Toyota มองตลาดรถยนต์ 2569 แค่ทรงตัว
โตโยต้า ชี้ยังต้องจับตาเศรษฐกิจเทศ-ไทย สถานการณ์การเมือง รวมทั้งไฟแนนซ์ และนโยบายรัฐบาลใหม่ หวังช่วยกระตุ้นดีมานด์ตลาด เชื่อตลาดรถยนต์โต 1.4% ขายที่ รวม 630,000 คัน
รายงานจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่าในปีนี้ 2569 บริษัทได้ ประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยคาดว่าจะยังคงอยู่ในสภาวะทรงตัว เนื่องจากยังต้องจับตาปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดทั้ง สถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางการเมืองภายในประเทศ
อีกทั้งสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลต่อปริมาณการขายและการส่งออกรถยนต์ รวทั้งสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และทิศทางของนโยบายอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากความกังวลต่อความสามารถในการชำระหนี้จากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูง
แต่โตโยต้า เชื่อว่ายังพอมีแรงหนุนด้านอุปสงค์จากกิจกรรมในภาคธุรกิจและการลงทุน นโยบายของภาครัฐที่จะสนับสนุนการใช้จ่ายให้เร่งตัวขึ้น การขยายตัวของการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายในประเทศและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการผลักดันมาตรการสนับสนุนของภาครัฐที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ
รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับกลยุทธการส่งเสริมการขายจากผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ต่างๆ
ทำให้เชื่อว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมจะอยู่ที่ 630,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แบ่งเป็น รถยนต์ 224,500 คัน ลดลง 6.2% รถเพื่อการพาณิชย์ 405,500 คันโต 6.2%
ส่วนโตโยต้า จะมียอดขายที่ 243,000 คัน โต 6% และมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่38.6% ในจำนวนนี้เป็น รถยนต์นั่ง 80,550 คัน ลดลง 2% มีส่วนแบ่งทางการตลาด38.6% รถเพื่อการพาณิชย์ 162,450 คัน โต 10% มีส่วนแบ่งทางการตลาด 40.1%รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 99,800 คัน โต 18% มีส่วนแบ่งทางการตลาด 48.3%
ส่วนในปี 2568 ที่ผ่านมานั้น ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยทำได้ ยอดขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 621,166 คัน เพิ่มขึ้น 8.5% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 239,236 คัน โต 6.7% , รถเพื่อการพาณิชย์ 381,930 คัน โต 6.7%,รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 187,733 คัน ลดลง 6.2%
เป็นผลเนื่องมาจาก ตลาดโดยรวมยังต้องเผชิญกับ สถานการณ์ที่ท้าทายจากสภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจในประเทศและทิศทางของตลาดที่ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่ยังไม่ชัดเจนนัก
เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่โดยเฉพาะรถกระบะ ที่กำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับความเข้มงวดของเงื่อนไขสินเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อการตัดสินใจซื้อและการฟื้นตัวของตลาดในกลุ่มดังกล่าว
ส่วนโตโยต้าในปี 2568 มียอดขาย 230,038 คัน โต 4.4% จากปีก่อนและคงความเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือ มีส่วนแบ่งตลาด 37.0% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ทั้งยังครองความเป็นอันดับ 1 ในตลาดหลัก ได้แก่
- รถยนต์นั่ง มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ที่ 34.4%
- รถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์ (ECO Car) มีส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 48.7%
- รถยนต์ไฮบริด (HEV) มีส่วนแบ่งการตลาด 47.4%
- รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 38.7%
- รถกระบะ มีส่วนแบ่งทางการตลาด 48.7%
ขณะที่การผลิตเพื่อการส่งออกนั้น ในปีที่ผ่านมา โตโยต้า มีการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไปจำนวน 358,135 คัน เพิ่มขึ้น 6% จากปี 2567
ขณะที่ยอดรวมการผลิตรถยนต์สำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกในปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 564,933 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5 % จากปี 2567
ส่วนปีนี้ บริษัทตั้งเป้าว่า จะส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปี 2569 ที่ 425,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 19%
และงเป้าการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของปี 2569 อยู่ที่ราว 633,850 คัน หรือเพิ่มขึ้น 12% จากปีที่ผ่านมา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Toyota มองตลาดรถยนต์ 2569 แค่ทรงตัว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net