โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘สุรเดช’ เรียกร้องคุกไม่รอลงอาญา แบล็กลิสต์บริษัท หลังโศกนาฏกรรมก่อสร้าง

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 มกราคม 2569 เวลา 22.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'สุรเดช'แนะรัฐบาลใช้ยาแรงบริษัทรับผิดชอบโครงการรถไฟฟ้าประมาทเลินเล่อ ทำเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ จี้ลงโทษหนักที่สุด จับติดคุกไม่รอลงอาญา พร้อมขึ้นแบล็กลิตส์ หมดสิทธิประมูลงานรัฐ บอกรัฐบาลเอง ควรต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

16 มกราคม 2568 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ ให้สัมภาษณ์ถึงอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่เกิดเครนถล่มที่ จ.นครราชสีมา และเหตุการณ์สะพานยกระดับบนถนนพระราม 2 ถล่ม จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้ง 2 เหตุการณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวเพราะเกิดความระแวงและกังวล หากจะเดินทางไปในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งเกิดปัญหาซ้ำซากมาตลอด แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข

นายสุรเดช กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าในกรุงเทพมหานครมีการก่อสร้างค่อนข้างมากทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินหรือการซ่อมแซมถนน สะพาน สิ่งเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนเกิดความกังวล และระแวงว่าวันหนึ่งปัญหาอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นกับเขา และยิ่งข่าวโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ถือเป็นข่าวใหญ่ ซึ่งกระจายไปทั่วโลก แล้วนักท่องเที่ยวที่ไหนจะกล้าเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ทางรัฐบาลควรต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดต้องใช้ยาแรงที่สุด ด้วยการดำเนินคดีอาญากับบริษัทที่รับผิดชอบ

โครงการนี้

'รัฐบาลต้องดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ลงโทษหนักสุดด้วยการนำคนที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่นี้เข้าห้องขัง

และต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แม้ว่าตัวเองจะต้องขายทรัพย์สินเพื่อนำมาชดใช้ก็ต้องยอม รวมถึงบริษัทรับเหมาที่มารับช่วงต่อก็ต้องรับผิดชอบด้วย

นอกจากนี้จะต้องแบล็คลิสต์บริษัทนี้ด้วย ไม่ควรเปิดโอกาส ให้บริษัทนี้เข้ามาประมูลงานของหน่วยงานภาครัฐ และมาสร้างความสูญเสียให้กับชีวิตประชาชนและทรัพย์สินของรัฐบาลได้อีก

นายสุรเดช กล่าวว่า สำหรับรัฐบาลเองก็ต้องร่วมรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ด้วย เพราะ

ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์หลายครั้งแต่ดูเหมือนการดำเนินการยังไม่จริงจัง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตรวจสอบก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วยเพราะการก่อสร้างโปรเจกใหญ่ๆ และเป็นโปรเจกสาธารณะ ซึ่งเกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชน

แต่กลับตรวจสอบหละหลวมจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ดังนั้นก็ต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบและต้องดำเนินคดีอาญาด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าการเยียวยาผู้เสียหายควรจะมีการเยียวยามากน้อยแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าการเยียวยาหรือชดเชยค่าเสียหายสำหรับผู้เสียชีวิตควรจะอยู่ที่ตัวเลขหลักล้านบาท นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนตัวตนคิดว่ารัฐบาลควรจะชดเชยให้กับประชาชนผู้เสียหายให้มากที่สุดเท่าที่จะชดเชยให้ได้ ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีว่าจำนวนชดเชยหรือเยียวยาควรถึงหลักล้านเพราะชีวิตคนทั้งคน ซึ่งรัฐบาลเองก็มีงบกลางอยู่ส่วนหนึ่งจึงอยากแนะนำให้รัฐบาลนำงบกลางมาช่วย เพราะเป็นงบที่สามารถนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าควรจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ในอนาคตอีกนายสุรเดช กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่ามันต้องใช้ยาแรงซึ่งไม่ว่าใครที่มีส่วนทำให้เกิดความผิดพลาดจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไม่ควรจะเพียงแค่ชดใช้ค่าเสียหายเท่านั้นแต่ต้องมีโทษถึงจำคุกและยึดใบอนุญาตและรวมถึงแบล็คลิสต์ไม่ให้บริษัทดังกล่าวนี้ที่ทำให้เกิดความเสียหายได้มีโอกาสกลับเข้ามา ประมูลงานของภาครัฐอีกต้องเอาให้หนัก เพราะถือเป็นความประมาทเลินเล่อของบริษัทที่รับผิดชอบโครงการนี้อย่างชัดเจน และตนอยากเสนอแนะว่าจากนี้ไปในทุกโครงการที่มีการรับเหมาสัมปทานจากภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ตนอยากให้ดำเนินคดีอาญาเอาผิดเป็นหลักซึ่งรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบร่วมกับบริษัทผู้รับเหมาและบริษัทเล็กๆที่เข้ามาร่วมเป็นซับคอนแทคด้วย โดยเฉพาะกรณีที่เกิดความเสียหายถึงขั้นมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตซึ่งควรจะมีการแจ้งข้อหาหนักถึงขั้นมีเจตนาฆ่า เพราะจะได้ไม่สามารถรอลงอาญาได้ ซึ่งตนคิดว่า ถ้ามีการดำเนินการอย่างเข้มข้นจะเป็นบรรทัดฐานของการก่อสร้างโครงการต่างๆต่อไปในอนาคตได้ และจะทำให้ทุกฝ่ายไม่ปล่อยเกียร์ว่าง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...