นยังมีหลายวิธีในการดึงคนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นโยบายประชานิยมและการกระตุ้นกำลังซื้อยังมีความจำเป็น หากไม่ทำอะไรเลย เศรษฐกิจอาจชะงัก ดังนั้นต้องมีมาตรการระยะสั้นเพื่อพาเศรษฐกิจเดินหน้าต่อ” นายเมธัส กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...