ERW อัตราเข้าพักครึ่งแรกโตคุมต้นทุนหนุนรายได้ตามเป้า
#ERW#ทันหุ้น – ERWเผยผลงานครึ่งปีแรกโตต่อ หลังอัตราเข้าพัก และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักยังแข็งแกร่งทุกกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะ Luxury-Midscale เดินหน้าคุมต้นทุน-รีโนเวตโรงแรมหลักรักษามาร์จิ้น ด้านโบรกแนะ “ซื้อ” เคาะเป้าหมาย 3.60 บาท
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เปิดเผยว่า บริษัทประมาณการภาพรวมผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนจากผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ที่คาดการณ์ว่าทั้งการเติบโตของอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ยังคงมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ในทุกเซ็กเมนต์
“ผลการดำเนินงานแยกตามเซ็กเมนต์ กลุ่ม Luxury และ Midscale ทำผลงานได้ดี ขณะที่ Economy และ Budget ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องและมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากราคาเข้าถึงง่ายและได้รับอานิสงส์จากกลุ่มลูกค้าที่ต้องเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ รวมถึงกลุ่มที่ยังมีการเดินทางอย่างสม่ำเสมอ ก็คาดว่าผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี จะยังเติบโตได้เล็กน้อย”
@ การบริหารจัดการภายใน
พร้อมกันนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ให้อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยยังคงแผนการทยอยปรับปรุง (Renovate) โรงแรมแกรนด์ ไฮแอด เอราวัณตามแผนตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ในงวดไตรมาส 3/2569 อย่างใกล้ชิดเนื่องจากพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงเห็นตัวเลขการจอง (Booking) เข้ามา และคาดหวังว่าปัจจัยทางฤดูกาลของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2569 จะช่วยหนุนบรรยากาศให้ดีขึ้น ทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
แนะ “ซื้อ” เป้า 3.60 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 กลุ่มโรงแรมหลักยังเติบโตได้ YoY โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ขณะที่กลุ่ม HOP IN ยังทรงตัวในระดับสูง YoY อีกทั้งการรีไฟแนนซ์เงินกู้บางส่วนตั้งแต่งวดไตรมาส 1/2569 รวมถึงอานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะเริ่มส่งผลต่อต้นทุนอัตราดอกเบี้ยจ่ายชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569
บริษัทคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมปี 2569 ที่ราว 9% YoY แบ่งเป็นโรงแรมในไทย (ไม่รวม Hop Inn) เติบโตราว 7% YoY จากการขยายโรงแรมใหม่และการเจาะกลุ่มลูกค้าตลาด Short Haul และโรงแรม Hop Inn ที่ราว 14% YoY เติบโต
เบื้องต้นคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ที่ 907 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 3.60 บาท แม้ราตาหุ้นปรับตัวขึ้น 15% จากจุดต่ำสุดเพราะความกังวลของสงสงคราม ฟื้นตัวได้ดีกว่าผู้ประกอบการอื่นในกลุ่มท่องเที่ยว