"3 แกนนำพรรคส้ม" ยอมรับพ่ายเลือกตั้ง "กทม.-พัทยา" ยินดี "ชัชชาติ" คว้าผู้ว่าฯกทม. สมัย 2
">
3 แกนนำส้มแถลงผลยอมรับความพ่ายแพ้สนามเมืองหลวง-พัทยา แสดงความยินดี “ชัชชาติ”เข้าวินผู้ว่าฯ กทม. รับทุกเสียงวิจารณ์ปมดึง “สุรพล”ปัดเดินหมากพลาด “เท้ง”ขอให้มองผลสำเร็จของพรรค มากกว่าผลลัพธ์แพ้ชนะ หลังถูกถามจะทบทวนตัวเองหรือไม่ เป็น หน.พรรค 2-3 สนาม แต่ไม่ประสบความสำเร็จสักสนาม
เมื่อเวลา 19.35 น. วันที่ 28 มิ.ย.69 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงถึงผลการเลือกตั้ง กทม. และเมืองพัทยา อย่างไม่เป็นทางการ
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการติดตามผลการเลือกตั้งทั้ง กทม.และพัทยา แม้ผลยังไม่เป็นทางการ แต่แนวโน้มตัวเลขล่าสุด ในสนาม กทม.เอง แน่ชัดแล้วว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไปแน่นอนเกือบ 100% ขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้ง 2 สนาม และยินดีกับนายชัชชาติเช่นเดียวกัน ส่วนสนามจากเมืองพัทยา เท่าที่ติดตามล่าสุด ทราบว่าตัวนายกเมืองพัทยา พรรคประชาชนอาจยังไม่ได้ชนะเลือกตั้งสมัยนี้ เราติดตามผลเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.)ต่อไป
ขณะที่นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งในวันนี้ของ กทม.ต้องขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาว กทม.ทุกท่านที่ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ ขอขอบคุณคนที่ลงคะแนนเสียงให้กับตน และลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร ส.ก.พรรคประชาชนที่ขาดไม่ได้ ขอแสดงความยินดีกับนายชัชชาติ ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.ในสมัยที่ 2 เราเชื่อว่ามี ส.ก.พรรคประชาชนได้เข้าไปทำงานในสภา กทม. หวังว่านโยบายของพวกเราที่มุ่งมั่นทำให้คุณภาพชีวิตคน กทม.ดีขึ้น ได้รับการผลักดันต่อไปไม่มากก็น้อย
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ยังตั้งใจทำงานทั้งเรื่องการพัฒนา กทม.อย่างที่เราได้นำเสนอนโยบายเพื่อเป้าหมายทำให้คุณภาพชีวิตคน กทม.ดีขึ้น และเป้าหมายใหญ่คือสร้างความเปลี่ยนแปลงของไทยให้ก้าวหน้า ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน ตำแหน่งใด ยินดีที่จะทำงานมุ่งมั่นแสดงความตั้งใจให้ประชาชนได้เห็นต่อไป
“ขอขอบคุณผู้สนับสนุน ทีมงาน อาสาสมัครต่าง ๆ ที่ช่วยผลักดัน ช่วยทำงานให้พวกเราผ่านการเลือกตั้งในครั้งนี้มาได้ ถ้าไม่มีพวกท่าน การเลือกตั้งที่ผ่านมาเราคงไม่สามารถทำจนบรรลุเป้าหมายครั้งนี้ได้ ขอขอบคุณคนที่ทำงานให้กับพรรค ให้กับพวกเราด้วย” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ส่วนนายพิจารณ์ กล่าวถึงผลการเลือกตั้ง ส.ก.ว่า สำหรับการนับคะแนน ณ ตอนนี้ทางพรรคใช้ระบบภายใน แต่ว่าปริมาณยังอยู่ประมาณ 30% เท่านั้น และล่าสุดเชื่อว่าจำนวน ส.ก.พรรคประชาชนที่น่าจะชนะ น่าจะใกล้เคียง หรือมากกว่าจากจำนวนเขตที่เคยได้ในปี 2565คิดว่าบทบาทและหน้าที่ของ ส.ก.ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.เหมือนที่เราเคยสื่อสารช่วงแคมเปญการเลือกตั้ง งานส่วนหนึ่งเข้าไปผลักดันข้อบัญญัติกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อคน กทม. สร้างระบบที่ดีไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. มากกว่านั้นคือการพิจารณางบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
นายพิจารณ์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายเรื่องการตรวจสอบ คิดว่าการตรวจสอบควบคู่ไปกับการรับฟังความเห็นของประชาชน หมายความว่า เวลาเราตรวจสอบฝ่ายบริหาร ไม่ใช่มองเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน แต่กำลังบอกว่านโยบาย หรือโครงการที่จัดตั้ง ตอบสนองความต้องการ หรือแก้ไขปัญหาประชาชนหรือไม่ ดังนั้น ส.ก.ที่ใกล้ชิดกับประชาชนใน 50 เขต ช่วยเป็นเครื่องมือ เป็นพาหนะนำความทุกข์ร้อนประชาชน เข้าไปพูดในสภา ให้ฝ่ายบริหารรับทราบ แล้วออกมาเป็นโครงการ ผ่านการใช้จ่ายงบประมาณ
