“ทองคำ” ร่วงต่อเนื่อง แรงสุดในรอบ 10 ปี หลุด 4,800 ดอลล์
“ทองคำ” ร่วงต่อเนื่อง แรงสุดในรอบ 10 ปี หลุด 4,800 ดอลล์ เผชิญแรงเทขายถาโถม หลังทำออลไทม์ไฮ ก่อนเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขยายการร่วงแรงที่สุดในรอบกว่าสิบปี หลังตลาดโลหะมีค่าดีดกลับอย่างรุนแรงจากการปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดก่อนหน้านี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วและแรงเกินไป ขณะที่ราคาเงินก็ร่วงลงอย่างหนักเช่นกัน
ทองคำในตลาดสปอตร่วงลงสูงสุดราว 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ ส่วนราคาเงินลดลงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ยังทรงตัวเหนือระดับ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่เคยดิ่งลงแรงถึง 12% ในช่วงสั้น ๆ โดยโลหะเงินเพิ่งทำสถิติ ปรับตัวลงระหว่างวันรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในการซื้อขายก่อนหน้า
โรเบิร์ต ก็อตต์ลีบ อดีตเทรดเดอร์โลหะมีค่าของ JPMorgan Chase & Co. และปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์อิสระ ระบุว่า การปรับฐานครั้งนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ
“เรายังต้องดูว่าราคาจะหาจุดรับอยู่ตรงไหนได้หรือไม่ สรุปคือการลงทุนในโลหะมีค่าก่อนหน้านี้แออัดเกินไป”
ตลอดปีที่ผ่านมา ราคาทองคำและโลหะมีค่าพุ่งขึ้นทำ สถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จนแม้แต่นักลงทุนมากประสบการณ์ยังประหลาดใจ โดยแรงซื้อเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนมกราคม จากความกังวลเรื่อง ภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินอ่อนค่า และความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
จุดชนวนสำคัญของแรงเทขายรุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มาจากข่าวที่ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทันที และกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เดิมพันว่า ทรัมป์จะปล่อยให้ดอลลาร์อ่อนค่า
นักลงทุนมองว่า วอร์ชเป็นผู้สมัครที่มีจุดยืน เข้มงวดต่อเงินเฟ้อมากที่สุด ในบรรดาผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานเฟด ทำให้ตลาดคาดว่า นโยบายการเงินในอนาคตจะสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งส่งผลลบต่อราคาทองคำและโลหะมีค่าที่ซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดโลหะมีค่าอยู่ในภาวะเปราะบางอยู่แล้ว ก่อนเกิดข่าวดังกล่าว เนื่องจากราคาที่พุ่งแรงและความผันผวนสูงเริ่มกดดัน โมเดลบริหารความเสี่ยงและงบดุลของนักลงทุน
Goldman Sachs Group Inc. ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การเข้าซื้อสัญญา Call Option ในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ ได้สร้างแรงหนุนเชิงกลไกต่อราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ขายออปชันต้องเข้าซื้อทองคำเพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นแรงยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะเกิดแรงขายย้อนกลับอย่างฉับพลัน
ณ เวลา 08.05 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำลดลง 2.2% มาอยู่ที่ 4,784.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินลดลง 2.1% อยู่ที่ 83.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแพลทินัมและพัลลาเดียมปรับตัวลดลงเช่นกัน ด้านดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐของบลูมเบิร์ก หรือ Bloomberg Dollar Spot Index ทรงตัว หลังจากปรับขึ้นไปแล้ว 0.9% ในการซื้อขายก่อนหน้า
อ้างอิง : bloomberg.com