โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ็บปากซ้ำซากระวังภูมิพัง เช็ก 3 สัญญาณอันตรายและวิธีรักษาที่ต้นเหตุ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิธีรักษาแผลในปาก เจ็บจนอ้าปากไม่ขึ้น ใครที่เป็นแผลในปากบ่อยๆ หรือเหงือกอักเสบซ้ำซาก รู้ไหมว่า 'ยาขม' อาจไม่ใช่ทางออก? มาเช็กสาเหตุที่แท้จริงจากคุณหมอ พร้อมวิธีดูแลช่องปากให้หายขาดในโพสต์นี้

เจ็บปากซ้ำซากระวังภูมิพัง เช็ก 3 สัญญาณอันตรายและวิธีรักษาที่ต้นเหตุ

แผลในปากและเหงือกอักเสบรักษาอย่างไร? เผยความจริงเรื่องยาขมแก้ร้อนใน พร้อมสาเหตุจากการขาดวิตามินและความเครียด สรุปวิธีดูแลสุขภาพช่องปากให้หายไวได้ที่นี่

โรคแผลในปากและเหงือกอักเสบ

โรคของปากและเหงือกบางครั้งก็นำความทุกข์ทรมานมาสู่เจ้าของปากเป็นอย่างมาก เรามารู้จักโรคภายในช่องปากและวิธีรักษากันดีกว่า

โรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) อาการคือ เหงือกรอบๆ ฟันบวมตึงและบางครั้งอาจมีเลือดออกด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวด บางครั้งจะรู้สึกคล้ายปวดฟัน สาเหตุอาจเกิดจากการขาดวิตามินซีเป็นเวลานาน การขบเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งมากๆ หรือการแปรงฟันที่ไม่ถูกวิธี

เยื่อบุในช่องปากอักเสบ (Stomatitis) เป็นอาการที่เยื่อบุอ่อนภายในช่องปากและรอบๆ ริมฝีปากอักเสบ คนไข้จะมีความรู้สึกเจ็บปวดมากเวลาอ้าปากหรือเวลารับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยว เผ็ด ร้อน สาเหตุของโรคอาจเกิดจากการแพ้ยา ถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หรือเป็นผลมาจากระบบภูมิต้านทานของคนไข้มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้มีการทำลายของเซลล์เยื่ออ่อนๆ หรือการขาดวิตามินบี 1

เจ็บปากซ้ำซากระวังภูมิพัง เช็ก 3 สัญญาณอันตรายและวิธีรักษาที่ต้นเหตุ

โรคแผลในปาก (Mouth ulcers) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า แผลร้อนใน (Aphthous ulcers) เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุด คนไข้บางคนเป็นเกือบทุกเดือน เช่น ทุกครั้งที่จะมีรอบเดือน อดนอน หรือเครียดมากๆ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดบริเวณแผล เนื่องจากเยื่อบุอ่อนอักเสบและเป็นแผลที่ค่อนข้างลึก สาเหตุอื่นอาจเกิดจากการกดทับหรือเสียดสีจากฟันปลอมที่หลวมไป ซึ่งจะมีผลให้เหงือกและเยื่อบุปากเป็นแผลตามมา การรักษา คนไข้มักมีความเชื่อว่าเป็นโรคร้อนในและหาซื้อยาขมมารับประทาน ที่จริงโรคร้อนในไม่มีในตำราแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนยาขมจะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ไม่มีการพิสูจน์หรือทดลองทางการแพทย์ใดๆ ว่ามีผลในการรักษาโรคเหงือกอักเสบและแผลในปาก การรักษาที่ถูกต้องคือการแก้ที่สาเหตุของโรค เช่น ถ้าเป็นแผลมาจากฟันปลอมก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเครียด ไม่อดนอนติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ออกกำลังกายเป็นประจำ และพยายามรักษาสุขอนามัยในช่องปาก

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : โรงพยาบาลสุขุมวิท

เช็ก 3 สัญญาณ "ภูมิพัง" ที่แสดงออกผ่านช่องปาก

เป็นแผลถถี่เกินไป (High Frequency)

หากคุณเป็นแผลร้อนในมากกว่า 2-3 ครั้งต่อเดือน หรือแผลเก่ายังไม่ทันหาย แผลใหม่ก็ขึ้นแทรก นี่คือสัญญาณว่าระบบปราการด่านหน้าของร่างกายอ่อนแอลง ทำให้เยื่อบุอ่อนในปากถูกทำลายได้ง่ายกว่าปกติ

แผลลึก เจ็บนาน และหายช้ากว่า 2 สัปดาห์ (Delayed Healing)

ปกติแผลในปากควรหายภายใน 7-10 วัน แต่ถ้าแผลของคุณมีลักษณะ วงกว้าง ลึก หรือกินเวลานานเกิน 2 สัปดาห์ แสดงว่าเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ มักพบบ่อยในคนที่มีความเครียดสะสมหรือพักผ่อนน้อยจัด

มีอาการอื่นร่วมด้วย (Systemic Symptoms)

สังเกตว่านอกจากเจ็บปากแล้ว คุณมีอาการเหล่านี้ไหม?

มีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วยทุกครั้งที่เป็นแผล

ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรหรือคอมีอาการบวมโต

มีแผลตามเยื่อบุอ่อนส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

อาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าไม่ใช่แค่เรื่องในปาก แต่เป็นระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายที่เริ่มมีปัญหา (เช่น ภูมิเพี้ยน หรือภาวะอักเสบเรื้อรัง)

วิธีรักษาและฟื้นฟูที่ต้นเหตุ

เติมวิตามินบำรุงเซลล์: เน้นกลุ่ม วิตามินบี 12, ธาตุเหล็ก, และวิตามินซี เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้เยื่อบุผิว

ปรับสมดุลการนอน: ภูมิคุ้มกันจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุดในช่วงที่นอนหลับสนิท หากคุณอดนอนติดต่อกัน แผลจะไม่มีวันหายไว

ลดสารเคมีสะสม: เปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate) ซึ่งเป็นสารชะล้างที่อาจระคายเคืองเยื่อบุปากสำหรับคนที่ภูมิแพ้ง่าย

จัดการความเครียด: ความเครียดกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งจะไปกดภูมิคุ้มกัน ทำให้แผลในปากปะทุขึ้นมาทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...