โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิกฤต! บุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนัก เด็กไทย 10-19 ปี ติดหล่มนิโคตินพุ่ง 4 แสนคน "กมธ.สาธารณสุข" จี้รัฐกวดขันกฎหมายเข้ม

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

"กมธ.สาธารณสุข" รัฐสภา เผยตัวเลขน่าวิตก คนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง 1.7 ล้านคน ชี้กลุ่มเยาวชนอายุ 10-19 ปี ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 4 แสนราย ย้ำบุหรี่ไฟฟ้าคือ "ภัยสะสมตายผ่อนส่ง" แฝงสารเคมีก่อมะเร็ง-โรคปอดร้ายแรง ด้าน "สกลธี" วอนหน่วยงานรัฐเลิกเกียร์ว่าง เร่งบังคับใช้กฎหมายจริงจัง พร้อมหนุน สสส. ลุยโซเชียลมีเดียสกัดกั้นนักสูบหน้าใหม่

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เนื่องในวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.)ตรงกับวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 ตนมีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนไทยที่ทำได้ง่ายขึ้นอย่างน่ากลัว พร้อมเตือนว่าพิษภัยของบุหรี่เป็นลักษณะของการสะสมสารพิษในร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือน “การสะสมตายผ่อนส่ง” ที่จะแสดงอาการรุนแรงเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนหรือวัยสูงอายุ นอกจากนี้ ควันบุหรี่มือสองยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนรอบข้างที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกด้วย แม้ปัจจุบันประเทศไทยมีตัวบทกฎหมายควบคุมและป้องกันปัญหาบุหรี่ที่เพียงพออยู่แล้ว แต่ช่องโหว่สำคัญคือ "การบังคับใช้กฎหมายที่ยังขาดความเข้มงวดและจริงจัง" หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจึงจำเป็นต้องเพิ่มความกวดขันให้มากขึ้น ควบคู่กับการปรับปรุงข้อกฎหมายบางประเด็นให้เท่าทันต่อรูปแบบของสารเสพติดและเทคโนโลยีบุหรี่ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

"เยาวชนบางกลุ่มอาจจะสูบเพื่อความโก้เก๋ หรือเพื่อการเข้าสังคม แต่ในระยะยาวมันอันตรายต่อร่างกายมาก และที่สำคัญ บุหรี่คือการตายผ่อนส่ง มันสะสม และทำให้คนรอบข้างที่เราฮัก (รัก) แม้ไม่ได้สูบร่วมกับเรา แต่พวกเขาก็ต้องได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองไปด้วย" นายสกลธี กล่าว

ด้าน นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เปิดเผยตัวเลขเชิงสถิติล่าสุดที่ชี้ว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นวิกฤตสาธารณสุขครั้งใหญ่ โดยผลการศึกษาพบว่าคนไทยอายุ 10 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 1.7 ล้านคน พุ่งกระฉูดขึ้นจากเมื่อ 5 ปีก่อนที่มีอยู่ราว 700,000 คน

ที่น่าสะเทือนใจคือ กว่า 73% ของผู้สูบเป็นเยาวชนและคนหนุ่มสาวที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กและวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ที่ตกเป็นเหยื่อของนิโคตินสูงถึง 400,000 คน ยิ่งไปกว่านั้น กว่า 51% ถือเป็น "นักสูบหน้าใหม่" ที่เพิ่งเริ่มสูบในช่วงปีที่ผ่านมา

"บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีข้อดีต่อสุขภาพเลย และอาจอันตรายกว่าบุหรี่มวนทั่วไป เพราะสามารถเติมสารเคมีแปลกปลอมที่ก่อโรคปอดและมะเร็งได้โดยตรง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราขอคัดค้านแนวคิดการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และเสนอให้เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องเด็กไทยจากภัยนิโคติน" นพ.วีระพันธ์ ย้ำ

วันเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมสื่อสารรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด #นิโคติน เสพติด จนตาย” ณ อาคารรัฐสภา โดยมีสมาชิกรัฐสภาและคนดังเข้าร่วมเขียนข้อความแสดงเจตนารมณ์ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างคับคั่ง อาทิ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว นพ.วีระพันธ์ เสนอให้ สสส. และภาคีเครือข่าย ปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียยอดนิยมของวัยรุ่น เช่น TikTok, YouTube และ Facebook เพื่อลบล้างค่านิยมผิด ๆ ที่มองว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องทันสมัย พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้สถานศึกษาทุกแห่งกวดขันพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มงวด ไม่ให้เป็นแหล่งซื้อขายหรือแหล่งมั่วสุม เนื่องจากปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ถูกออกแบบมาให้พกพาง่าย ล่อตาล่อใจ และหาซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยเงียบที่กำลังคุกคามอนาคตของชาติในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...