โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSIห่วงน้ำมันแพงฉุดGDP คงเป้าSETปลายปี1,480จุด

ทันหุ้น

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 01.00 น.

#CGSI #ทันหุ้น – CGSI ประเมิน หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน อาจกระทบ GDP ไทยขยายตัวลดลง 0.3-0.6% จากการบริโภคอ่อนตัว ดุลการค้าขาดดุลมากขึ้น ราคาพลังงานกดดันกำไรบริษัทในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยลดผลกระทบ ขณะที่ยังคงเป้า ดัชนี SET สิ้นปี 2569 ที่ 1,480 จุด

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ได้ประเมินผลกระทบกรณีที่ราคาน้ำมันทรงตัวที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งอาจส่งผลให้ GDP ไทยขยายตัวลดลง 0.3-0.6% pts ต่อปี ส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคที่อ่อนตัวลงและดุลการค้าที่ขาดดุลมากขึ้น ขณะที่อัตรากำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น ธุรกิจขนส่ง, โลจิสติกส์ และปิโตรเคมีจะอยู่ภายใต้แรงกดดัน ส่วนสายการบินและผู้ให้บริการขนส่งสินค้าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อผู้ส่งออกอาจได้รับการชดเชยบางส่วนจากการอ่อนค่าของเงินบาท เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมักทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

*รัฐมีแผนรองรับพร้อม

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นเครื่องมือหลักที่รัฐบาลนำมาใช้ระยะสั้นเพื่ออุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง โดยรัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร เพื่อจำกัดการส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปยังภาคขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภคจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก นอกจากนี้ รัฐยังเตรียมแผนสำรองคือ การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลหากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น เช่น สูงกว่า 120-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ไทยเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานรัสเซีย-ยูเครน โดยตอนนั้นไทยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 1-5 บาทต่อลิตร เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน

ขณะเดียวกัน รัฐยังคงตรึงราคาก๊าซ LPG สำหรับครัวเรือน แม้ว่าบัญชี LPG ของกองทุนน้ำมันจะขาดดุล อีกทั้งหน่วยงานรัฐยังได้พิจารณามาตรการเพื่อให้สามารถคงอัตราค่าไฟฟ้า เช่น การนำเงินทุนส่วนเกินจากกิจการสาธารณูปโภคของรัฐมาชดเชยต้นทุน LNG ที่สูงขึ้น

ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากมาตรการต่างๆ เหล่านี้ จึงคาดบริษัทจดทะเบียนที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯศึกษาน่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง โดยสายการบินจะได้รับผลกระทบมากสุด คาดว่ากำไรอาจมี Downside 12-20% รองลงมาคือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 7-9% และกลุ่มท่องเที่ยว 5-8% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีความเสี่ยงโดยตรงจำกัด แต่ Sentiment ที่อ่อนตัว อาจกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอีกหลายอุตสาหกรรม

*คงเป้า SET ที่ 1,480 จุด

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หากไม่รวมหุ้น DELTA ดัชนี SET จะซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 13.4 เท่า หรือ -1.5SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ซึ่งมองว่ายังน่าสนใจ ขณะที่ยังคงเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 1,480 จุด เท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 2570 หรือ -1.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยจะมี Downside Risk หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันแพงต่อเนื่อง สถิตินักท่องเที่ยวดิ่งลงแรง และสถานการณ์การเมืองในประเทศกลับมามี ความไม่แน่นอน ส่วนปัจจัยบวกคือ การที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลงรวดเร็ว รัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม และมีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...