โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทาง SpaceX จากเกือบล้มละลาย สู่กำเนิดเศรษฐกิจอวกาศ

Finnomena

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 11.21 น. • Finnomena

ความแตกต่างระหว่าง ‘คนบ้า’ กับ ‘อัจฉริยะ’ มีเพียงเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ ซึ่งมักพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จากการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที และสำหรับ Elon Musk วินาทีนั้นเกิดขึ้นบนเครื่องบินขากลับจากมอสโกในปี 2001

จุดกำเนิด และวิสัยทัศน์หลุดโลก (2001–2002)

ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)

ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) | Source: The National Interest

ในปี 2001 Elon Musk เดินทางไปมอสโกเพื่อขอซื้อขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) มือสองมาดัดแปลงเพื่อส่งหนูหรือต้นไม้ไปดาวอังคารในโครงการ ‘Mars Oasis’ แต่สิ่งที่เขาเจอคือการถูกดูหมิ่นจากหัวหน้าวิศวกรชาวรัสเซีย

Jim Cantrell ผู้ร่วมก่อตั้งเล่าว่า วิศวกรชาวรัสเซียมองว่า Musk เป็นตัวตลก โดยแสดงท่าทีเหยียดหยามการแต่งตัวแบบสบาย ๆ และท่าทางที่ไม่ประสีประสาของเขา จนถึงขั้นถ่มน้ำลายใส่รองเท้าของ Musk เพื่อเป็นการไล่ส่ง

Musk เดินออกจากที่ประชุมด้วยความโกรธจัด แต่บนเครื่องบินขากลับแทนที่จะยอมแพ้ เขาเปิดแล็ปท็อปแล้วคำนวณต้นทุนวัตถุดิบในการสร้างจรวดเอง และพบว่าราคาจรวดที่ขายกันในตลาดนั้นสูงกว่าต้นทุนจริงหลายเท่าตัว วินาทีนั้นเองที่เขาตัดสินใจว่า “ในเมื่อซื้อไม่ได้ ก็สร้างเองซะเลย”

มิถุนายน 2002 Space Exploration Technologies หรือ SpaceX จึงถือกำเนิดขึ้น Musk ควักเงินส่วนตัว 100 ล้านดอลลาร์ มาตั้งบริษัทพร้อมประกาศวิสัยทัศน์ที่คนทั้งวงการหัวเราะเยาะ คือการลดต้นทุนการเข้าสู่อวกาศลง 10 เท่า และเป้าหมายสุดท้ายคือการทำให้มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ได้หลายดาวเคราะห์ (Multi-planetary Species)

ช่วงเวลาแห่งความล้มเหลว (2006–2008)

Falcon 1 SpaceX

Falcon 1 | Source: NASASpaceFlight.com

SpaceX เริ่มต้นพัฒนาจรวดFalcon 1 (ตั้งชื่อตามยาน Millennium Falcon จากภาพยนตร์ Star Wars) ซึ่งเป็นจรวด 2 ท่อนขนาดเล็ก (Small-lift Launch Vehicle) สูงเพียง 21 เมตร (ประมาณตึก 7 ชั้น) แต่สิ่งที่ตามมาคือความล้มเหลวจนทำให้บริษัทเกือบหมดตัว

SpaceX

เที่ยวบินที่ 1 (24 มีนาคม 2006) ระเบิดใน 33 วินาที

จรวด Falcon 1 ทะยานออกจากฐานปล่อยได้เพียง 33 วินาที ก่อนจะเริ่มเอียงวูบและเสียการทรงตัว จากนั้นพุ่งดิ่งลงไปกระแทกกับแนวปะการังใกล้ฐานปล่อยจนระเบิด

ต้นเหตุมาจากจุดเล็ก ๆ อย่างน็อตเพียงตัวเดียวที่ถูก ‘ไอเกลือทะเล’ กัดกร่อนจนเป็นสนิม ทำให้เกิดเชื้อเพลิงรั่วและประกายไฟ จนไฟลุกท่วมเครื่องยนต์หลังจากทะยานขึ้นฟ้าได้เพียงอึดใจเดียว

