เจ็บปากซ้ำซากระวังภูมิพัง เช็ก 3 สัญญาณอันตรายและวิธีรักษาที่ต้นเหตุ
วิธีรักษาแผลในปาก เจ็บจนอ้าปากไม่ขึ้น ใครที่เป็นแผลในปากบ่อยๆ หรือเหงือกอักเสบซ้ำซาก รู้ไหมว่า 'ยาขม' อาจไม่ใช่ทางออก? มาเช็กสาเหตุที่แท้จริงจากคุณหมอ พร้อมวิธีดูแลช่องปากให้หายขาดในโพสต์นี้
แผลในปากและเหงือกอักเสบรักษาอย่างไร? เผยความจริงเรื่องยาขมแก้ร้อนใน พร้อมสาเหตุจากการขาดวิตามินและความเครียด สรุปวิธีดูแลสุขภาพช่องปากให้หายไวได้ที่นี่
โรคแผลในปากและเหงือกอักเสบ
โรคของปากและเหงือกบางครั้งก็นำความทุกข์ทรมานมาสู่เจ้าของปากเป็นอย่างมาก เรามารู้จักโรคภายในช่องปากและวิธีรักษากันดีกว่า
โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) อาการคือ เหงือกรอบๆ ฟันบวมตึงและบางครั้งอาจมีเลือดออกด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวด บางครั้งจะรู้สึกคล้ายปวดฟัน สาเหตุอาจเกิดจากการขาดวิตามินซีเป็นเวลานาน การขบเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งมากๆ หรือการแปรงฟันที่ไม่ถูกวิธี
เยื่อบุในช่องปากอักเสบ (Stomatitis) เป็นอาการที่เยื่อบุอ่อนภายในช่องปากและรอบๆ ริมฝีปากอักเสบ คนไข้จะมีความรู้สึกเจ็บปวดมากเวลาอ้าปากหรือเวลารับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยว เผ็ด ร้อน สาเหตุของโรคอาจเกิดจากการแพ้ยา ถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หรือเป็นผลมาจากระบบภูมิต้านทานของคนไข้มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้มีการทำลายของเซลล์เยื่ออ่อนๆ หรือการขาดวิตามินบี 1
โรคแผลในปาก (Mouth ulcers) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า แผลร้อนใน (Aphthous ulcers) เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุด คนไข้บางคนเป็นเกือบทุกเดือน เช่น ทุกครั้งที่จะมีรอบเดือน อดนอน หรือเครียดมากๆ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดบริเวณแผล เนื่องจากเยื่อบุอ่อนอักเสบและเป็นแผลที่ค่อนข้างลึก สาเหตุอื่นอาจเกิดจากการกดทับหรือเสียดสีจากฟันปลอมที่หลวมไป ซึ่งจะมีผลให้เหงือกและเยื่อบุปากเป็นแผลตามมา การรักษา คนไข้มักมีความเชื่อว่าเป็นโรคร้อนในและหาซื้อยาขมมารับประทาน ที่จริงโรคร้อนในไม่มีในตำราแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนยาขมจะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ไม่มีการพิสูจน์หรือทดลองทางการแพทย์ใดๆ ว่ามีผลในการรักษาโรคเหงือกอักเสบและแผลในปาก การรักษาที่ถูกต้องคือการแก้ที่สาเหตุของโรค เช่น ถ้าเป็นแผลมาจากฟันปลอมก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเครียด ไม่อดนอนติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ออกกำลังกายเป็นประจำ และพยายามรักษาสุขอนามัยในช่องปาก
ขอขอบคุณ
ข้อมูล : โรงพยาบาลสุขุมวิท
เช็ก 3 สัญญาณ "ภูมิพัง" ที่แสดงออกผ่านช่องปาก
เป็นแผลถถี่เกินไป (High Frequency)
หากคุณเป็นแผลร้อนในมากกว่า 2-3 ครั้งต่อเดือน หรือแผลเก่ายังไม่ทันหาย แผลใหม่ก็ขึ้นแทรก นี่คือสัญญาณว่าระบบปราการด่านหน้าของร่างกายอ่อนแอลง ทำให้เยื่อบุอ่อนในปากถูกทำลายได้ง่ายกว่าปกติ
แผลลึก เจ็บนาน และหายช้ากว่า 2 สัปดาห์ (Delayed Healing)
ปกติแผลในปากควรหายภายใน 7-10 วัน แต่ถ้าแผลของคุณมีลักษณะ วงกว้าง ลึก หรือกินเวลานานเกิน 2 สัปดาห์ แสดงว่าเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ มักพบบ่อยในคนที่มีความเครียดสะสมหรือพักผ่อนน้อยจัด
มีอาการอื่นร่วมด้วย (Systemic Symptoms)
สังเกตว่านอกจากเจ็บปากแล้ว คุณมีอาการเหล่านี้ไหม?
มีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วยทุกครั้งที่เป็นแผล
ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรหรือคอมีอาการบวมโต
มีแผลตามเยื่อบุอ่อนส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
อาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าไม่ใช่แค่เรื่องในปาก แต่เป็นระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายที่เริ่มมีปัญหา (เช่น ภูมิเพี้ยน หรือภาวะอักเสบเรื้อรัง)
วิธีรักษาและฟื้นฟูที่ต้นเหตุ
เติมวิตามินบำรุงเซลล์: เน้นกลุ่ม วิตามินบี 12, ธาตุเหล็ก, และวิตามินซี เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้เยื่อบุผิว
ปรับสมดุลการนอน: ภูมิคุ้มกันจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุดในช่วงที่นอนหลับสนิท หากคุณอดนอนติดต่อกัน แผลจะไม่มีวันหายไว
ลดสารเคมีสะสม: เปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) ซึ่งเป็นสารชะล้างที่อาจระคายเคืองเยื่อบุปากสำหรับคนที่ภูมิแพ้ง่าย
จัดการความเครียด: ความเครียดกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งจะไปกดภูมิคุ้มกัน ทำให้แผลในปากปะทุขึ้นมาทันที