ไต้ฝุ่น กนกฉัตร เปิดใจนั่งแท่นบอส MLG Music ลุยตลาดทีป๊อป รับเกร็งแต่พร้อมสู้
ไต้ฝุ่น กนกฉัตร เปิดใจนั่งแท่นบอสค่ายเพลง MLG Music ลุยตลาดทีป๊อป รับเกร็งแต่พร้อมสู้ ตั้งเป้าอยากพาศิลปินไประดับโกลบอล - แย้มแพลนมีลูกไม่เกิน 40
ก้าวสู่อีกแชปเตอร์ใหม่ในชีวิต สำหรับนักร้อง-นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ไต้ฝุ่น กนกฉัตร มรรยาทอ่อน หรือ ไต้ฝุ่น เคพีเอ็น ล่าสุดขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารค่ายเพลงน้องใหม่ MLG Music โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน MOONLIGHT GLOW LINE UP 2026 “THE STARS AWAKEN” ที่ Sphere Gallery 1 ชั้น M เอ็มสเฟียร์
หลังจบงาน ไต้ฝุ่น ได้ให้สัมภาษ์ถึงบทบาทใหม่กับการเป็นผู้บริหารค่ายเพลง ตั้งใจนำประสบการณ์และแพสชั่นของตัวเองส่งต่อน้องๆ รุ่นใหม่ ตั้งเป้าสร้างศิลปินทีป๊อปที่มีคุณภาพ และผลักดันสู่ระดับโกลบอลในอนาคต นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้แง้มถึงแพลนมีลูกให้ฟังด้วย
นั่งแท่นบอสค่ายเพลง
บทบาทใหม่กับการเป็นผู้บริหารค่าย MLG Music? “จริงๆ เริ่มต้นจากครูนุ่นมาทาบทาม ว่าสนใจที่อยากจะเปิดในส่วนของมิวสิค ผมกับครูนุ่น(สรีภรณ์ แสงบุญนำ)รู้จักกันมา 15 ปีแล้ว ซึ่งเห็นกันอยู่ว่าเราเป็นคนทำงานประเภทไหน มีทัศนคติในการทำงานแบบไหน พบว่าเราเป็นแบบเดียวกัน พอรู้ว่าครูนุ่นทักมาผมก็คิดไม่นาน เราก็ผ่านงานมา 15 ปีแล้ว คงถึงเวลาแล้วที่เราอาจจะต้องก้าวข้ามเพื่อพัฒนาขึ้นไปอีกสเต็ปหนึ่ง”
“เชื่อไหมว่าความรู้สึกผมตอนที่อยู่เคพีเอ็นกลับมาเลย เข้าใจเลย พอเราได้มาทำงานเบื้องหลังถึงได้รู้ว่าเราต้องวางแผนเด็กแต่ละคนยังไง เด็ก 100 คนก็ 100 แบบ หลักๆ ผมจะดูเรื่องทัศนคติในการทำงานก่อน ทุกคนก็น่าจะรู้ว่าการเข้ามาในวงการมันไม่ได้ง่าย การที่เราจะสร้างผลงานชิ้นหนึ่งเป็นศิลปินได้เต็มตัวมันต้องผ่านกระบวนการเยอะมาก เด็กต้องมีความพร้อมที่จะสู้ไปกับความท้าทายที่มันจะเกิดขึ้น”
“ถามว่าเกร็งไหมกับการก้าวมาทำหน้าที่นี้ ยอมรับว่าเกร็งมาก แต่พอเอาเข้าจริงมันก็เหมือนเป็นตำแหน่งในหน้าที่หนึ่งที่เราต้องเข้ามาทำ ผมก็แค่ปรับมายด์เซ็ตตัวเองว่าเราเข้ามาทำงาน แล้วก็นำพาน้องๆ ไปในจุดที่เขาควรจะไป”
แนวทางเลือกศิลปิน
