โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สั่งดำเนินคดีแก๊งลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์

INN News

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 05.23 น. • INN News

"สุชาติ" ร่วม DSI ตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก จากสหรัฐ พร้อมสั่งเอาผิดทางกฎหมาย ล้างบางทั้งขบวนการ

วันนี้ ( 10 มี.ค.69 ) ที่ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วย พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( DSI) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรมศุลกากรกรมควบคุมมลพิษ มูลนิธิบูรณะนิเวศ สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ และเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล

ได้ร่วมตรวจสอบตู้สินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล และเศษพลาสติก จากประเทศต้นทาง สหรัฐอเมริกา ปลายทางประเทศไทย โดยกลุ่มขบวนการองค์กรอาชญากรรมลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัตถุอันตรายหรือของต้องห้าม หรือสินค้าที่ต้องห้ามไม่ให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือนำผ่านราชอาณาจักร เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล เศษพลาสติก โดยมิชอบโดยกฎหมาย ณสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเทียบเรือฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1)

โดยข้อมูลรายงานจัดทำโดย สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง กรมศุลกากร พบว่ามีการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกอย่างผิดกฎหมายจากประเทศสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยตู้สินค้าต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะพลาสติก ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและแจ้งอายัดตู้สินค้าต้องสงสัยดังกล่าวไปยังกรมศุลกากร จำนวนทั้งสิ้น 714 ตู้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบการปนเปื้อนสารเคมีในดินและแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจังหวัดที่พบรายงานการลักลอบทิ้งขยะอันตรายและสารเคมี ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ลพบุรี บุรีรัมย์ และอยุธยา สาเหตุเกิดจากการลักลอบฝังกลบและการกำจัดขยะอันตรายอย่างไม่ถูกวิธีของเจ้าของกิจการโรงงานในไทย

นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีการตั้งโรงงานเถื่อนเพื่อรองรับขยะอันตรายที่เต็มไปด้วยสารพิษเพื่อรีไซเคิลขยะหรือสกัดเอาแร่ที่มีราคาแพงไว้ แต่ของเสียที่เกิดขึ้นจากการกระบวณการดังกล่าวกลับไม่ได้รับการกำจัดหรือบำบัดอย่างถูกวิธีก่อนที่จะทำการฝังกลบหรือปล่อยออกสู่ธรรมชาติ ทำให้เกิดมลพิษทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เป็นอันตรายต่อทั้งคน พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องใช้งบประมาณของรัฐจำนวนมหาศาลในการบำบัดฟื้นฟู อีกทั้งยังต้องใช้ระยะเวลานานและยากต่อการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่เจ้าของกิจการที่เป็นต้นกำเนิดของขยะอันตรายเหล่านั้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ เนื่องจากการจัดการกับขยะอันตรายและกากของเสียอย่างถูกวิธีนั้น จำเป็นต้องใช้ต้นทุนที่สูง จึงทำให้มีการการลักลอบทิ้งขยะอันตรายและกากของเสียอุตสาหกรรม

ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงต้องมีนโยบายและแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุม กำกับ ดูแล ไม่ให้มีการลักลอบกระทำการดังกล่าว ให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการอย่างเข้มงวด ไม่ใช่เพียงแค่โทษปรับ แต่ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ส่งออกซึ่งเป็นต้นทางของขยะอันตรายในต่างประเทศ และผู้นำเข้าขยะต้องห้ามตามกฎหมายไทยทุกรายที่นำขยะเข้ามาในประเทศไทยรวมถึงให้มีการส่งกลับสู่ประเทศต้นทางอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็น"แหล่งอาหารสถานที่ท่องเที่ยว และแหล่งวัฒนธรรมของโลก มิใช่เป็นที่ทิ้งขยะของโลก

พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงบทบาทของ DSI ในคดีดังกล่าว โดยเน้นไปที่ตัวเนื้องานและการจัดการทั้งขบวนการ ดังนี้

1. รับเป็นคดีพิเศษ : จัดการขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอันตรายข้ามชาติที่มีความซับซ้อน
2. กวาดล้างการสำแดงเท็จ : ตรวจสอบบริษัทที่แอบนำเข้าสารพิษโดยอ้างว่าเป็นขยะรีไซเคิล
3. ทลายโครงสร้างเครือข่าย : ขยายผลจับกุมกลุ่มทุนและผู้อยู่เบื้องหลังการลักลอบทั้งหมด
4. ประสานส่งขยะคืน : ผลักดันการส่งขยะพิษกลับสู่ประเทศต้นทางตามอนุสัญญาบาเซิล
5. พิทักษ์สิ่งแวดล้อม : ยับยั้งไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะอันตรายของโลก
6. บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด : ฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...