“เราเตรียมพร้อมทุกฉากทัศน์ เพราะทุกการเลือกตั้งเป็นไปได้ทั้งนั้นที่ผลเลือกตั้งจะเกิดขึ้น เคยเรียนแล้วว่า พรรคส้มเรา ตั้งแต่ก้าวไกลมาเป็น พรรคประชาชนจะได้รับความนิยมจากประชาชน ได้รับโอกาสจากคน กทม.ที่แลนด์สไลด์ใน กทม.ไม่ได้แปลว่าเราครองทุกเสียงของพี่น้องคน กทม. เข้าสู่การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ที่เราต้องพยายาม สื่อสารนโยบาย วิสัยทัศน์ วาระที่เราอยากเข้าไปสร้างเมือง กทม.อย่างไร สุดท้ายอยู่ที่ว่าพี่น้องคน กทม.ให้โอกาส หรือให้คะแนนเรามากพอหรือไม่ ทุกผลการเลือกตั้งเป็นไปได้ทั้งสิ้น” เลขาธิการพรรค กล่าว
เมื่อถามว่า ได้ประเมินเบื้องต้นถึงสาเหตุความพ่ายแพ้ในสนาม กทม. เพราะดึงตัวนายสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ กทม.หรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวว่า เราน้อมรับ และรับฟังทุกความคิดเห็นที่มีต่อแคมเปญทุกเรื่อง แต่เฉพาะกรณีของนายสุรพล เรายืนยันว่า การทำงานทางการเมือง การเดินทางไปข้างหน้า จำเป็นต้องโอบรัดและเปิดกว้างและคนที่เคยเห็นต่าง มาร่วมเดินทางกับเรา แม้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวัง แล้วเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่บอกว่า การดึงเอานายสุรพลมา อาจมีผลทำให้การเลือกตั้งออกมาสู่ผลลัพธ์ในวันนี้ แต่คิดว่าสิ่งที่พรรคต้องทำคือการทำงานทางความคิด ทำความเข้าใจกับโหวตเตอร์ แม้ว่าครั้งนี้เราทำไม่สำเร็จ เราควรรับฟัง เดินหน้าทำงานทางความคิดต่อไป
เมื่อถามอีกว่า แนวทางหลอมรวมทางความคิด พรรคจะทบทวนหรือไม่ว่าจะเดินแนวทางนี้ต่อไป หรือจะปรับปรุงแนวทางอื่น นายพิจารณ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่า การทำงานทางการเมืองจำเป็นต้องเปิดรับบุคคลที่เคยเห็นต่างกัน มีจุดยืนแตกต่างกัน แต่คิดว่าประเด็นเรื่องนี้อยู่ที่ความปราณีตในการสื่อสาร อยู่ที่กลไกและกระบวนการที่ออกแบบทั้งในและภายนอกพรรค ทำงานกับโหวตเตอร์มากขึ้น
“อย่างที่เรียนว่า ทุกการเลือกตั้ง ความเป็นไปได้ของผลการเลือกตั้งออกได้ทุกทาง แม้เราเคยแลนด์สไลด์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นเจ้าของทุกเสียง หน้าที่พรรคคือสร้างความไว้วางใจ ทำงานให้หนักขึ้น เรายังมี จ.ลำพูน ที่เรามีนายก อบจ.อยู่ เราต้องทำงานเข้มข้นสร้างผลงาน เรามีสมาชิกสภาท้องถิ่นอีกว่า 300 คนทั่วประเทศ การทำงานท้องถิ่นเดินหน้า ทำให้ประชาชนเห็นความตั้งใจมุ่งมั่น กลับไปที่ภาพใหญ่ก็เช่นกัน” นายพิจารณ์ กล่าว
ส่วนเหตุผลในการพ่ายแพ้การเลือกตั้ง กทม. และเมืองพัทยานั้น นายพิจารณ์ กล่าวว่า ไม่ได้ตอบในฐานะผู้วิเคราะห์ทางการเมือง แต่ในฐานะเลขาธิการพรรค ต้องทำงานให้หนักยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนเห็นว่า การเปิดประตูให้พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปบริหาร กทม.สร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร เราคิดได้ว่า วิธีคิดของพี่น้องในการใช้สิทธิผ่านคูหาเลือกตั้งในสนามใหญ่ และสนามท้องถิ่น มีความคิดแตกต่างกัน นั่นไม่ใช่การแก้ตัวจากผลการเลือกตั้ง ในฐานะพรรคการเมือง ต้องสื่อสารให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ในเรื่องนโยบาย และวาระที่เข้าไปผลักดัน
เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ผ่านการเลือกตั้งมา 2-3 สนามแล้ว ไม่ประสบความสำเร็จสักเวที ควรต้องทบทวนตัวเองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้มองผลสำเร็จทางการเมืองของเรามากกว่า ตัวเลขหรือผลลัพธ์แต่ละสนาม เราไม่ได้ปฏิเสธว่าผลลัพธ์ออกมา เราไม่มีอำนาจบริหาร กทม. แต่อยากให้มองย้อนกลับไปหลายปีที่ผ่านมา การทำงานของเราผลักดันวาระก้าวหน้าให้กับสังคมไทยได้ ถ้าไม่มีขบวนการสีส้ม ไม่มีพรรคอนาคตใหม่ในวันนั้น เราจะผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้าให้กับสังคมไทยมาถึงปัจจุบันได้หรือไม่ รวมถึงงบประมาณกองทุนประกันสังคม เงินของประชาชน เช่น กองทุนดีอี จะมีคนตรวจสอบหรือจุดประเด็นเรื่องนี้หรือไม่
“พรรคประชาชนมองผลสำเร็จการทำงานการเมืองของเรา คือผลักดันวาระก้าวหน้าให้กับสังคม ส่วนสนาม กทม. เรามองว่ายังพอจะเดินหน้าทำงานวาระก้าวหน้าให้กับเมืองต่อ รวมถึงผลักดันในสนามการเมืองระดับประเทศด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ส่วนบทบาทของนายชัยวัฒน์ และนายสุรพล ในพรรคหลังจากนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า บทบาทของนายสุรพล ไม่อยากตอบให้เฉพาะเจาะจงเป็นตัวบุคคล แต่ยืนยันแบบเดียวกับเลขาธิการพรรคเมื่อสักครู่ เราทำงานการเมืองสร้างความเปลี่ยนแปลง การเมืองไทยอดีตต้องยอมรับว่ามีการแบ่งขั้วกันเยอะ แต่จุดกำเนิดของพรรคประชาชน เชื่อว่า เราต้องการเปลี่ยนการเมือง ทำให้ผลประโยชน์เกิดกับคนส่วนใหญ่ ในอดีตเข้าใจที่มาที่ไปที่ผ่านมา แต่ถ้าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ หนีไม่พ้นเราจำเป็นต้องโอบรับคนที่เข้ามาร่วมขบวนการแบบเดียวกับ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ถ้าไม่ทำสิ่งนี้ ชวนทุกคนคิดว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้จริงอย่างไร
ขณะที่นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ยังมีความมุ่งมั่นทำงานต่อ ตั้งแต่เข้ามาในพรรคก้าวไกล ไม่เคยยึดถือกับตำแหน่ง เรียกร้องตำแหน่งใด ๆ มีแต่บอกว่าอยากทำอะไร มีเป้าหมายต่าง ๆ เป็นที่ตั้ง ตอนนี้มีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคฝ่ายต่างประเทศอยู่ คงต้องดำเนินต่อ งานภายในของพรรค มีงานที่เกี่ยวข้องกับงานสภาฯต่าง ๆ เช่น งาน กมธ.ที่ตนเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนการทำงานของพรรคได้ รวมถึงการผลักดันให้นโยบายเกี่ยวกับ กทม.ที่ได้เสนอในการเลือกตั้งครั้งนี้ เห็นออกมาเป็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ยินดีผลักดันร่วมกับ ส.ก.ของเราที่ผ่านเข้าไปในสภา กทม.ได้ เรายึดถือเป้าหมาย และการทำงานเป็นตัวตั้งอยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่จะทำงานต่อไป
เมื่อซักอีกว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งหน้าจะลงสมัครอีกหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ถ้าถึงเวลานั้น การตัดสินใจคงเป็นการตัดสินใจของพรรคว่า ใครเหมาะสม ณ เวลานั้น แต่สำหรับตนยินดีผลักดันทำให้นโยบายที่เราเสนอ ทำให้คุณภาพชีวิตคน กทม.ดีขึ้น การตอบคำถามคงต้องรอดูจังหวะเวลา และการตัดสินใจ ณ เวลานั้น
เมื่อถามย้ำถึงกรณีการดึงตัวนายสุรพลมาร่วมงานกับพรรค เป็นเรื่องความประณีตทางการสื่อสาร หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการเดินหมากผิดพลาดใช่หรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวว่า เหมือนกับที่ตนตอบ และที่หัวหน้าพรรคตอบไป เราเชื่อว่าการทำงานทางการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เดินทางไปข้างหน้า จำเป็นต้องโอบรับคนเห็นต่างมาร่วมงานกันมากขึ้น นี่คือหลักการที่เราวางไว้ตั้งแต่เริ่มต้นพรรคอนาคตใหม่ ส่วนที่ใช้คำว่าประณีต หมายถึงเรื่องกระบวนการ และการศึกษา และทำความเข้าใจทั้งจากผู้สนับสนุนพรรค กับสมาชิกพรรค คิดว่าเราจำเป็นต้องทำงานทางความคิด ทำความเข้าใจจากทุกฝ่าย ทุกองคาพยพของพรรคให้หนักแน่น และลงรายละเอียดมากกว่านี้