"แมลงก้นกระดก" ด้วงปีกสั้นที่มีพิษไม่ธรรมดา มีกว่า 600 ชนิดทั่วโลก
ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ชื่อของ "แมลงก้นกระดก" มักกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังมีรายงานผู้ที่ตื่นนอนแล้วพบรอยแผลแสบแดง พุพอง หรือมีผื่นคล้ายถูกน้ำร้อนลวก โดยหลายคนเข้าใจผิดว่าเกิดจากแมลงกัดหรือต่อย
แท้จริงแล้ว แมลงก้นกระดกไม่ได้กัดและไม่มีเหล็กใน แต่ความอันตรายเกิดจากสารพิษที่อยู่ภายในลำตัว ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาเมื่อแมลงถูกตบ บี้ หรือบดขยี้บนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Paederus dermatitis หรือผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก
แมลงก้นกระดกชนิดที่พบในประเทศไทยและเป็นสาเหตุสำคัญของอาการดังกล่าวคือ Paederus fuscipes ซึ่งเป็นสมาชิกของสกุล Paederus ในวงศ์ด้วงปีกสั้น (Staphylinidae)
ด้วงปีกสั้นที่มีกว่า 600 ชนิด ในหลายทวีปทั่วโลก
แมลงก้นกระดกที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Paederus fuscipes เป็นด้วงปีกสั้นในวงศ์ Staphylinidae ซึ่งเป็นหนึ่งในวงศ์ด้วงที่มีจำนวนชนิดมากที่สุดของโลก
ทั่วโลกพบแมลงในสกุล Paederus มากกว่า 600 ชนิด กระจายพันธุ์ในหลายทวีป แต่มีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่สร้างสารพิษในปริมาณมากจนก่อให้เกิดอาการทางผิวหนังในมนุษย์ สำหรับในประเทศไทย P. fuscipes เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และมีความสำคัญทางการแพทย์มากที่สุด
ชื่อ "แมลงก้นกระดก" มาจากพฤติกรรมเฉพาะตัวของมัน เมื่อเดินหรือรู้สึกถูกรบกวน แมลงจะยกส่วนปลายท้องขึ้นสูง คล้ายแมงป่องกำลังชูหางเตรียมโจมตี แม้ว่าจริง ๆ แล้วจะไม่มีเหล็กในและไม่สามารถต่อยได้ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นลักษณะเด่นของแมลงในสกุล Paederus และเป็นที่มาของชื่อเรียกในภาษาไทย
ตัวเล็ก แต่สีโดดเด่นสังเกตง่าย
แมลงก้นกระดกมีรูปร่างเรียวยาว ข้อมูลทั่วไปของตัวเต็มวัย ได้แก่ ความยาวประมาณ 7–10 มิลลิเมตร ลำตัวเรียวยาว ปีกแข็งสั้น ไม่คลุมส่วนท้องทั้งหมด ท้องสามารถยกงอขึ้นได้
สีของลำตัวโดยทั่วไปมีหัวสีดำ อกสีส้มหรือแดงอมส้ม ปีกแข็งสีน้ำเงินเข้มหรือดำเหลือบ ปลายท้องสีดำ ลวดลายสีสันที่ตัดกันอย่างชัดเจนทำให้จำแนกได้ค่อนข้างง่าย
"เพเดอริน" พิษของแมลงก้นกระดก
สิ่งที่ทำให้แมลงชนิดนี้มีชื่อเสียงไม่ใช่การกัดหรือต่อย แต่เป็นสารพิษที่ชื่อว่า เพเดอริน (Pederin) สารชนิดนี้อยู่ในของเหลวภายในลำตัวของแมลง เมื่อแมลงถูกตบ บี้ ขยี้ หรือกดทับ สารพิษจะสัมผัสผิวหนังโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบภายในเวลาหลายชั่วโมง
ที่น่าสนใจคือ เพเดอรินไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยตัวแมลงเองทั้งหมด แต่มีหลักฐานสนับสนุนอย่างมากว่าเพเดอรินสร้างโดยแบคทีเรียเอนโดซิมไบออนต์ที่อาศัยอยู่ในตัวแมลง โดยเฉพาะในตัวเมีย ก่อนจะสะสมสารพิษไว้ในร่างกายเพื่อใช้ป้องกันตัว
เมื่อสัมผัส อาการมักไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะเริ่มภายใน 12–36 ชั่วโมง หลังสัมผัสสารพิษ อาการที่พบได้ ได้แก่ แสบหรือคัน ผื่นแดง ตุ่มน้ำพอง แผลคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ผิวหนังลอก รอยดำหลังแผลหาย
หากเผลอใช้มือที่เปื้อนสารพิษไปสัมผัสดวงตา อาจเกิดภาวะ Nairobi Eye หรือเยื่อบุตาอักเสบจากเพเดอรินอย่างรุนแรง มีอาการตาแดง บวม และเจ็บตาได้
ชอบแสงไฟ ออกหากินในเวลากลางคืน
แมลงก้นกระดกเป็นสัตว์หากินกลางคืน ช่วงกลางวันมักซ่อนตัวตามต้นหญ้า นาข้าว พุ่มไม้ พืชไร่ เมื่อพลบค่ำจึงเริ่มเคลื่อนไหว แมลงชนิดนี้มีพฤติกรรมบินเข้าหาแสงไฟในเวลากลางคืน จึงมักพบภายในบ้าน อาคาร หรือหอพัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
แมลงก้นกระดกเป็นแมลงนักล่า อาหารหลัก ได้แก่ เพลี้ยอ่อน ไข่แมลง หนอนขนาดเล็ก แมลงศัตรูพืช จึงถือว่ามีประโยชน์ต่อระบบนิเวศและภาคการเกษตร เพราะช่วยควบคุมประชากรแมลงศัตรูพืชตามธรรมชาติ
แมลงก้นกระดก สามารถพบได้ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น นาข้าว พื้นที่เกษตรกรรม ทุ่งหญ้า พื้นที่ชุ่มน้ำ สวน และบริเวณใกล้แหล่งน้ำ ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
วิธีป้องกัน
หากพบแมลงเดินอยู่บนผิวหนัง ไม่ควรตบหรือบี้ แต่ควรเป่าหรือปัดเบา ๆ ให้แมลงหลุดออก ใช้กระดาษเขี่ยออก ล้างผิวหนังด้วยน้ำและสบู่โดยเร็วที่สุด หากสงสัยว่าสัมผัสสารพิษ หากเกิดแผลพุพองหรืออาการรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม
วิธีป้องกันแมลงก้นกระดก สามารถลดโอกาสสัมผัสแมลงได้โดยปิดประตูและหน้าต่างช่วงกลางคืน ติดมุ้งลวด ลดการเปิดไฟที่ไม่จำเป็น ใช้ผ้าม่านหรือม่านทึบ นอนกางมุ้งหากอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรหรือทุ่งนา
ทั้งนี้ แมลงก้นกระดกเป็นตัวอย่างที่ดีของสิ่งมีชีวิตซึ่งมีบทบาทสำคัญในธรรมชาติ เพราะช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืชในระบบนิเวศ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจก่อปัญหาสุขภาพต่อมนุษย์ได้ หากสัมผัสสารพิษจากลำตัวโดยไม่ตั้งใจ
การรู้จักรูปร่าง พฤติกรรม และวิธีปฏิบัติเมื่อพบแมลงก้นกระดก จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการผิวหนังอักเสบ และช่วยให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องกำจัดหรือทำลายพวกมัน
ที่มา: iNaturalist / Global Biodiversity Information Facility (GBIF) / คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "แมลงก้นกระดก" ด้วงปีกสั้นที่มีพิษไม่ธรรมดา มีกว่า 600 ชนิดทั่วโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com