“ส่วนศิลปินมีวิธีเลือกมายังไงผมมองว่าศิลปินมีความหลากหลายขึ้น สำหรับผมอยากจะเริ่มจากคนที่มีความฝันและมีความรับผิดชอบในตัวเอง อยากให้น้องเริ่มจากคนที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งมาก่อน ไม่มีอีโก้ พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนา หลังจากนั้นค่อยๆ เป็นคนละครึ่งทางระหว่างค่ายและศิลปินที่จะค้นหาทิศทางของน้องๆ”
“แล้วก็ต้องไปหาเอาข้างหน้าว่าเด็กคนนี้เก่งเรื่องนี้ ค่ายอยากจะสนับสนุนเรื่องนี้เพราะสุดท้ายแล้วผลงานที่ออกมาถ้าน้องได้มีการใส่ตัวเองเข้าไปในนั้นด้วย มันจะมีความสุขมากเลยที่น้องได้เป็นตัวเองในแบบฉบับที่มันเป็น Best Version”
ศิลปินเป็นเบอร์แรกอายุ 16 ปี คิดไหมว่าจะเด็กขนาดนี้เลย? “ตอนแรกไม่คิดนะ ถ้ารุ่นผมมันก็ต้องอายุ 20 อัพเนอะกว่าจะพร้อมทั้งในเรื่องของการเรียนด้วย แต่ในยุคนี้เด็กๆ มีความสามารถที่เก่งขึ้น โรงเรียนก็เริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นว่าจริงๆ เด็กที่เก่งเขาสามารถพัฒนาไปเป็นศิลปินได้แม้กระทั่งอยู่ในวัยเรียน”
“ประจวบเหมาะกับที่ได้มาเจอน้องโฟกัส(ญาณิน) น้องเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ เป็นเด็กที่มีแพสชั่น มีทัศนคติในการทำงานที่อยากจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มีความสามารถที่เกินกว่าวัย ผมเลยรู้สึกว่าจังหวะมันมาแล้วเราลองทำน้องขึ้นมาเลย เริ่มต้นอยากให้เห็นน้องในเวอร์ชั่นที่เป็นเด็กน่ารักสดใสตามวัย แต่หลังจากที่ได้คุยกัน เรารู้สึกว่าน้องมีความสามารถที่เกินวัย ผมเลยอยากจะพัฒนาน้องให้ขึ้นไปอีก”
ส่งต่อมายด์เซ็ตให้น้องๆ รุ่นใหม่
เจนที่ต่างกันต้องจูนกันยังไง แล้วเอาประสบการณ์ในยุคเรามาส่งต่อให้กับน้องยุคนี้ยังไง? “เชื่อไหมว่าเด็กๆ เขาฟังเรามากๆ เขาก็อยากจะเรียนรู้ โชคดีที่น้องๆ ที่อยู่บนเวทีทั้งหมดเขามีความพร้อมที่อยากจะเรียนรู้ ผมก็จะแนะนำเรื่องของทัศนคติที่น้องอาจจะต้องไปเจอข้างหน้า ว่าวงการบันเทิงมันมีความฝันเต็มไปหมดเลย แต่ว่าการที่เราจะทำมันให้ได้สำเร็จไม่ใช่แค่ว่าวันนี้ฉันจะทำมันให้ได้ แต่เกิดจากการลองผิดลองถูกทำซ้ำๆ”
“เพราะมันไม่มีสูตรตายตัวว่าคุณอยากเป็นนักร้องหรือนักแสดงแบบคนนี้ คุณต้องไปเรียนแบบนี้ แต่มันมีแค่ว่าคุณทำวันนี้โอกาสมันยังไม่ใช่ของคุณ แต่ถ้าวันนึงสปอตไลต์ส่องมาหาคุณ คุณพร้อมหรือยัง ผมจะให้กำลังใจและให้มายด์เซ็ตน้องๆ แบบนี้มากกว่า สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่าเด็กๆ ที่มาเป็นศิลปินเขามีอะไรของเขาอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องสอนเขาทุกอย่าง แต่เราต้องให้แนวทางเขาเพื่อให้เขาไปพัฒนาต่อในตัวตนที่เขาเป็น”
