โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Maersk เตือนสงครามอิหร่านดันค่าขนส่งพุ่ง 15–20% เสี่ยงทำสินค้าทั่วโลกแพงขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 02.34 น.

ซีอีโอ Maersk บริษัทเดินเรือรายใหญ่อันดับสองของโลก เตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญหยุดชะงัก ส่งผลให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นราว 15–20% และมีแนวโน้มถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคทั่วโลก

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 07.28 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า ผู้บริหารของ Maersk บริษัทเดินเรือรายใหญ่อันดับสองของโลก เตือนว่าความขัดแย้งในอิหร่านกำลังทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายดังกล่าวสุดท้ายจะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค

วินเซนต์ เคลิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่จากเดนมาร์ก ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ BBC ว่า บริษัทมีระบบสัญญาทางธุรกิจที่สามารถปรับค่าขนส่งตามต้นทุนเชื้อเพลิงได้โดยอัตโนมัติ

“เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังลูกค้า และท้ายที่สุดก็จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค” เขากล่าว

Maersk เป็นหนึ่งในบริษัทเดินเรือคอนเทนเนอร์ที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งมีบทบาทในการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมหาศาล เช่น ของเล่น เสื้อผ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างประเทศต่าง ๆ

เคลิร์กยังเรียกร้องให้สหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านเร่งหาข้อตกลงเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และเปิดเส้นทางการค้าทางทะเลในตะวันออกกลางอีกครั้ง โดยมองว่าการเจรจาจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการใช้กองทัพเรือของชาติตะวันตกคุ้มกันเรือสินค้า

โดยสงครามระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐ ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือสำคัญสองแห่งของโลกเกือบหยุดชะงักทั้งหมด และสร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกันสายเดินเรือรายใหญ่ทั่วโลกยังคงหลีกเลี่ยงการผ่านทะเลแดง เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการโจมตี

เคลิร์กระบุว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดในขณะนี้คือการฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรืออย่างสันติ

นอกจากนี้การที่เรือสินค้าต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮป รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก

เขาย้ำว่าความกังวลหลักของบริษัทคือความปลอดภัยของลูกเรือและเรือสินค้า และระบุวาา “ตราบใดที่ยังมีภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยโดรน และยังไม่มีการหยุดยิงที่ชัดเจน เราไม่สามารถนำลูกเรือและเรือของเราไปเสี่ยงอันตรายได้”

องค์การทางทะเลระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (IMO) ระบุว่า ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น มีลูกเรืออย่างน้อย 7 คนเสียชีวิตในช่องแคบฮอร์มุซ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย

ขณะเดียวกัน โฆษกรัฐบาลอิหร่าน ฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี ระบุว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากประเทศต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีในช่วงสงคราม

ก่อนเกิดความขัดแย้ง น้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลกถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวแทบถูกปิดลง เนื่องจากอิหร่านขู่โจมตีเรือที่ผ่านพื้นที่

เคลิร์กระบุว่า ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 200 ดอลลาร์ต่อคอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต หรือคิดเป็นราว 15–20% ของค่าขนส่งในบางเส้นทาง

ขณะที่สายเดินเรือรายใหญ่อื่น ๆ เช่น MSC และ Hapag-Lloyd ก็ได้ปรับขึ้นค่าขนส่งเช่นกัน เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

เขากล่าวว่าสงครามครั้งนี้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจของ Maersk และทำให้ลูกค้าจำนวนมากไม่ได้รับสินค้าตามกำหนดเวลา

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งน่ากังวลในภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจำนวนมาก เนื่องจากความล่าช้าในการขนส่งอาจส่งผลต่อการกระจายอาหารและสินค้าจำเป็น แม้จะมีการใช้เส้นทางขนส่งทางบกและรถบรรทุกเพื่อช่วยบรรเทาปัญหา แต่การขนส่งทางบกไม่สามารถรองรับปริมาณสินค้าได้เท่ากับการขนส่งทางทะเล

เคลิร์กระบุว่าสินค้าสำคัญยังคงได้รับการขนส่งก่อน ขณะที่สินค้าบางประเภท เช่น ปิโตรเคมี อาจต้องชะลอการส่งออกชั่วคราว

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลหลายประเทศรวมถึงสหรัฐและฝรั่งเศสเสนอแนวคิดให้กองทัพเรือคุ้มกันเรือสินค้า เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง อย่างไรก็ตามเคลิร์กมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจเป็นเพียงทางออกชั่วคราว เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซมีความแคบและมีปริมาณการจราจรทางทะเลจำนวนมาก

ข้อมูลจากบริษัทโลจิสติกส์ KN Seaexplorer ระบุว่า ณ วันจันทร์ มีเรืออย่างน้อย 132 ลำติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย จำนวนดังกล่าวอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากเรือบางลำปิดสัญญาณติดตามตำแหน่งเพื่อซ่อนตำแหน่งของตน

เคลิร์กกล่าวว่า เรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ใกล้ชายฝั่งอิหร่านมาก ทำให้มีเวลาในการตอบสนองต่อภัยคุกคามค่อนข้างจำกัด และจำเป็นต้องมีกำลังทหารเรือจำนวนมากเพื่อปกป้องเรือสินค้า

ท้ายที่สุด เขามองว่าทางออกระยะยาวของวิกฤตครั้งนี้คือการเจรจาเพื่อให้เกิดข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก

อ้างอิง : bbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...