โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ฮุน เซน" เยี่ยมผู้ลี้ภัยบันเตียนเมียนเจย อ้างไทยยึดครองที่ดิน ย้ำใช้การเจรจาทวงคืน บอก "ไว้ใจฝั่งตรงข้ามมากไป"

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.69 เฟซบุก Samdech Hun Sen of Cambodia เปิดเผยว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เดินทางลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้พลัดถิ่นจากภัยความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมประกาศจุดยืนยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีและการเจรจาเพื่อทวงคืนอธิปไตย ย้ำชัดไม่อยากเห็นสงครามยืดเยื้อเรื้อรังจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมซ้ำรอยพื้นที่ขัดแย้งในต่างประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน ได้อัญเชิญพระราชสาส์นความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี และสมเด็จพระมหรกษัตรีย์ นโรดม มุนีนาถ สีหนุ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนและกองกำลังป้องกันชายแดน พร้อมทั้งชื่นชมรัฐบาลภายใต้การนำของ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้อพยพอย่างทันท่วงที

ปัจจุบัน มีประชาชนกัมพูชาอพยพมายังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้วจำนวน 3,318 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 11,217 คน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 21 วัน โดยรัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินถาวร ณ ตำบลสลากราม อำเภอสวายแชค จังหวัดบันเตียเมียนเจย ให้แก่ผู้ประสบภัย ครอบครัวละ $20 \times 30$ เมตร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านพักขนาด $5 \times 7$ เมตร และพื้นที่สำหรับทำการเกษตร โดยสมเด็จฮุน เซน ได้ประทานนามใหม่ให้แก่พื้นที่จัดสรรแห่งนี้ว่า "หมู่บ้านแห่งการรอคอย" (ภូមิរង់ចាំ)

อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เปิดเผยต่อหน้าประชาชนว่า ในอดีตสมัยที่ตนบริหารประเทศ ตนไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงครามหรือสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้จำนวนมาก เนื่องจาก "ไว้ใจฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป" และต้องการผันงบประมาณแผ่นดินไปพัฒนาด้านสังคมสงเคราะห์ สาธารณสุข และการศึกษาแทน ส่งผลให้เมื่อเกิดวิกฤตการณ์รุกรานชายแดนขึ้น อาวุธยุทโธปกรณ์ของกัมพูชาจึงไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วแนวพรมแดน

สำหรับแนวทางการทวงคืนดินแดนที่ระบุว่าถูกกองทัพไทยยึดครองอย่างผิดกฎหมายนั้น สมเด็จฮุน เซน ชี้แจงว่ามี 2 แนวทาง คือ ทางการทหาร และการเจรจาโดยสันติวิธี ซึ่งกัมพูชาเลือกแนวทางที่สอง

"กัมพูชาไม่ใช่ว่าไม่มีศักยภาพในการสู้รบเพื่อยึดดินแดนคืน แต่หากเราเปิดฉากโจมตีก่อน เราจะถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และหากเลือกวิธีทางการทหาร มันจะผลัดกันรุกผลัดกันรับจนบานปลาย ยึดคืนมาได้ก็รักษาไว้ไม่ได้ สุดท้ายจะกลายเป็นสงครามยืดเยื้อส่งต่อความขัดแย้งไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เหมือนกรณีของฉนวนกาซาและอิสราเอล" สมเด็จฮุน เซน กล่าว

ในตอนท้ายของการลงพื้นที่ สมเด็จฮุน เซน ได้ออกคำสั่งกำชับไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ให้เพิ่มความเข้มงวดและมาตรการขั้นเด็ดขาดในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยให้ลงโทษด้วยการยึดทรัพย์สินและส่งตัวไปขุดดินเพื่อทำบังเกอร์และแนวสนามเพลาะป้องกันตนเอง

พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนร่วมกันเร่งรัดและส่งเสริมการผลิตสินค้าภายในประเทศให้มากขึ้น ในช่วงเวลาที่มีการปิดด่านชายแดนติดกับประเทศไทย โดยระบุว่า วิกฤตการณ์ปิดพรมแดนในครั้งนี้ ถือเป็น "โอกาสทอง" ของกัมพูชาในการสร้างความเข้มแข็งและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจภายในประเทศให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...