เป้าหมายที่วางไว้
โกลของค่ายที่วางไว้? “ตอนนี้เราอยากเข้ามาในตลาดทีป๊อปก่อน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเดี่ยวหรือศิลปินกลุ่ม แต่ถ้าหากมันเติบโตไปกว่านั้นได้เราก็อยากจะไปโกลบอล ทุกวันนี้ต้องบอกว่าตลาดทีป๊อปของไทยค่อนข้างแข็งแรงมาก แล้วก็มีโอกาสที่ได้ไปเติบโตในต่างประเทศกันเยอะวันนี้ก้าวแรกผมก็อยากจะค่อยๆ ทำไปก่อน ให้มันสำเร็จก่อน เลยยังไม่อยากก้าวกระโดดขนาดนั้น แต่โอเคเป้าหมายชัดเจนว่าเราอยากจะไปตรงนั้นให้ได้”
“ตอนนี้แพสชั่นผมล้นมาก จริงๆ ตอนแรกก็แอบลังเลกับตัวเองว่าความสามารถของเราจะพอไหม แต่พอได้พูดคุยกับครูนุ่นแล้ว เราถึงรู้ว่าเรามีความสามารถพอ แล้วเราก็ไม่มีวันรู้เลยว่าเราทำได้หรือไม่ได้ จนกว่าเราจะทำมัน เพราะฉะนั้นแพสชั่นผมเลยมาเต็มมาก และพร้อมมากที่อยากจะสร้างน้องๆ ขึ้นมา”
“อยากฝากค่าย MLG Music ด้วยนะครับ เราเป็นค่ายใหม่ ที่กำลังเริ่มโต มีศิลปินที่อยากจะนำสู่ตลาดทีป๊อป ด้วยความตั้งใจอย่างนี้ก็อยากให้ทุกคนค่อยๆ โตไปกับพวกเรา และเราก็สัญญาว่าจะทำศิลปินให้ออกมามีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ในเรื่องของความสามารถ แต่ผมอยากจะให้ศิลปินของผมเป็นตัวอย่างที่ดีในสังคม เพราะผมรู้สึกว่าศิลปินต้องมาในความรับผิดชอบแบบนี้ด้วย”
อัพเดตแพลนมีลูก
ตอนนี้เป็นคุณพ่อในวงการเพลงแล้ว ชีวิตจริงของเราเมื่อไหร่จะเป็นคุณพ่อสักที? “มีแต่คนบอกว่าให้รีบๆ มี ถ้ามีช้าเดี๋ยวลูกกำลังเริ่มวิ่งแต่เรากำลังจะเริ่มคลาน(ยิ้ม) จะตามลูกไม่ทันเอา แต่ตอนนี้พอมันมีงานเข้ามาในช่วงอายุ 30 กลางๆ มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นมามาก เลยต้องขยับแพลนไปอีกนิดนึง ยังไม่พร้อมด้วย เดี๋ยวรอถ้าอยากจะมีจริงๆ พร้อมจริงๆ ก็จะตัดสินใจร่วมกันระหว่างผมกับภรรยาอีกที”
“วันนี้พอถูกพี่ๆ ถามผมก็คิดกับตัวเองอีกว่าอยากมีจริงไหม แต่คิดว่าถ้าจะมีก็ไม่อยากให้อายุเกิน 40 ถ้าเกินกว่านั้นหลายๆ อย่างอาจจะไม่ลงตัว แต่ทุกอย่างผมก็ต้องให้เกียรติภรรยาเพราะเขาเป็นคนอุ้มท้อง อยากให้เขาตัดสินใจ ถ้าเขาอยากและเราอยากพอดี เดี๋ยวมีกันเลย ส่วนเรื่องไปฝากไข่ยังไม่ได้มีแพลนขนาดนั้น เอาเป็นว่ารออีกนิด ถ้ามีเมื่อไหร่จะรีบมาบอกข่าวดีทุกคนเลย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไต้ฝุ่น กนกฉัตร เปิดใจนั่งแท่นบอส MLG Music ลุยตลาดทีป๊อป รับเกร็งแต่พร้อมสู้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th