CGSIห่วงน้ำมันแพงฉุดGDP คงเป้าSETปลายปี1,480จุด
#CGSI #ทันหุ้น – CGSI ประเมิน หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน อาจกระทบ GDP ไทยขยายตัวลดลง 0.3-0.6% จากการบริโภคอ่อนตัว ดุลการค้าขาดดุลมากขึ้น ราคาพลังงานกดดันกำไรบริษัทในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยลดผลกระทบ ขณะที่ยังคงเป้า ดัชนี SET สิ้นปี 2569 ที่ 1,480 จุด
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ได้ประเมินผลกระทบกรณีที่ราคาน้ำมันทรงตัวที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งอาจส่งผลให้ GDP ไทยขยายตัวลดลง 0.3-0.6% pts ต่อปี ส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคที่อ่อนตัวลงและดุลการค้าที่ขาดดุลมากขึ้น ขณะที่อัตรากำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น ธุรกิจขนส่ง, โลจิสติกส์ และปิโตรเคมีจะอยู่ภายใต้แรงกดดัน ส่วนสายการบินและผู้ให้บริการขนส่งสินค้าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อผู้ส่งออกอาจได้รับการชดเชยบางส่วนจากการอ่อนค่าของเงินบาท เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมักทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่
*รัฐมีแผนรองรับพร้อม
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นเครื่องมือหลักที่รัฐบาลนำมาใช้ระยะสั้นเพื่ออุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยรัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร เพื่อจำกัดการส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปยังภาคขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภคจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก นอกจากนี้ รัฐยังเตรียมแผนสำรองคือ การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลหากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น เช่น สูงกว่า 120-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ไทยเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานรัสเซีย-ยูเครน โดยตอนนั้นไทยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 1-5 บาทต่อลิตร เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน
ขณะเดียวกัน รัฐยังคงตรึงราคาก๊าซ LPG สำหรับครัวเรือน แม้ว่าบัญชี LPG ของกองทุนน้ำมันจะขาดดุล อีกทั้งหน่วยงานรัฐยังได้พิจารณามาตรการเพื่อให้สามารถคงอัตราค่าไฟฟ้า เช่น การนำเงินทุนส่วนเกินจากกิจการสาธารณูปโภคของรัฐมาชดเชยต้นทุน LNG ที่สูงขึ้น
ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากมาตรการต่างๆ เหล่านี้ จึงคาดบริษัทจดทะเบียนที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯศึกษาน่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง โดยสายการบินจะได้รับผลกระทบมากสุด คาดว่ากำไรอาจมี Downside 12-20% รองลงมาคือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 7-9% และกลุ่มท่องเที่ยว 5-8% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีความเสี่ยงโดยตรงจำกัด แต่ Sentiment ที่อ่อนตัว อาจกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอีกหลายอุตสาหกรรม
*คงเป้า SET ที่ 1,480 จุด
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หากไม่รวมหุ้น DELTA ดัชนี SET จะซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 13.4 เท่า หรือ -1.5SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ซึ่งมองว่ายังน่าสนใจ ขณะที่ยังคงเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 1,480 จุด เท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 2570 หรือ -1.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยจะมี Downside Risk หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันแพงต่อเนื่อง สถิตินักท่องเที่ยวดิ่งลงแรง และสถานการณ์การเมืองในประเทศกลับมามี ความไม่แน่นอน ส่วนปัจจัยบวกคือ การที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลงรวดเร็ว รัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม และมีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมาก