โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผัวเมียร้องเจอนายทุนเงินกู้ไล่บี้ ทั้งที่จ่ายดอกแล้ว 30 ล้าน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 11 มิ.ย. เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. เวลา 04.57 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(11 มิ.ย. 69) เวลา 10.30 น. นายธนภัทร แตงทิม หรือ "จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่" ได้พา น.ส.สมสกุล (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี และนายสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังชีวิตพังพินาศจากการเป็นคนกลางค้ำประกันเงินกู้ เอาเงินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ ปล่อยกู้ก่อให้เพื่อนสนิท แต่สุดท้ายถูกเบี้ยวหนี้หนีหาย ทิ้งให้ตนเองต้องแบกรับภาระและถูกนายทุนส่งชายฉกรรจ์คุกคามถึงบ้าน

.

น.ส.สมสกุล เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดช่วงเดือน ส.ค. 2565 เพื่อนสนิทได้แนะนำให้รู้จักนายทุนเงินกู้นอกระบบรายหนึ่ง ซึ่งเสนอปล่อยกู้ยอดรวมกว่า 23.5 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 8-9 ต่อเดือน เพื่อนำไปกระจายให้กลุ่มเพื่อนกู้ต่อ ทว่าภายหลังกลุ่มเพื่อนกลับพากันเบี้ยวหนี้ ตนเองในฐานะคนกลางจึงต้องรับผิดชอบแทน ยอมขายทั้งบ้าน รถ และที่ดิน เพื่อนำเงินมาหมุนจ่ายดอกเบี้ยสะสมไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท จนกระทั่งเดือน ต.ค. 2568 เริ่มหมุนเงินไม่ทันจนยอดสะดุดและเครียดหนักถึงขั้นจะจบชีวิต

.

หลังจากหาเงินมาจ่ายได้ไม่ครบ นายทุนโหดก็ไม่เห็นใจ ส่งแก๊งชายฉกรรจ์ขับรถมาดักรอที่บ้าน คุกคามไปถึงบ้านญาติและบ้านแม่วัยชรา พร้อมถ่ายรูปส่งมาข่มขู่ ซ้ำยังลามไปร้องเรียนใส่ร้ายป้ายสีที่ทำงานจนอยู่ไม่ได้ ต้องหอบครอบครัวหลบซ่อนหนีตายมานานกว่า 7 เดือน ที่ช้ำใจที่สุดคือนายทุนรายนี้ยังหัวหมอ เป็นฝ่ายยื่นฟ้องตนในข้อหา “ฉ้อโกง” ทั้งที่เป็นการกู้ยืมเงิน ซึ่งตนมีหลักฐานสัญญากู้ยืมและเอกสารการโอนเงินจ่ายดอกเบี้ยอย่างถูกต้องทุกเดือน

.

ด้วยความหวาดกลัวอิทธิพล ทั้งคู่จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากจ่าคิงส์พามาร้องกองปราบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายหนี้นอกระบบและการทวงหนี้ผิดกฎหมาย จึงได้ประสานส่งตัวผู้เสียหายเข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) พร้อมเตรียมเข้าร้องเรียนต่อ บก.ปปป. เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เดิมที่พยายามทำคดีกู้ยืมเงินนี้ให้กลายเป็นคดีฉ้อโกง ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...