KCAR ขานรับผลบวกรัฐหนุน EV จัดงบ 1.2 พันล.เสริมทัพพอร์ตเช่า
#KCAR #ทันหุ้น – KCAR ราศีจับ! หลังรัฐบาลเผยงบ 2 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งผลักดันหน่วยงานราชการใช้รถ EV ชี้เป็นโอกาสเจาะฐานรถเช่าภาครัฐเพิ่ม พร้อมเดินหน้าควักงบ 1.2 พันล้านบาท เสริมแกร่งธุรกิจรถเช่า จากเดิมราว 9,000 คัน ชูรถใหม่เน้นอีวี-ไฮบริดเพิ่มโอกาสอัพพอร์ตเช่า หนุนรายรับอย่างสม่ำเสมอ แถมเดินหน้าปรับโครงสร้างฟรีทรถเช่าให้ตอบโจทย์ดีมานด์ หลังราคาน้ำมันทรงสูง บิ๊ก “พิชิต จันทรเสรีกุล” ปักธงปี 2569 รายได้ราว 2 พันล้านบาท อานิสงส์ธุรกิจทุกกลุ่มไฉไล
นายพิชิต จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR ผู้ให้บริการสัญญาเช่ารถยนต์เพื่อการดำเนินงาน เปิดเผยว่า ในแง่ประเด็นที่ทางรัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพลังงานทดแทน ซึ่งมีวงเงินส่วนนี้ราว 2 แสนล้านบาท (รวมอยู่ในพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลในปี 2569)
*มีเอี่ยวงบรัฐ
ทั้งนี้ หนึ่งในวงเงินดังกล่าวนั้นจะเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานภาคราชการหันมาใช้ยานพาหนะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม/สถานีชาร์จไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งทาง KCAR ได้รับผลดี เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานธุรกิจให้เช่ารถในกลุ่มหน่วยงานราชการได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้ของลูกค้ากลุ่มดังกล่าวราว 30-40% ของรายได้รวมกลุ่มธุรกิจให้เช่ารถ และสนับสนุนภาพรวมการเติบโตของบริษัทในอนาคตอีกทางหนึ่ง
ส่วนปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัท แบ่งเป็น กลุ่มให้เช่ารถเช่าทั้งภาครัฐและเอกชน คิดเป็นตัวเลขอยู่ที่ราว 50% ส่วนที่เหลือมาจากกลุ่มอื่นๆ อาทิ การขายรถมือสอง (ยูสคาร์) รวมทั้งมีแนวทางเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้เช่ารถอย่างต่อเนื่อง หลังช่วงปี 2568 ที่ผ่านมาได้มีการขายยูสคาร์ไปค่อนข้างมาก (ส่วนใหญ่เป็นพาหนะที่มีเชื้อเพลิงเป็นระบบน้ำมัน)
*เล็ง 1.2 พันล.อัพฐานเช่า
ขณะที่ในปี 2569 บริษัทเองมีการปรับแผนการขยายฐานธุรกิจรถเช่าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยิ่งขึ้น หลังทิศทางราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้วางงบลงทุนไว้ประมาณ 1.2 พันล้านบาท สำหรับการจัดซื้อรถใหม่ทั้งในส่วนของรถยนต์ประเภทไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งคาดจะอยู่รวมทั้งหมดราว 1,500 คัน รองรับการทำตลาดในกลุ่มลูกค้าทั้งเอกชนและหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสนับสนุน การเติบโตของบริษัทในระยะยาวต่อไป
สำหรับบรรยากาศธุรกิจให้เช่ารถโดยรวมถือว่าดีขึันต่อเนื่อง เพราะมีลูกค้าทยอยต่อสัญญาที่ยาวขึ้น จากเดิม 1 ปี เป็น 2 ปี ซึ่งช่วยสร้างรายรับอย่างสม่ำเสมอให้กับ KCARแต่ก็จะส่งผลให้ปีนี้ปริมาณรถยนต์ที่จะเข้าสู่ตลาดมือสองจะน้อยลงซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมามีการขายรถยนต์ออกไปจำนวนมากเนื่องจากหมดสัญญาพร้อมกัน
*ปีนี้รายได้ 2 พันล.
นายพิชิต กล่าวเสริมว่า ภาพรวมผลประกอบการปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้อยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท เพื่อตอบรับกลุ่มธุรกิจให้เช่ารถที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับกลุ่มธุรกิจยูสคาร์เองที่ยังดีต่อเนื่อง ผลมาจากทิศทางราคารถมือสองปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแนวทางมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน (ESG) โดยทาง KCAR ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ซึ่งในช่วงของในไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมานั้นบริษัทได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ณ อาคาร สำนักงานเพื่อประหยัดพลังงาน และยกระดับการบริการผ่าน “Mobile Service” เพื่อลดการเดินทางและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงการลงทุนในทรัพยากรบุคคลผ่านการฝึกอบรมทักษะเพื่อความเป็นเลิศในการบริการอีกทางหนึ่ง