โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SENA ดัน LivNex เช่าออมบ้านกระตุ้นกำลังซื้อ

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.04 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

[caption id="attachment_1027460" align="alignnone" width="1920"]

SENA ชี้โจทย์ตลาดบ้านกำลังเปลี่ยนจาก ‘กู้ไม่ผ่าน’ เป็น’ไม่กล้ากู้’ หลังพบภาวะ Self-Rejection ลูกค้าปฏิเสธตัวเองก่อนโอน ถึง 50% ของยอดปฏิเสธการโอนทั้งหมด ดัน LivNex เช่าออมบ้าน กระตุ้นซื้อ[/caption]

6 ก.ค. 2569 - นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ตลาดบ้านวันนี้ไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาคนกู้ไม่ผ่าน แต่กำลังเผชิญปัญหาคน ไม่กล้าเริ่มเพราะในวันที่ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่แน่นอน และหนี้ครัวเรือนยังกดดัน การซื้อบ้านซึ่งเป็นภาระระยะยาว 20-30 ปี ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากตั้งคำถามว่าจะผ่อนไหวจริงหรือไม่ และคนไทยไม่ได้เลิกอยากมีบ้าน บ้านยังเป็นความฝันและเป็นปัจจัยสี่หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าของหลายครอบครัว แต่สิ่งที่ลดลงคือความมั่นใจในการเริ่มต้น ปัญหาจึงไม่ใช่แค่กู้ไม่ผ่าน แต่คือไม่กล้ากู้ โจทย์ของตลาดกำลังเปลี่ยนจาก ซื้อไม่ได้ เป็น ไม่มั่นใจจะซื้อ’

จากข้อมูลที่เสนาพบ Self-Rejection การปฏิเสธตัวเองกำลังกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการไม่โอนกรรมสิทธิ์ โดยมีสัดส่วนราว 50% ของยอดปฏิเสธการโอนทั้งหมด แซงหน้าปัญหา Bank Reject หรือการถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่ประมาณ 40% และการเปลี่ยนใจจากเหตุผลทั่วไปอีกราว 10% ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มที่ไม่มีความต้องการซื้อ หลายรายเลือกยูนิตแล้ว วางเงินจองแล้ว เห็นห้องจริงแล้ว และเตรียมเข้าสู่กระบวนการกู้ธนาคาร แต่กลับตัดสินใจยกเลิกในช่วง 30 วันสุดท้ายก่อนโอน สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความไม่มั่นใจต่ออนาคตทางการเงิน เช่น ความมั่นคงของงาน ภาระผ่อนระยะยาว หรือความกังวลว่าจะรับผิดชอบหนี้ 20-30 ปีได้จริงหรือไม่

หนึ่งในแนวทางของเสนา คือ LivNex เช่าออมบ้าน ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกลุ่มลูกค้าที่กู้ไม่ผ่าน หรือยังไม่พร้อมซื้อบ้านทันที แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป LivNex จึงขยายบทบาทมาสู่กลุ่มที่ “กู้ผ่านแต่ไม่กล้ากู้” หรือยังไม่มั่นใจว่าจะรับภาระระยะยาวได้จริง LivNex ยังเป็นเหมือน “พื้นที่ปลอดภัย” หรือ Safe Zone สำหรับคนที่อยากมีบ้าน แต่ยังไม่พร้อมเต็มร้อย โดยลูกค้าสามารถเข้าอยู่ได้ก่อน ทดลองใช้ชีวิตจริง ทดลองผ่อนจริง และประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนเป็นหนี้ระยะยาว โมเดลนี้ยังช่วยให้ลูกค้าล็อกราคาบ้านไว้ตั้งแต่วันนี้ โดยเงินที่ผ่อนในช่วง 3 ปีแรกจะถูกนำไปหักจากเงินต้นของราคาบ้าน ซึ่งหากผ่อนครบ 3 ปี ราคาบ้านจะลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 9% ขณะเดียวกัน การผ่อนชำระตรงเวลายังช่วยสร้าง Credit Pattern หรือประวัติการชำระเงินที่ดี เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต

นอกจากนี้ หากลูกค้าพบว่าตัวเองยังไม่พร้อม หรือเปลี่ยนใจระหว่างทาง ก็สามารถยุติสัญญาได้ โดยไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ระยะยาวตั้งแต่วันแรก ทำให้ LivNex เป็นทางเลือกที่ช่วยลดแรงกดดันในการตัดสินใจซื้อบ้าน และช่วยให้ผู้บริโภคมีเวลาวางแผนก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านจริง โดย LivNex ไม่ได้เป็นเพียงโมเดลทางธุรกิจ แต่เป็นโซลูชันที่ช่วยลดความเสี่ยงให้ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงิน เพราะเมื่อลูกค้าได้ทดลองอยู่ ทดลองผ่อน และประเมินความพร้อมก่อน โอกาสเกิดหนี้เสีย หรือ NPL ในอนาคตก็อาจลดลงได้

“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การปิดการขาย แต่คือการช่วยให้ลูกค้าไปถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างยั่งยืนกว่าเดิม บ้านไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้คนกลัว แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงในชีวิต LivNex จึงเป็นความพยายามในการเปลี่ยน Self-Rejection ให้เป็น Self-Confidence เปลี่ยนจากไม่กล้าเริ่ม ให้กลายเป็นค่อยๆ เริ่มได้อย่างมั่นใจ” นางสาวเกษรา กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...