เที่ยวบินที่ 2 (21 มีนาคม 2007) ไปได้ไกล แต่ยังไม่ถึงฝัน

ครั้งนี้จรวดพุ่งทะยานไปได้สวยงาม ท่อนแรกทำงานสมบูรณ์และแยกตัวออกไปได้ แต่ขณะที่จรวดท่อนที่ 2 กำลังเร่งเครื่องสู่ความเร็วสูง จรวดกลับเริ่มส่าย (Oscillation) อย่างรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเครื่องยนต์ดับลงที่ระดับความสูง 289 กม. (เกือบถึงวงโคจรแล้ว)

สาเหตุเกิดจากปัญหาที่เรียกว่า‘Slosh’ หรือการกระฉอกของเชื้อเพลิงเหลวในถัง เนื่องจากจรวดไม่มี ‘แผ่นกั้น’ (Baffles) ในถังเชื้อเพลิงที่มากพอ เมื่อจรวดส่ายเพียงเล็กน้อย เชื้อเพลิงเหลวจำนวนมหาศาลจึงเหวี่ยงไปมาเหมือนน้ำวน ส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงของจรวดเปลี่ยนไปมาจนคอมพิวเตอร์ควบคุมไม่อยู่

เที่ยวบินที่ 3 (3 สิงหาคม 2008) ความล้มเหลวที่เจ็บปวดที่สุด

นี่คือครั้งที่ Musk มั่นใจที่สุด เพราะแก้ปัญหาเรื่องสนิมและเชื้อเพลิงกระฉอกเรียบร้อยแล้ว จรวดพุ่งตัวขึ้นอย่างราบรื่นจนถึงวินาทีที่จะต้อง‘แยกท่อน’ (Stage Separation) ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ทันทีที่จรวดท่อนแรกหลุดออกไป มันกลับชนเข้ากับส่วนท้ายของท่อนที่ 2 ซึ่งกำลังจะทำงาน จนจรวดเสียทิศทางและเกิดระเบิดขึ้น

สาเหตุเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า ‘แรงส่งค้าง’ (Residual Thrust) โดย SpaceX ได้อัปเกรดเครื่องยนต์ Merlin รุ่นใหม่ (1C) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม แต่ไม่ได้คำนวณว่าเมื่อสั่งดับเครื่องยนต์แล้ว มันจะยังมีแรงดันค้างในระบบที่ทำให้ท่อนแรกยังพุ่งต่อไปได้อีกครู่หนึ่ง

หลังจากความล้มเหลวติดต่อกันถึง 3 ครั้ง SpaceX ตกอยู่ในสภาวะหลังชนฝา เงินทุนส่วนตัวของ Elon Musk หมดเกลี้ยง และขวัญกำลังใจของพนักงานพังทลาย หากครั้งที่ 4 นี้ไม่สำเร็จ SpaceX จะกลายเป็นเพียงความทะเยอทะยานที่ล้มละลายไปพร้อมกับความฝันของ Musk

เที่ยวบินที่ 4 (28 กันยายน 2008) วันชี้ชะตา

ในเช้าวันที่ 28 กันยายน 2008 เกาะ Kwajalein บรรยากาศต่างจาก 3 ครั้งแรก ทีมงานไม่ได้เฉลิมฉลองหรือมั่นใจจนเกินเหตุ แต่กลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง พวกเขาแบกความหวังของเพื่อนร่วมงานกว่า 500 ชีวิตไว้บนบ่า

จรวดทะยานขึ้นจากฐานปล่อย พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ทุกสายตาจับจ้องไปที่นาทีที่ 2:40 ซึ่งเป็นช่วง Stage Separation จุดที่เคยทำให้ภารกิจก่อนหน้าล้มเหลว

แต่ครั้งนี้ท่อนจรวดแยกตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทันทีที่เครื่องยนต์ท่อนที่ 2 ดับลงตามกำหนดการ เมื่อระดับความสูงและความเร็วเข้าเกณฑ์วงโคจรโลก SpaceX ก็ก้าวขึ้นเป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกที่ส่งจรวดเชื้อเพลิงเหลวเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ ทลายกำแพงที่เป็นขีดจำกัดเดิมและก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอวกาศนับแต่นั้น

‘จรวดใช้ซ้ำ’ กำเนิดเศรษฐกิจอวกาศ

Falcon 9 SpaceX

Falcon 9 ขณะลงจอดบนฐานปล่อย | Source: Teslarati

ในอดีต อวกาศคือแดนสนธยาที่มีเพียงรัฐบาลมหาอำนาจเท่านั้นที่เข้าถึงได้ เพราะต้นทุนการส่งจรวดหนึ่งครั้งสูงจนไม่มีใครเอื้อมถึง แต่สิ่งที่ SpaceX ทำคือการสร้าง ‘โครงสร้างราคาใหม่’ (The New Cost Structure) ที่ทำให้อวกาศกลายเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์

