โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตือนพ่อแม่! เด็กไอไม่หยุดนานเกิน 4 สัปดาห์ ระวังไม่ใช่หวัด แต่อาจเป็นโรคปอด

The Better

อัพเดต 24 ม.ค. เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. เวลา 02.19 น. • THE BETTER
เด็กไอไม่หยุดนานเกิน 4 สัปดาห์ อาจไม่ใช่หวัดธรรมดา แพทย์เตือนเสี่ยงโรคปอดร้าย แนะผู้ปกครองสังเกตอาการใกล้ชิดและรีบพาพบแพทย์ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

หลายครอบครัวอาจคุ้นชินกับเสียงไอของลูก โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่มักติดหวัดจากโรงเรียน เป็น ๆ หาย ๆ จนผู้ปกครองคิดว่าเป็นอาการป่วยเล็กน้อยที่เดี๋ยวก็หายเอง แต่แพทย์เตือนว่า หากเด็กมีอาการไอต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือเริ่มมีสัญญาณผิดปกติร่วมด้วย อาจไม่ใช่ “หวัดธรรมดา” แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปอดที่ซ่อนอยู่ และหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก โรงพยาบาลวิมุต เปิดเผยว่า อาการไอเป็นกลไกปกติของร่างกายในการขับสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ แต่สิ่งที่ผู้ปกครองต้องสังเกตคือ “ระยะเวลา” และ “ความรุนแรง” ของอาการไอ หากเป็นไข้หวัดทั่วไป เด็กมักมีน้ำมูก ไข้ต่ำ หรือไอมีเสมหะ และอาการจะดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ แต่หากไอถี่ขึ้น แรงขึ้น และนานเกิน 4 สัปดาห์ หรือที่เรียกว่า “ไอเรื้อรัง” ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ไอเรื้อรัง อาจซ่อนโรคปอดร้ายในเด็ก
สาเหตุของอาการไอเรื้อรังในเด็กมีได้หลายปัจจัย ตั้งแต่การติดเชื้อซ้ำจากโรงเรียนหรือที่ชุมชน มลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ หรือโรคภูมิแพ้ ไปจนถึงโรคปอดที่รุนแรง เช่น หอบหืด ปอดอักเสบ และวัณโรค

“วัณโรคไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้ใหญ่ เด็กก็สามารถเป็นได้ โดยมักติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ในบ้านเดียวกัน ที่น่ากังวลคือวัณโรคในเด็กอาจไม่มีอาการชัดเจน บางรายมีเพียงไข้เรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซีด หรือไอเรื้อรัง และเด็กเล็กบางคนอาจไม่ไอเลยด้วยซ้ำ” พญ.สุธิดา กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าผู้ปกครองต้องสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกอย่างใกล้ชิด

สัญญาณอันตราย รีบพาเด็กพบแพทย์ทันที
หากเด็กมีอาการไอเรื้อรังนานกว่า 4 สัปดาห์ หรือมีอาการร่วม เช่น หายใจเร็ว เหนื่อย หอบ อกบุ๋ม เจ็บหน้าอก ปากเขียว ไข้สูงหรือไข้เรื้อรัง เสมหะปนเลือด น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ซึม ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าปอดอาจมีความผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว

รู้เร็ว รักษาไว ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
การตรวจโรคปอดในเด็ก แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด และอาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด หรือเก็บตัวอย่างจากทางเดินหายใจ ทั้งนี้การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก เด็กมีโอกาสหายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

แพทย์แนะนำให้ผู้ปกครองดูแลสุขภาพลูกอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศสะอาด และหลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ไอให้เด็กรับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

อาการไออาจไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไป หากพ่อแม่ใส่ใจและพาเด็กเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคปอดและภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงและสดใสในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...