โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เปิดแผนมอเตอร์เวย์ M8 ชะอำ–ปราณบุรี กรมทางหลวงรับฟังความเห็นประชาชน ศึกษาผลกระทบ

สยามรัฐ

อัพเดต 39 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดแผนมอเตอร์เวย์ M8 ชะอำ–ปราณบุรี! กรมทางหลวงจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งแรก ศึกษาความเหมาะสม-ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ยกระดับการคมนาคมสู่ภาคใต้

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ห้องสมอเรียง ชั้น 2 โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์ พลาซ่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดการประชุม “การปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 1)” โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด รวมถึงศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม–ปราณบุรี ช่วงชะอำ–ปราณบุรี

ในการประชุมครั้งนี้มี นายเพิ่มวุฒิ บูรพาศิริวัฒน์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะที่คณะผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมนำเสนอข้อมูลด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย นายจิรวัฒน์ ปัญญาโตนะ วิศวกรงานทาง นายณรงค์ฤทธิ์ อุปพลเถียร วิศวกรระบายน้ำ และนายอรินทร์ โสมบ้านกวย ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมรับฟังและเสนอความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

พื้นที่ศึกษาโครงการ มีจุดเริ่มต้นโครงการบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 ประมาณ กม. 109+000 (EIA กม.118+900) ต่อจากทางแยกต่างระดับท่ายาง (ที่ได้ออกแบบไว้แล้วในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-ชะอำ) ในพื้นที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และจุดสิ้นสุดบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 ประมาณ กม.169+000 (EIA กม.178+900) ในพื้นที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งโครงข่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง มีระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูล อาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้ ตามความเหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคมในปัจจุบัน

นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่า ในนามของประชาชนในพื้นที่ ขอขอบคุณกรมทางหลวงที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการศึกษาโครงการ โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอรายละเอียดโครงการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การศึกษาและออกแบบโครงการมีความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด

ด้านนายเพิ่มวุฒิ บูรพาศิริวัฒน์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) สายนครปฐม–ปราณบุรี ช่วงชะอำ–ปราณบุรี เป็นหนึ่งในโครงข่ายคมนาคมยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศที่จะช่วยยกระดับการเดินทางและการขนส่งสู่ภาคใต้ โดยมีบทบาทในการกระจายปริมาณการจราจร ลดความแออัดบนถนนเพชรเกษมและถนนพระราม 2 เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการเดินทาง

ทั้งนี้ กรมทางหลวงเคยศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการดังกล่าวไว้เมื่อปี พ.ศ.2557 แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการขยายตัวของชุมชนในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนผลการศึกษาใหม่ รวมถึงพิจารณาแนวคิดการบูรณาการโครงข่ายทางหลวงพิเศษร่วมกับระบบราง หรือ MR-MAP (MR1) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินการทบทวนผลการศึกษาเดิม ปรับปรุงรูปแบบโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน พร้อมจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างรอบด้าน ควบคู่กับการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะไปประกอบการศึกษา ออกแบบ และพัฒนาโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นในอนาคต

โอกาสนี้ ที่ประชุมได้เปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมแสดงความคิดเห็น สอบถามข้อสงสัย และเสนอข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปประกอบการศึกษาและพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ รวมถึงความต้องการของประชาชนและชุมชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน

โดยนายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ฝากความห่วงใยและขอให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น เนื่องจากพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นที่ตั้งของกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการ

ขณะที่ นายสุวัฒน์ สมะตะ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย M8 ช่วงชะอำ–ปราณบุรี จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหัวหินและอำเภอปราณบุรี ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาการจราจรหนาแน่นและการสะสมของปริมาณรถในช่วงวันหยุดและเทศกาล จึงเสนอให้เร่งผลักดันโครงการ พร้อมทั้งพิจารณาจัดทำทางคู่ขนาน ทางลอด หรืออุโมงค์ในจุดที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อการสัญจรและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้แทนหน่วยงาน ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ยังได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขัง การเวนคืนที่ดินของประชาชน ตลอดจนผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ พร้อมขอให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน กำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ประชาชนและผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้า ข้อมูลข่าวสาร และร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) ช่วงชะอำ–ปราณบุรี ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของโครงการที่เว็บไซต์ www.m8chaam-pranburi.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...