โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทองคำ” ร่วงต่อเนื่อง แรงสุดในรอบ 10 ปี หลุด 4,800 ดอลล์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 01.21 น.

“ทองคำ” ร่วงต่อเนื่อง แรงสุดในรอบ 10 ปี หลุด 4,800 ดอลล์ เผชิญแรงเทขายถาโถม หลังทำออลไทม์ไฮ ก่อนเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขยายการร่วงแรงที่สุดในรอบกว่าสิบปี หลังตลาดโลหะมีค่าดีดกลับอย่างรุนแรงจากการปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดก่อนหน้านี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วและแรงเกินไป ขณะที่ราคาเงินก็ร่วงลงอย่างหนักเช่นกัน

ทองคำในตลาดสปอตร่วงลงสูงสุดราว 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ ส่วนราคาเงินลดลงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ยังทรงตัวเหนือระดับ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่เคยดิ่งลงแรงถึง 12% ในช่วงสั้น ๆ โดยโลหะเงินเพิ่งทำสถิติ ปรับตัวลงระหว่างวันรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในการซื้อขายก่อนหน้า

โรเบิร์ต ก็อตต์ลีบ อดีตเทรดเดอร์โลหะมีค่าของ JPMorgan Chase & Co. และปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์อิสระ ระบุว่า การปรับฐานครั้งนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ

“เรายังต้องดูว่าราคาจะหาจุดรับอยู่ตรงไหนได้หรือไม่ สรุปคือการลงทุนในโลหะมีค่าก่อนหน้านี้แออัดเกินไป”

ตลอดปีที่ผ่านมา ราคาทองคำและโลหะมีค่าพุ่งขึ้นทำ สถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จนแม้แต่นักลงทุนมากประสบการณ์ยังประหลาดใจ โดยแรงซื้อเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนมกราคม จากความกังวลเรื่อง ภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินอ่อนค่า และความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

จุดชนวนสำคัญของแรงเทขายรุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มาจากข่าวที่ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทันที และกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เดิมพันว่า ทรัมป์จะปล่อยให้ดอลลาร์อ่อนค่า

นักลงทุนมองว่า วอร์ชเป็นผู้สมัครที่มีจุดยืน เข้มงวดต่อเงินเฟ้อมากที่สุด ในบรรดาผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานเฟด ทำให้ตลาดคาดว่า นโยบายการเงินในอนาคตจะสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งส่งผลลบต่อราคาทองคำและโลหะมีค่าที่ซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดโลหะมีค่าอยู่ในภาวะเปราะบางอยู่แล้ว ก่อนเกิดข่าวดังกล่าว เนื่องจากราคาที่พุ่งแรงและความผันผวนสูงเริ่มกดดัน โมเดลบริหารความเสี่ยงและงบดุลของนักลงทุน

Goldman Sachs Group Inc. ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การเข้าซื้อสัญญา Call Option ในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ ได้สร้างแรงหนุนเชิงกลไกต่อราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ขายออปชันต้องเข้าซื้อทองคำเพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นแรงยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะเกิดแรงขายย้อนกลับอย่างฉับพลัน

ณ เวลา 08.05 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำลดลง 2.2% มาอยู่ที่ 4,784.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินลดลง 2.1% อยู่ที่ 83.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแพลทินัมและพัลลาเดียมปรับตัวลดลงเช่นกัน ด้านดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐของบลูมเบิร์ก หรือ Bloomberg Dollar Spot Index ทรงตัว หลังจากปรับขึ้นไปแล้ว 0.9% ในการซื้อขายก่อนหน้า

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...