เมื่อพิสูจน์ได้ว่าทำได้จริง NASA จึงยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยสัญญาจ้างมูลค่า 1,600 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Musk สามารถสร้างอาณาจักรที่มีกลยุทธ์ต่างจากคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง

แทนที่จะจ้างบริษัทภายนอกผลิตชิ้นส่วนราคาแพง SpaceX เลือกทำ Vertical Integration โดยผลิตชิ้นส่วนเองกว่า 90% ตั้งแต่หัวน็อตไปจนถึงเครื่องยนต์ เพื่อลดต้นทุนและตัดค่าส่วนต่างของซัพพลายเออร์ที่ซับซ้อนทิ้งไป

แต่นวัตกรรมที่สะเทือนโลกที่สุดคือ ‘Reusability’ Musk เชื่อเสมอว่าจรวดต้อง ‘ใช้ซ้ำได้’ เหมือนเครื่องบิน และในเดือนธันวาคมปี 2015 เขาก็ทำสิ่งที่โลกคิดว่าเป็นไปไม่ได้สำเร็จ คือการนำท่อนแรกของจรวด Falcon 9 พุ่งกลับลงมาจากอวกาศแล้วลงจอดในแนวตั้งบนฐานได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

วินาทีนั้นเปลี่ยนประวัติศาสตร์อวกาศไปตลอดกาล เพราะจรวดไม่ใช่ขยะที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งอีกต่อไป แต่คือเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางไปอวกาศได้อย่างมหาศาล สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘Space Economy’ หรือเศรษฐกิจอวกาศ

เมื่อต้นทุนถูกลง บริษัทเอกชนอื่น ๆ จึงสามารถส่งดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมตรวจอากาศ หรือแม้แต่การวางแผนขุดเจาะทรัพยากรบนดาวเคราะห์น้อยในเชิงธุรกิจ

เปิดประตูสู่ดวงดาว

Starship SpaceX

Starship ทำการทดสอบเครื่องยนต์ | Source: Space.com, SpaceX

SpaceX ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียง ‘ผู้ให้บริการรับจ้างส่งจรวด’ เข้าสู่การเป็นผู้คุมเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนโฉมหน้าโลกและอวกาศ

Starlink ขุมทรัพย์จากฟากฟ้า

SpaceX ไม่ได้รอรับจ้างส่งดาวเทียมให้คนอื่นเพียงอย่างเดียว แต่เลือกสร้างเครือข่ายดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของตัวเองขึ้นมานับหมื่นดวง เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ทุรกันดารทั่วโลกให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ รายได้มหาศาลจากบริการนี้คือสายป่านสำคัญที่จะนำมาหล่อเลี้ยงโปรเจกต์ ‘ตั้งรกรากบนดาวอังคาร’ ให้เป็นจริง

Starship สะพานสู่ดาวเคราะห์ดวงใหม่

นี่คือโปรเจกต์ที่เหนือกว่าจรวดทุกลำในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ Starship ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบขนส่งมวลชนอวกาศขนาดมหึมาที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด 100%

เป้าหมายสูงสุดคือการพาคนจำนวน 1 ล้านคนไปสร้างอาณานิคมถาวรบนดาวอังคาร โดยมีหมุดหมายแรกที่โลกกำลังจับตามอง คือการพานักบินอวกาศกลับไปลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2025-2026 นี้

IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

ปัจจุบัน SpaceX กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยมีการคาดการณ์มูลค่าบริษัทที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะทำให้ SpaceX กลายเป็น 1 ใน 20 บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกทันทีที่จดทะเบียน

ทะยานสู่โอกาสในจักรวาลธุรกิจอวกาศ

สำหรับใครที่มองเห็นศักยภาพของ Space Economy และต้องการเข้าถึงโอกาสในธีมนี้ กองทุน A-JEDI คือคำตอบ กองทุนนี้ใช้วิธีการลงทุนแบบ Passive Global Thematic คัดเลือกบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอวกาศและมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ครอบคลุมธุรกิจอวกาศตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

อ้างอิง: Spaceth, Business Insider, Acquired Podcast, Encyclopedia Britannica, ฐานเศรษฐกิจ

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...