'พิพัฒน์' แถลงผลเหตุเครนถล่มพระราม 2 สั่งปิดช่องจราจร 100% เบื้องต้น 60 วัน
คมนาคมชี้ยังหาสาเหตุเครนถล่มพระราม 2 ไม่ได้ เหตุไม่มีการก่อสร้างช่วงเวลานั้น พร้อมสั่งปิดช่องจราจร 100% เป็นเวลา 60 วัน ฟื้นฟูพื้นที่ได้รับความเสียหาย ดึงวิศวกร วสท. ช่วยควบคุมดำเนินการ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากการก่อสร้างได้หยุดทำงานตั้งแต่ 5 นาฬิกา และมีการคืนพื้นผิวให้มีการจราจรแล้วในเวลานั้น
ด้าน นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เสริมว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่อุบัติเหตุเฉพาะจุด แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระบบ ที่ต้องแก้ไขในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงซ่อมเฉพาะหน้า ต้องรื้อถอนและจัดการใหม่ด้วยมาตรฐานวิศวกรรมขั้นสูง
ซึ่งในชั้นนี้ได้ดำเนินการโดยรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏ และตรวจพิสูจน์ทราบได้โดยประจักษ์ ประกอบด้วย ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากองค์กรภายนอกที่เป็นกลาง ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบในเบื้องต้น วัตถุพยาน (ภาพถ่าย, ภาพเคลื่อนไหว) เอกสารขั้นตอนวิธีการทำงาน (Method Statement) และแบบแปลนก่อสร้าง พบว่าจุดเริ่มต้นของการวิบัติเกิดจากจุดรองรับด้านหน้า (Front Main Support) ของชุดคานยกเกิดการทรุดตัว ส่งผลให้โครงสร้างพังถล่มลงมา
โดยข้อสันนิษฐานเชิงวิศวกรรมถึงสาเหตุที่อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัว มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับระบบรองรับ (Support) และระบบยึดรั้งของเครน (Tie-down) รวมถึงความสามารถในการรับแรงของโครงสร้างคอนกรีตบริเวณจุดรองรับ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับแรงกระทำจริงที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดด้านพฤติกรรมโครงสร้าง กลไกการรับน้ำหนัก และลำดับการวิบัติ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงอย่างเป็นระบบตามหลักวิศวกรรมโครงสร้าง
ทั้งนี้ คณะกรรมการจำต้องตรวจสอบเพิ่มเติมในส่วนของรายละเอียดรายการคำนวณ และขั้นตอนการติดตั้งของเครน (Launching Gantry Crane) การวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนที่และการรับน้ำหนักเทียบกับแบบก่อสร้าง รวมถึงการตรวจสอบเอกสารการปฏิบัติงาน
ต่อมาจึงมีประกาศมาตรการสั่งการเร่งด่วนเพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้อีกครั้ง นายพิพัฒน์ระบุว่า ได้กำหนดให้เรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด และได้สั่งการไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการทันทีใน 5 มิติ ดังนี้ :
– มิติที่ 1 : พื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย 100% (Safety Zone) สั่งห้ามก่อสร้างเหนือทางรถไฟหรือถนนขณะมีการจราจรโดยเด็ดขาด หากจะมีการยกติดตั้งเครนหรือวัสดุอุปกรณ์ ต้องปิดการจราจร 100% เท่านั้น และต้องมีการจัดตั้งเขตควบคุมความปลอดภัย (Safety Zone) อย่างเคร่งครัด
– มิติที่ 2 : ยกเครื่องระบบตรวจสอบทางวิศวกรรม ให้ตรวจทานแบบก่อสร้างและรายการคำนวณใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเครน LG (Launcher Gantry) ต้องมีการติดตั้งระบบ Structural Health Monitoring (SHM) หรือเซ็นเซอร์ตรวจวัดโครงสร้างแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
– มิติที่ 3 : เปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานระดับสากล ในจุดที่มีความเสี่ยงสูงอย่างโครงการ M82 ผมได้สั่งการให้เปลี่ยนชุดผู้ดำเนินงานเครน LG ทันที โดยให้ยุติการดำเนินงานของผู้รับเหมารายเดิม (ITD) ในส่วนนี้ และให้ใช้บริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลเข้ามาดำเนินการแทน
– มิติที่ 4 : เชิญวิศวกร-ผู้เชี่ยวชาญอิสระ ร่วมตรวจสอบ (Third Party) ได้เชิญ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมงานโดยอิสระ โดยให้อำนาจเต็มในการสั่งหยุดงานทันทีหากพบความเสี่ยง
– มิติที่ 5 : การสื่อสารที่โปร่งใส ต้องเปิดเผยข้อมูลทางวิศวกรรมให้ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมา และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการต่อจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ดังนี้
1.การดำเนินการต่อผู้กระทำความผิด คณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะเร่งวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกตามหลัก ‘นิติวิศวกรรม’ (Forensic Engineering) ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน เพื่อชี้ชัด ผู้กระทำความผิด ทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งทางแพ่งและอาญา โดยไม่มีข้อยกเว้น
2.การปฏิรูปมาตรฐานสัญญาและการกำกับดูแลโครงการก่อสร้าง กระทรวงจะดำเนินการทำระเบียบและข้อกำหนดในสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการใหม่นับจากนี้ให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดให้มาตรการด้านความปลอดภัย เป็นเงื่อนไขสำคัญของสัญญาจ้างงาน หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าทำผิดสัญญาและถูกยกเลิกสัญญาทันที
และ 3.การใช้มาตรการ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist)
• การตัดแต้ม : จะมีการบันทึกประวัติ ความบกพร่อง และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น หากผู้รับเหมารายใดบริหารงานหละหลวม หรือเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก จะถูกตัดคะแนนความน่าเชื่อถือ
• การลงโทษ : หากคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะมีผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติในการประมูลงานครั้งต่อไป จนถึงขั้น ‘ขึ้นบัญชีดำ’ (Blacklist) ห้ามรับงานของกระทรวงคมนาคม หรือภาครัฐอีกต่อไป
นายพิพัฒน์กล่าวว่า หากโครงการก่อสร้างต้องล่าช้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งยอมรับได้ แต่เราจะไม่ยอมให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการเดินทางได้อย่างปลอดภัย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘พิพัฒน์’ แถลงผลเหตุเครนถล่มพระราม 2 สั่งปิดช่องจราจร 100% เบื้องต้น 60 วัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net