ผู้ประกอบการกลุ่มเตา IF ค้าน กมอ. จ่อเคาะปรับปรุงมาตรฐานเหล็ก ชี้กระทบอุตสาหกรรมเสียหาย
วันนี้ (27 มิถุนายน) อมร อึงสมบูรณ์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมด้วยการเหนี่ยวนำไฟฟ้า กล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตเหล็กเส้นยังอยู่ภายใต้มาตรฐาน มอก. 2559 ซึ่งเปิดให้ทั้งเตา IF เตา Electric Arc Furnace (EF) และเตา Basic Oxygen Furnace (BOF) ผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ดังนั้นข้อเสนอจำกัดการใช้เตา IF ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่กระแสข่าวที่เผยแพร่ออกไปได้สร้างความสับสนให้ผู้บริโภค จนเกิดความเข้าใจว่าเหล็กจากเตา IF ไม่มีมาตรฐาน
อมรยืนยันว่า จากข้อมูลการวิเคราะห์ของหลายสถาบัน สาเหตุหลักของเหตุอาคาร สตง. ถล่ม เกิดจากปัญหาด้านการออกแบบปล่องลิฟต์และการบริหารงานก่อสร้าง ไม่ใช่คุณภาพของเหล็กเส้น พร้อมระบุว่า การนำเหล็กที่ผ่านการรับแรงจากเหตุโครงสร้างถล่มมาทดสอบภายหลัง อาจทำให้ผลการตรวจสอบคลาดเคลื่อนได้
ทั้งนี้ ความแข็งแรงของเหล็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเตาหลอมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการรีดและการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย หากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเตา IF หรือ EF ก็สามารถผลิตเหล็กที่ไม่ผ่านมาตรฐานได้เช่นกัน
อมรยังเปรียบเทียบว่า เตา IF มีลักษณะคล้ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำกว่า ขณะที่เตา EF เปรียบเสมือนรถยนต์ดีเซลที่มีต้นทุนสูงกว่า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการผลักดันให้ยกเลิกเตา IF ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตในตลาดประมาณ 70% ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจำนวนมาก
พร้อมตั้งคำถามว่า หากภาครัฐมีนโยบายยกเลิกจริง จะมีมาตรการชดเชยผู้ประกอบการที่ลงทุนภายใต้กฎหมายหรือไม่ โดยยกตัวอย่างประเทศจีนที่มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเมื่อมีการยกเลิกเตาหลอมบางประเภท
ด้าน ดร.ศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า กล่าวว่า การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการก่อนเข้าสู่ที่ประชุม กมอ. และที่ผ่านมาอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องยังมีความเห็นให้เตา IF สามารถอยู่ในระบบได้
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กมอ. ได้มีความเห็นเพิ่มเติมจาก 10 สมาคมผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตที่ใช้เตา EF โดย ดร.ศักดิ์ชัย มองว่า กลุ่มดังกล่าวเป็นคู่แข่งทางธุรกิจโดยตรง จึงตั้งข้อสังเกตว่าการผลักดันให้ยกเลิกเตา IF อาจมีแรงจูงใจทางการแข่งขันทางการค้ามากกว่าประเด็นด้านมาตรฐานสินค้า
ดร.ศักดิ์ชัย ยังโต้แย้งข้อกล่าวหาว่าเตา IF ไม่สามารถกำจัดสารมลทินในเหล็กได้ โดยยืนยันว่าเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันสามารถควบคุมคุณภาพได้ และเหล็กทุกชนิดที่ออกสู่ตลาดต้องผ่านมาตรฐาน มอก. เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ กระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ค้าหลายรายชะลอการสั่งซื้อ จนสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท สมาคมจึงเตรียมยื่นหนังสือคัดค้านหากที่ประชุม กมอ. มีมติที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย
รวมทั้งพิจารณาดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าอุตสาหกรรมเหล็กมีมูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท มียอดขายรวมหลักแสนล้านบาทต่อปี และมีแรงงานจำนวนมากที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว