โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ราชกิจจาฯ" ประกาศหลักเกณฑ์ชั่วโมงทำงานพยาบาลใหม่ เน้นความปลอดภัยผู้ป่วยและบุคลากร

สยามรัฐ

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 02.21 น.

">

วันที่ 11 มี.ค.69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569 โดยมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดเวลาการทำงานของบุคลากรพยาบาลให้เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า และเสริมความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติงาน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า สภาการพยาบาลตระหนักว่า การมีอัตรากำลังพยาบาลที่เพียงพอและเหมาะสมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน หากพยาบาลต้องทำงานเป็นเวลานานต่อเนื่องหรือมีเวลาพักระหว่างเวรไม่เพียงพอ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้

ประกาศฉบับใหม่จึงกำหนดหลักเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงานของพยาบาล อาทิ ให้ผู้บริหารการพยาบาลจัดตารางการทำงานโดยกำหนดชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง, ชั่วโมงการทำงานรวม ไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยรวมชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาและการปฏิบัติงานจากการถูกเรียกตัว (On Call), กำหนดให้มี ระยะเวลาพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน, หลีกเลี่ยงการจัดตารางเวรที่ทำให้กลับมาปฏิบัติงานเร็วเกินไป (Quick return) และลดความเสี่ยงจากการทำงานต่อเนื่องยาวนาน นอกจากนี้ สถานพยาบาลยังต้องจัดให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยของพยาบาล เช่น การจัดช่วงเวลาพักระหว่างเวร การฟื้นฟูหลังการทำงานหนัก รวมถึงการจัดพื้นที่พักสำหรับการพักผ่อนระหว่างเวร โดยเฉพาะในเวรกลางคืน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงาน

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวยังส่งเสริมให้สถานพยาบาลจัดระบบบริหารทรัพยากรบุคคลด้านการพยาบาลอย่างเหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมสุขภาวะของพยาบาล การป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) และการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน เพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

“การกำหนดหลักเกณฑ์ชั่วโมงการทำงานครั้งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารกำลังคนด้านการพยาบาล ลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...