โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทีมชาติไทยย่ำอยู่กับที่? ถึงเวลาสร้างทีมเพื่ออนาคตหรือยัง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ทีมชาติไทยย่ำอยู่กับที่? ถึงเวลาสร้างทีมเพื่ออนาคตหรือยัง

ทีมชาติไทยเสมอจีน 0-0 ในเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ ผลการแข่งขันอาจดูไม่เสียหายเมื่อมองแค่สกอร์บนกระดาษ แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือคำถามเดิมๆ ที่ยังไม่มีคำตอบ

ทีมชาติไทยต้องการเล่นฟุตบอลแบบไหนกันแน่?

นับตั้งแต่ แอนโธนี ฮัดสัน เข้ามารับงาน สิ่งที่ยังมองไม่เห็นอย่างชัดเจนคือภาพของทีมในระยะยาว เราไม่รู้ว่าทีมชุดนี้ต้องการเล่นเกมรุกแบบไหน ต้องการครองบอลหรือเล่นเกมสวนกลับ ต้องการสร้างเกมจากแนวหลังหรือเน้นความรัดกุมเป็นหลัก

แน่นอนว่าในช่วงแรกของการเข้ามารับงาน สถานการณ์ของฮัดสันแตกต่างออกไป เขาเข้ามาในช่วงที่ทีมชาติต้องการผลการแข่งขันเพื่อพาตัวเองไปเอเชียนคัพ 2027 ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

ทำให้การเลือกใช้ผู้เล่นประสบการณ์สูงและเน้นความรัดกุมจึงพอเข้าใจได้ เพราะเวลาสำหรับการสร้างทีมมีจำกัด และภารกิจในตอนนั้นคือการพาทีมผ่านช่วงวิกฤตไปให้ได้

สุดท้ายไทยก็ผ่านเข้ารอบเอเชียนคัพได้สำเร็จ แม้อาจไม่ใช่เส้นทางที่สวยงามนักก็ตาม

แต่เมื่อภารกิจเฉพาะหน้าผ่านไปแล้ว คำถามที่ควรเกิดขึ้นต่อจากนี้คือเรากำลังใช้ช่วงเวลาเหล่านี้เพื่อเตรียมทีมสำหรับเอเชียนคัพ 2027 มากน้อยแค่ไหน

เพราะเกมอุ่นเครื่องและการแข่งขันในช่วงหลังจากนี้ ไม่ได้มีความสำคัญแค่เรื่องผลการแข่งขันอีกต่อไป หากแต่ควรเป็นช่วงเวลาสำหรับสร้างรูปแบบการเล่น วางรากฐานของทีม และเตรียมแกนหลักสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

แต่สิ่งที่เราเห็นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา กลับยังไม่ใช่ภาพของทีมที่กำลังสร้างตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน

ทุกครั้งที่ทีมลงสนาม เราเห็นเพียงการปรับตัวตามคู่แข่ง แต่ไม่ค่อยเห็นคู่แข่งต้องปรับตัวเข้าหาทีมชาติไทย

หลังจบเกม ฮัดสันกล่าวชื่นชมพัฒนาการของจีน โดยมองว่าฟุตบอลจีนเปลี่ยนไปจากเดิม นักเตะท้องถิ่นได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น และกำลังเดินมาถูกทางของตัวเอง

ในมุมหนึ่ง เขาอาจพูดถูก..

ฟุตบอลจีนในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในยุคทุ่มเงินมหาศาลดึงซูเปอร์สตาร์ต่างชาติเหมือนเมื่อหลายปีก่อน สโมสรหลายแห่งหันกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เล่นภายในประเทศมากขึ้น และเริ่มเห็นนักเตะรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชาติ

หลังเกมนี้ หลายคนอาจไม่ได้สนใจว่าจีนกำลังพัฒนาไปถึงไหนแล้ว แต่กำลังสงสัยว่าทีมชาติไทยกำลังมุ่งหน้าไปทางไหนกันแน่?

เกมกับจีนเป็นอีกครั้งที่สะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัดเจน ไทยแทบไม่มีช่วงเวลาที่ควบคุมเกมได้เป็นของตัวเอง ต้องถอยลงไปรับแรงกดดันต่อเนื่อง และปล่อยให้คู่แข่งเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะของเกมเกือบทั้งหมด

แน่นอนว่าการเล่นเกมรับไม่ใช่เรื่องผิด หลายชาติประสบความสำเร็จจากการเล่นในแบบที่เหมาะกับศักยภาพของตัวเอง แต่สิ่งสำคัญคือทีมต้องรู้ว่ากำลังเดินไปทางไหน และสิ่งนั้นยังเป็นคำถามใหญ่ของทีมชุดนี้

อีกเรื่องที่น่าคิดไม่แพ้กันคือโครงสร้างอายุของทีม

11 ตัวจริงที่ลงสนามพบจีนมีอายุเฉลี่ยสูงถึง 31.8 ปี กลายเป็นทีมชาติไทยชุดตัวจริงที่มีค่าเฉลี่ยอายุมากที่สุดในยุคของฮัดสัน

ผู้เล่นอย่าง สารัช อยู่เย็น อายุ 34 ปี, ณัฐพงษ์ สายริยา 34 ปี, ธีรศิลป์ แดงดา 38 ปี รวมถึงอีกหลายคนที่อายุเกิน 30 ปี ล้วนเป็นนักเตะที่มีคุณภาพและเต็มไปด้วยประสบการณ์

แต่เมื่อมองไปถึงเอเชียนคัพ 2027 คำถามคือ ทีมชุดนี้กำลังถูกสร้างขึ้นเพื่อรายการไหน

หากเป้าหมายคือการแข่งขันในเดือนหน้า (ASEAN Hyundai Cup 2026) การเลือกใช้ผู้เล่นซีเนียร์จำนวนมากอาจอธิบายได้

แต่หากเป้าหมายคือเอเชียนคัพ 2027 ที่กำลังใกล้เข้ามา เรากลับยังมองไม่เห็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่คนรุ่นใหม่อย่างจริงจังเลย

การพึ่งพาผู้เล่นประสบการณ์สูงไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่ชวนตั้งคำถามคือ ทีมชาติไทยกำลังเตรียมคนรุ่นต่อไปไว้แล้วหรือยัง?

นักเตะวัย 22-26 ปี ที่ควรเป็นกำลังสำคัญในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ยังได้รับโอกาสอย่างไม่ต่อเนื่อง หลายคนเข้าออกทีมอยู่ตลอด จนยากจะสร้างความเข้าใจร่วมกันในระยะยาว

ยิ่งมองไปข้างหน้า ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าเกมอุ่นเครื่องเหล่านี้ถูกใช้เพื่ออะไร

ฮัดสันอาจพูดถูกที่ว่าจีนกำลังมาถูกทางของตัวเอง แต่สิ่งที่น่ากังวลสำหรับฟุตบอลไทยในเวลานี้ คือเรายังไม่แน่ใจเลยว่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางสายไหน

และนั่นอาจเป็นเรื่องที่น่าคิดกว่าผลเสมอ 0-0 ในเกมนี้เสียอีก เพราะเวลานับถอยหลังสู่เอเชียนคัพ 2027 กำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ

แต่ฟุตบอลทีมชาติไทย..ดูเหมือนยังเดินวนอยู่ที่เดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...