IMF เตือนโลกผันผวนขึ้น แต่เศรษฐกิจยังไม่สะดุดจากสงครามการค้า
ผู้อำนวยการ IMF ชี้ เศรษฐกิจโลก ยังคงเดินหน้า ท่ามกลางแรงกดดันด้านการค้า แต่ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และเงินเฟ้อ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 07.26 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตามการเปิดเผยของ คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการ IMF ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่ารายงานประมาณการเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดซึ่งจะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า จะสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกจากการค้า และยังสามารถขยายตัวได้ในระดับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แม้เผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน
ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงเคียฟเพื่อหารือเรื่องเงินกู้ของ IMF แก่ยูเครน จอร์จีวา กล่าวว่าIMF อาจปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกเล็กน้อยอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ธนาคารโลกเพิ่งปรับคาดการณ์ขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกยังรับมือกับแรงกดดันด้านการค้าได้ดีกว่าที่เคยประเมินไว้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ เศรษฐกิจโลก ในปี 2568 เป็น 3.2% จากเดิม 3.0% ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ต่ำกว่าที่คาด ขณะที่คาดการณ์การเติบโตในปี 2569 ยังคงอยู่ที่ 3.1% โดยเมื่อถูกถามถึงแนวโน้มรายงานฉบับเดือนมกราคม จอร์จีวาระบุว่าภาพรวมยังคงสะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่ง แม้ความเสี่ยงจะยังเอนเอียงไปในทางด้านลบ
IMF มีกำหนดเผยแพร่รายงานปรับปรุงประมาณการเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ในวันที่ 19 มกราคมนี้ โดยจอร์จีวาชี้ว่าความเสี่ยงสำคัญยังคงมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจสร้างแรงกระแทกต่อระบบการเงินโลก หากการลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถสร้างประสิทธิภาพการผลิตได้ตามที่คาดหวัง
พร้อมเตือนว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คาดเดาได้ยากมากขึ้น แต่ภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายจำนวนไม่น้อยยังดำเนินการราวกับว่าสภาพแวดล้อมโลกยังไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมแสดงความกังวลว่า หลายประเทศยังไม่ได้สะสมเงินสำรองเพียงพอเพื่อรับมือกับแรงกระแทกครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้น
ปัจจุบัน IMF มีโครงการปล่อยกู้ราว 50 โครงการ ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานในอดีต และมีแนวโน้มว่าจะมีประเทศขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมในอนาคต จอร์จีวายังกล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงผลงานที่น่าประทับใจ แม้จะมีการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าเป็นวงกว้างในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากระดับภาษีโดยรวมต่ำกว่าที่เคยขู่ไว้ และสหรัฐมีสัดส่วนเพียง 13–14% ของการค้าโลก
ขณะเดียวกันประเทศส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากคลื่นภาษีนำเข้าของสหรัฐ อย่างไรก็ดีจอร์จีวาเตือนว่า เงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจมหภาคอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น หากสถานการณ์การค้าโลกเลวร้ายลง โดยเฉพาะในบริบทที่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่เคยเป็นในอดีต
อ้างอิง : www.reuters.com