โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'พงศ์ศรัณย์' ชี้การเมืองไม่ใช่เรื่องอารมณ์ แต่คือ 'การตัดสินใจ' ท่ามกลางข้อจำกัด 'รัฐบาลผสม' คือการร่วมเพื่อผลลัพธ์ไม่ใช่ภาพลักษณ์

VoiceTV

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 04.20 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

จั๋ง พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า เมื่อ “คู่ขัดแย้ง” กลายเป็น “หุ้นส่วนจำเป็น” เสียงวิจารณ์ของประชาชนต่อการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในช่วงนี้ ผมเคารพและรับฟังทุกความเห็นครับ ผมไม่คิดว่าความรู้สึกผิดหวังหรือคำถามที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็ก และผมก็ไม่อยากตอบด้วยวาทกรรมสวย ๆ

ผมอยากชวนมองเรื่องนี้ผ่าน “กรอบคิด” จากหนังสือของ Adam Kahane เรื่อง Collaborating with the Enemy

Kahane เสนอว่า เวลาเราเผชิญหน้ากับ “คู่ขัดแย้ง” หรือคนที่เราไม่ไว้ใจ เรามักคิดว่ามีอยู่แค่ 3 ทางเลือกพื้นฐาน

Force — ใช้อำนาจบังคับให้เป็นไปตามที่เราต้องการ

Adapt — ทน ๆ อยู่ร่วมกันไปโดยไม่ได้เปลี่ยนอะไรจริง

Exit — ถอนตัว เดินออกจากโต๊ะ

แต่ในโลกของปัญหาซับซ้อน โดยเฉพาะระดับประเทศ มันมีทางเลือกที่สี่

Collaborate — ร่วมมือ ทั้งที่ยังไม่เห็นเหมือนกันทั้งหมด

ร่วมมือ ทั้งที่ยังมีความระแวง

ร่วมมือ เพราะโจทย์ใหญ่กว่าความรู้สึกส่วนตัว

การเมืองไทยวันนี้ ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ใครจะ “Force” ใครได้ เสียงในสภาไม่ได้ขาดแบบนั้น

การ “Exit” อาจทำให้ภาพลักษณ์ชัดเจนขึ้นในสายตาบางคน แต่คำถามคือ ประเทศได้อะไรจากการที่เราเลือกไม่เข้าไปบริหาร?

ส่วนการ “Adapt” แบบอยู่ไปวัน ๆ โดยไม่ผลักดันนโยบายจริงจัง ก็ไม่ใช่คำตอบในวันที่เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดัน หนี้ครัวเรือนสูง การแข่งขันระดับโลกเข้มข้น และเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว

สิ่งที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่ทางเลือกที่สวยงาม แต่เป็นทางเลือกที่จำเป็น การร่วมมือกับพรรคที่เคยเป็นคู่แข่ง ไม่ใช่การยอมจำนน ไม่ใช่การลืมอุดมการณ์ และไม่ใช่การเห็นด้วยกันทุกเรื่อง แต่มันคือการยอมรับข้อจำกัดที่มีอยู่จริง ทั้งเรื่องเสียงในสภา กลไกบริหาร และสมดุลทางการเมือง ซึ่งทำให้การเดินลำพังไม่ใช่ทางเลือกที่ทำงานได้

รัฐบาลผสมไม่ใช่การทำให้อีกฝ่ายคิดเหมือนเรา 100% แต่มันคือการหาจุดที่ “ทำได้จริง” แล้วเดินไปข้างหน้า เราอาจไม่เห็นตรงกันทุกนโยบาย เขาอาจไม่เห็นด้วยกับเราทั้งหมด แต่ถ้าคำถามสุดท้ายคือ เศรษฐกิจดีขึ้นไหม โอกาสของคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นไหม ประเทศแข่งขันได้ดีขึ้นไหม นั่นคือมาตรวัดที่สำคัญกว่า

ผมเข้าใจดีว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องอารมณ์ล้วน ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว มันคือการตัดสินใจท่ามกลางข้อจำกัดจริง และบางครั้ง การเลือก “ร่วมมือกับคนที่เราไม่เคยสบายใจ” อาจเป็นหนทางเดียวที่จะไม่ปล่อยให้ประเทศเสียโอกาสไปมากกว่านี้

สุดท้ายแล้ว เราจะตัดสินกันที่ผลลัพธ์ ไม่ใช่ภาพลักษณ์ และผมพร้อมให้ประชาชนเป็นคนตัดสินครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...