คณะอนุกรรมการเมืองเก่าฯเชียงใหม่ ถกป้ายขนาดใหญ่ เสี่ยงผลประเมินมรดกโลก
วันนี้ (2 ก.ค. 2569) ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าเชียงใหม่ ประชุมครั้งที่ 1/2569 โดยมีประเด็นสำคัญ คือ ความก้าวหน้าการนำเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมเชียงใหม่ โดยมีคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก และสภาเมืองเจียงใหม่ เป็นผู้รายงานนำเสนอความก้าวหน้า และขอความเห็นที่ประชุมเร่งแก้ปัญหา
นายศุภฤกษ์ ภาวิไล เลขานุการคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก และเลขาธิการสภาเมืองเจียงใหม่ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของเมืององค์ประกอบ 3 ส่วนที่ขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก คือ วัด คูเมืองและกำแพงเมือง 8 แหล่งมีความคืบหน้าร้อยละ 90 เหลือเพียง ร้อยละ 10 ในการเก็บรายละเอียด เช่น ป้ายโฆษณาและการฉีดสเปรย์ตามอาคาร เขตเมืองเก่าที่อาจกระทบกับผลประเมินของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) หรือ อิโคโมส
ด้านภูมิทัศน์เมืองเก่า สภาเมืองเจียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม "แต่งหน้าบ้าน ทาสีเมือง" จุดที่คณะกรรมการอีโคโมสจะผ่าน เพราะหลายจุดมีการฉีดพ่นสีตามอาคารเอกชน และสถานที่ราชการ โดยไม่ได้รับการขออนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ ล่าสุดได้รับความร่วมมือ เช่น โรงเรียน สถานศึกษา มหาวิทยาลัย สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ช่วยกันทาสีเมืองมีความคืบหน้าไปมาก
นายศุภฤกษ์ ได้กล่าวถึงปัญหาป้ายโฆษณา 3 จุดในพื้นที่เขตเมืองที่ต้องเร่งแก้ไข คือ บริเวณป้ายโครงเหล็กโฆษณาบริเวณประตูช้างเผือก ป้ายแอลอีดีขนาดใหญ่บริเวณประตูเชียงใหม่ และป้ายโรงแรมบริเวณประตูท่าแพ ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์เมืองเชียงใหม่ และได้ขอความเห็นจากคณะอนุกรรมกรรมการฯถึงแนวทางการแก้ปัญหาและจัดการพื้นที่
ตัวแทนเทศบาลนครเชียงใหม่ เจ้าของพื้นที่และอนุญาตการติดตั้งป้ายกล่าวว่า ป้ายโฆษณาในพื้นที่เขตเมืองเก่ามีเทศบัญญัติปี 2557 ห้ามสร้างสูงเกิน 15 เมตร ยกเว้นป้ายบอกทางหรือสถานที่ เช่นบริเวณประตูท่าแพ
ส่วนป้ายบริเวณประตูเชียงใหม่ ที่เป็นจอแอลอีดี มีความสูงป้าย 16 เมตร จากการตรวจสอบพบการเสียภาษี และได้ก่อสร้างก่อนเทศบัญญัติประกาศปี 2557
เช่นเดียวกับป้ายโฆษณาบริเวณประตูช้างเผือก ได้รับข้อมูลป้ายเสียภาษีตั้งแต่ปี 2554 สูง 14 เมตร อีกป้ายสูง 12 เมตร สร้างก่อนเทศบัญญัติประกาศปี 2557
ด้านตัวแทนจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง กล่าวถึงข้อกังวลในข้อกฎหมายที่อาจรอดสิทธิ์เอกชน หากเอกชนทำถูกต้อง ทางออกอาจต้องขอความร่วมมือกับภาคเอกชน
ขณะที่ตัวแทนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือถึงเทศบาลนครเชียงใหม่ กรณีป้าย 3 จุดที่อาจส่งผลต่อการประเมินมรดกโลก เพราะอาจลดทอนคุณค่าภูมิทัศน์ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบจากเทศบาลนครเชียงใหม่ว่าดำเนินการอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาได้เชิญเอกชนเจ้าของป้ายบริเวณประตูเชียงใหม่ มาหารือ โดยตัวแทนเจ้าของป้ายพร้อมปรับตามความเห็นของจังหวัดแต่ขอหารือกับฝ่ายบริหารก่อน
ส่วนข้อเสนออื่นๆของอนุคณะกรรมการฯ เช่น หากพิจารณาจากกฎกระทรวง หรือ เทศบัญญัติหากเอกชนทำถูกต้อง สิ่งที่ทำได้คือข้อความร่วมมือในระหว่างมีการลงตรวจ รวมถึงมีข้อเสนอยกเว้นค่าธรรมเนียมป้ายหากต้องงดโฆษณา
นายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และประธานคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก ของ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จ.เชียงใหม่ได้เสนอขึ้นทะเบียนเป็มมรดกโลก ตั้งแต่ปี 2558 ตามมติคณะรัฐมนตรี ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ตัวเองได้เข้ามา ธ.ค.67 หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่ผ่านมา เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นพื้นที่ปิดดูแลโดยกรมศิลปากร แต่ที่เชียงใหม่เกี่ยวข้องกับคนที่อาศัยอยู่ด้วย หากจะนำเสนอต้องรื้อย้ายบางส่วน ถ้าไม่พร้อมเปลี่ยนแปลง จะไม่ต้องนำเสนอตอนนั้น จึงได้มีการลงนามความร่วมมือหน่วยงาน และวัดต่างๆว่าจะร่วมมือผลักดันเป็นมรดกโลก
นายบวรเวท กล่าวว่า ในรอบ 10 ปี เอกสารไม่ผ่านการประเมิน และเมื่อผ่านประเมินยูเนสโกปี 2568-2569 เอกสารมีความสมบูรณ์ตามมรดกโลก และส่งเอกสารให้คณะกรรมการอีโคโมส ที่เป็นองค์กรอิสระเป็นการรวมตัวของนักอนุรักษ์ทั่วโลก ยูเนสโกเป็นเพียงฝ่ายเลขาเท่านั้น ซึ่งบทบาทคณะอีโคโมส จะเลือกคนมาตรวจที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถาปนิก ชาวบังกลาเทศสิ่งที่ตามมาแน่นอน คือ เทศบัญญัติควบคุมสิ่งปลูกสร้างในเมืองเพราะเขียนไว้ในเอกสาร และเสาหลักสำคัญ คือ การบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมของทุกคน ซึ่งผู้แทนจาก อีโคโมสจะมา 3-8 ส.ค.2569 จะลงตรวจและขอคุยผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด
การขึ้นทะเบียนมรดกโลก ยูเนสโกไม่ได้มาดูเอง อยากให้คนพื้นที่ เห็นคุณค่าและความสำคัญ คนพื้นที่จะต้องดูแลเอง มีเพียงแต่มีกฎเกณฑ์สากลช่วยดูแล
นายบวรเวท กล่าวว่า การเสนอมรดกโลกเชียงใหม่ นำเสนอเมืองเชียงใหม่ทั้งเมือง ขอบเขตต้องมาดูคูเมือง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองเห็นป้ายโฆษณา คณะอีโคโมส จะมาพักในเมืองให้เห็นเมืองเชียงใหม่ "ประวัติศาสตร์มีชีวิต" เห็นคุณค่าและความสำคัญเป็นหลักการสำคัญเสนอเชียงใหม่เป็นมรดกโลกครั้งนี้ โดยคณะอีโคโมสจะตรวจเยี่ยมเพียงครั้งเดียว โดยจะนำข้อมูลที่ตรวจเข้าที่ประชุมพิจารณา และมีผู้ร่วมพิจารณา 20 คน ในคณะอีโคโมสอีก 19 คนจะอ่านเอกสาร
อีโคโมส คนที่มาตรวจที่เชียงใหม่เพียงคนเดียว มาตรวจว่าตรงกับเอกสารที่เขียนตรงกันหรือไม่ ซึ่งการลงตรวจจะดู 3 เรื่อง คือ ความจริงแท้ดั่งเดิม ความครบถ้วนสมบูรณ์ของเมืองเชียงใหม่ และการบริหารจัดการมีส่วนร่วมของชุมชน
นายบวรเวท กล่าวย้ำว่าผู้แทนอีโคโมส ที่ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่มีความสำคัญ เพราะจะเป็นคนตอบคำถามคณะกรรมการฯอีก 19 คนที่ประชุมกันเองครั้งที่ 1 ในเดือน ก.ย.2569 และประชุมครั้งที่ 2 ในเดือน ธ.ค.2569 ซึ่งอาจขอข้อมูลในการประชุมทั้งสองครั้งเป็นวาจา หรือเอกสาร หลังจากนั้นจะประชุมครั้งที่ 3 เพื่อลงมติสมควรเป็นมรดกโลกหรือไม่ จะแจ้งผลประมาณ มิ.ย.-ก.ค.2570
ส่วนผลการพิจารณาจะแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ เห็นด้วยประกาศขึ้นทะเบียนมรดโลก หรือ ต้องทำเอกสารเพิ่มเติม เอกสารไม่ครบถ้วนสมบูรณ์จะเสียเวลา 1-3 ปี หรือ เอกสารผ่านการพิจารณา ถ้าไม่ครบสมบูรณ์ต้องทำใหม่ทั้งฉบับ หรือ แหล่งมรดกนี้ไม่ต้องเสนอเข้ามาอีก ไม่มีศักยภาพ
นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้าย ที่คนเชียงใหม่จะไม่ต้องเหนื่อยอีก เพราะหากกลับไปเริ่มใหม่อาจจะต้องกลับไปประเมินศักยภาพแหล่งมรดกใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 5 ปี นายบวรเวท กล่าว
ด้านนายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ประธานที่ประชุมฯได้แจ้งในที่ประชุมให้เทศบาลนครเชียงใหม่ แจ้งความคืบหน้าข้อมูลเพิ่มเติมให้กับคณะอนุกรรมการฯทราบภายใน 5 วัน เพราะเหลือเวลาเพียง 30 วัน คณะกรรมการอิโคโมส จะลงตรวจมรดกโลกเชียงใหม่
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
ศาลสั่งจำคุก 12 ปี "อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร" ร่วม "สีกากอล์ฟ" ยักยอกเงินบริจาค
มหาดไทยแถลงผลโกงสอบท้องถิ่น พบ 5 ขรก. มีมูลกระทำความผิดทางวินัย - สั่งเอาผิด
"ผู้สอบท้องถิ่น" ร้องนายกฯ หวั่นรอบ 4 ไม่เรียกบรรจุ
เจ้าของรื้อเอง "รีสอร์ต" รุกป่าทับลาน ยังเหลืออีก 2 แห่งก่อนเส้นตาย 15 วัน